วันที่ พุธ พฤษภาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Genova ... หยุดเวลาที่หมู่บ้านประมง Boccadasse


ความรุ่งเรืองของ Genova มีที่มาตามธรรมชาติของคน Genoese ที่ผูกพันกับชายฝั่งทะเล หลงเสน่ห์ของการค้นพบ จนสัญชาตญาณของการเป็นนักเดินทางฝังลึก สัมพันธ์กับการเป็นพ่อค้าวานิชซื้อขายแลกเปลี่ยนกันไกลออกนอกเขตชายฝั่งยุโรปไปถึงตะวันออกกลาง ตั้งแต่ก่อนหน้าจนภายหลังยุคของ Christopher Columbus

 

การเข้าถึงจิตวิญญาณของ Genova จึงไม่อาจละเลยการปฏิบัติตัวเยี่ยงชาว Genoese ที่คงวิถีชีวิตและการกินอยู่ดั้งเดิมชัดเจน มีอาหารท้องถิ่นที่เบียดจนแทบไม่เหลือพื้นที่สำหรับอาหารจานด่วน รสชาติชัดเจนแบบภาคเหนือที่ไม่จัดจ้านเท่าทางใต้

 

ใน Gulf of Genova เวิ้งอ่าวที่ยังมีคนไม่เดินทางอาศัยอยู่อีกมาก ดำรงชีวิตแบบคนประมงในท่าเรือหาปลาเก่าแก่ ให้การต้อนรับคนเดินทางแปลกหน้าอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ไม่ปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงจากโลกปัจจุบันล่วงล้ำเข้าถึง

 

*

 

การเดินทอดน่องเปื่อยเฉื่อยที่ Boccadasse หมู่บ้านประมงเล็กๆ อายุร้อยกว่าปี จึงเสมือนการหลุดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Postcard งดงามที่ไร้ห้วงเวลากำหนด

 

*

 

ความเป็นอยู่เรียบง่าย เรือหาปลาขนาดเล็ก ชาวบ้านธรรมดาที่นั่งตากแดดรับลมไม่ไหวติง การสบตาทักทายอย่างเป็นมิตรโดยไม่ต้องเอ่ยปากสนทนา เป็นชีวิตที่เปรียบได้กับภาพเขียนที่มีความเคลื่อนไหว เกิดเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากในโลกวุ่นวาย

*

*

*

*

 

โบคาดาซเซ่ อยู่ไม่ห่างจากความจอแจกลาง Genova แต่ไกลพอที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตช้าลง มีความสงบที่จับต้องได้ เมื่อพ้นจากถนนสายหลักเข้าสู่หมู่บ้านแล้ว รถยนต์สี่ล้อก็หมดบทบาท พาหนะเพื่อการเดินทางคือการเดิน บนถนน Cobblestones ที่เรียงแน่นด้วยแผ่นหิน และเรือหาปลาที่ทอดตัวเรียงรายบนทางลาดลงสู่ชายฝั่งทะเล

 

*

*

*

*

 

 

สำหรับคนล่องเรือหาปลากลับเข้าสู่ฝั่ง เมื่อยอดสูงของวิหาร Sant'Antonio บนเนินสูงชายฝั่งทะเล ที่ชาวบ้านและคนหาปลาช่วยกันสร้างไว้ตั้งแต่ราวสี่ร้อยปีก่อน ปรากฏสู่สายตา ก็รู้ได้ว่าถึงจุดหมายปลายทาง

*

*

*

*

*

 

และเมื่อเป็นหมู่บ้านประมง อาหารทะเลที่โบคาดาซเซ่จึงไม่เป็นรองใคร

นอกเหนือไปจาก Foccacia และ Pesto ของอร่อยคู่เมืองเจโนว่าที่มีอยู่ทั่วไป

 

*

 

 

โฟคัทช่า เป็นขนมปังแผ่นแบน มีส่วนผสมเพียงแป้ง ยีสท์ น้ำและโอลีฟออย กดสร้างรอยบุ๋ม Dimple ให้ทั่ว แล้วปักก้านโรสมารี Rosemary ปล่อยกลิ่นกรุ่นอวลอ้อยอิ่ง ราดโอลีฟออยชั้นดีเจือรสเค็มติดปลายลิ้นตามธรรมชาติ

ถ้าได้ Cappuccino อีกถ้วยก็เป็นอาหารเช้าอุ่นท้องได้เปรมปรีดิ์

 

เพสโต้ เป็นซอสข้น ทำจากกระเทียม Basil ใบแบซิ่ลสด Parmigianno ชีสแข็งพาร์มีจานโน่ Pine nuts ถั่วเมล็ดรี และโอลีฟออย เป็นเครื่องจิ้มกับโฟคัทช่า เป็นซอสชูรสกับสารพัดอาหาร หรือแค่คลุกเคล้ากับพ้าสต้าก็เยี่ยมแล้ว

 

*

 

ว่ากันว่า Pesto ของเจโนว่าเลื่องชื่อขนาด Frank Sinatra จะสั่งซอสสีเขียวเข้มจากเมืองนี้เท่านั้น 

 

*

 

อาหารอิตาเลี่ยน ไม่ซับซ้อนอย่างอาหารฝรั่งเศส แต่เมื่อความช่างกินของสองชาตินี้ข่มกันไม่ลง อาหารอิตาเลี่ยนจึงมีจำนวนลำดับอาหารในหนึ่งมื้อไม่น้อยหน้า อาศัยส่วนผสมปรุงแต่งน้อยชนิด ขอเพียงให้สด ใหม่

