วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

๒ ทางแยก ที่ต้องเลือก ทางหนึ่งคือทุนนิยมสุดขั้ว ไม่เอา เจ้า และวิถีเดิม ทางหนึ่งคือวิถีเดิม ที่มีความเมตตาอารีย์ ข้อสังเกต เหตุที่มวลชนกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง


๒ ทางแยก ที่ต้องเลือก
ทางหนึ่งคือทุนนิยมสุดขั้ว ไม่เอา เจ้า และวิถีเดิม
ทางหนึ่งคือวิถีเดิม ที่มีความเมตตาอารีย์
ข้อสังเกต เหตุที่มวลชนกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
.
.
.
.
.
พบข้อความของคุณ สนธิญาน เห็นว่าน่าสนใจ จึงขออนุญาตคัดลอกมาบันทึกไว้ในที่นี้อีกทาง
.
.
.

สนธิญาณ สำนักข่าวทีนิวส์

"รวมพลัง"
วันนี้ภาคีเครือข่ายสยามสามัคคี ไ้ด้ประชุมร่วมกับกองทัพธรรมมูลนิธิ ที่ีลานพระบรมรูปทรงม้าที่ีบรรดาญาติธรรมสันติอโศกปักหลักพักค้างอยู่
ได้มีการแลกเปลี่ยนสถานการณ์ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สังคมไทยได้พัฒนาถึงทางแยก
ที่ีแบ่งเป็น๒ขั้วความคิดและอุดมการณ์อย่างชัดเจน
ฝ่ายที่ี๑.เลือกประชาธิปไตยภายใต้ลัทธิทุนนิยมที่ีได้พัฒนาสูงสุดไม่สนใจการผลิต
มุ่งปั่นเงิน ใช้แนวทางนี้สร้างความเชื่อให้ผู้คนว่าจะสุขสบายด้วยเงินทองที่ีรัฐทุ่มเทเอา
มาให้โดยไม่สนใจว่าเงินทองนั้นจะมาจากไหนและอนาคตประเทศชาติจะเป็นอย่างไร
พวกนี้เห็นว่าวัฒนธรรมดั้งเดิมเป็นตัวขัดขวางความเจริญรำ่รวยของประชาชนตามแนวทางที่ีปลุกเร้าขึ้น แล้วก็แปรความรู้สึกของประชาชนเป็นคะแนนเสียง ภายใต้การเลือกตั้งทีโฆษณาว่านี่คือวิถีทางที่ีถูกต้องเที่านั้นเพราะคนส่วนใหญ่เลือกมาแล้ว กลุ่มนี้มีหัวหน้าชัดเจนคือเจ้าของทุนสามานย์ขนาดใหญ่ที่ีไม่เคยมีหัวใจเพื่อส่วนรวมนอกจากภาพลักษณ์และการป่าวประกาศให้ประชาชนเชื่อ
ฝ่ายที่ี๒เลือกประชาธิปไตยภายใต้วิถีเดิมๆ มีสังคมอุดมด้วยความเมตตาอารีย์ที่ีมีต่อกัน ผู้น้อยเคารพผู้ใหญ่ มีธรรมเป็นเครื่องร้อยรัด มีสัญลักษณ์เป็นสิ่งเคารพเทิดทูนสูงสุดคือสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่มีหัวหน้าแม้จะมีการพยายามยัดเยียดให้ ประธานองคมนตรีเป