 

*

 

ตามธรรมเนียมอิตาเลี่ยน เวลาอาหารคือช่วงสำคัญที่ครอบครัวและมิตรสนิทนั่งร่วมโต๊ะพร้อมหน้า มื้อปกติประจำวันมีลำดับอาหาร 3-4 รายการ คือ จานต้น จานหลัก จานหวาน และตบท้ายซึ่งขาดไม่ได้ คือ Espresso ที่ถือเป็นสามัญนามของ Caffè กาแฟ

 

ในเวลาพิเศษ หนึ่งมื้อที่ครบเครื่องจะถูกลากยาวหลายชั่วโมง ตั้งแต่เริ่มต้น Aperitivo อะเปรีตีโว่ เป็นเครื่องดื่ม เช่น Campari and Soda สีแดงฟองฟู่ ของแท้เฉพาะที่อิตาลีผสมสำเร็จมาในขวดใสรูปกรวย

 

*

 

Antipasto แอนตีป้าสโต้ อาหารจานเริ่ม มีทั้งปรุงร้อนและไม่ต้องปรุง ตามด้วย Primo ปรีโม่ อาหารจานแรกที่เป็นซุป หรือแป้ง เช่น ข้าวหรือพ้าสต้า อาหารจานหลักเรียกว่า Secondo เซกอนโด้ เป็นเนื้อหรือปลา ที่มี Contorno กอนโตร์โน่ เครื่องเคียงเป็นสลัดหรือผักสุก     

 

*

*

 

แล้วจึงถึงของหวานจานแรก Formaggio e frutta โฟร์มาโจ้ เอ ฟรูตต้า เป็น ชีสที่แอบแทรกอยู่บ้างตั้งแต่ Antipasto หรือ Contorno แกล้มกับผลไม้

ของหวานจานสอง Dolce โดลเช่ เป็นขนมหวาน ตบท้ายด้วยกาแฟ

 

*

 

บางร้านอาหารที่ผู้กินและเจ้าของร้านคุยกันถูกคอ จะมีเครื่องดื่มส่งมากำนัลตบท้ายช่วยย่อย เรียกว่า Digestivo ดิเจสตีโว่ เช่น Grappa กรั้ปป้า

จึงเป็นอันจบพิธีการ

 

อาหารอิตาเลี่ยนดูมากมาย แต่ไม่ล้นหลาม ความยวนใจของอาหาร คือ ปริมาณที่ชวนชิม รสชาติที่เสริมกันในแต่ละจาน และพ้าสต้า ที่เนื้อแป้งต้มแข็งกำลังพอดี ต้องไม่นุ่มเละอย่างเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่ต้องแบบ al dente ที่คนอิตาเลี่ยนให้ความหมาย อัล-เดน-เท่ ว่า ปรุงสุก แต่เนื้อแป้งต้องยังแน่น แม้จะนุ่มก็ยังต้องออกแรงเคี้ยว วิธีปรุงแบบพื้นๆ คือแค่คลุกกระเทียมและโอลีฟออย

เพราะโอลีฟออย คือเครื่องชูรส ที่ขาดไม่ได้ในแต่ละจาน

 

*

 

โอลีฟออยชั้นดี จะถูกกีดกันไกลจากความร้อนบนเตา ใช้ขึ้นโต๊ะเพื่อเพียงสะบัดราดเพิ่มรสชาติกับทุกจาน รวมทั้งซุป

*

 

สิ่งสนุกของอาหารที่อิตาลี โดยเฉพาะที่เจโนว่า คือความง่ายในการสั่ง ไม่เคร่งครัด เรื่องจานไหนมาก่อน หรือคู่กับใคร หรือหยุดที่กี่จาน

*

 

ส่วนสิ่งที่ขาดไม่ได้ในแต่ละมื้อ คือ ไวน์ ความใสจางของ Vino Bianco ไวท์ไวน์เย็นและสดชื่น ยิ่งขับรสอาหารทะเลให้คมชัด

*

 

หลังการเดินทางไกลบ้านยาวนาน การกลับสู่โค้งอ่าวที่หลีกเร้นขยับออกมาจากท่าเรือใหญ่ที่หน้า Palazzo San Giorgio คือการกลับสู่ความสามัญของชีวิต ทั้งการกินและอยู่ ในท้องถิ่นสวยสงบ และทัศนียภาพที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

*

*

 

จนยากที่คนภายนอกจะเข้าใจว่า คนเจโนอีซตัดใจทิ้งถิ่นออกเดินทางได้อย่างไร

สำหรับเจโนอีซแล้ว ก็เมื่อเจโนว่าไม่เคยเปลี่ยน หลังการกลับมาเติมพลังให้ชีวิตกระปรี้กระเปร่าแล้ว ก็พร้อมออกสู่ท้องทะเลใหม่ ตามสัญชาตญาณในสายเลือด

วนเวียนเช่นนี้ อยู่เป็นนิรันดร์

*********

IL POSTINO: Uploaded by TheFilmografo

 

ตอนก่อนหน้า

   ตามหา St George ที่ Genova ... la Superba ที่สุดแห่งเมืองท่าอิตาเลี่ยน  

Reference:

เพลงประกอบภาพยนตร์ IL POSTINO โดย Luis Enríquez Bacalov เหมาะที่สุดสำหรับบรรยากาศของ Boccadasse

 
 

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net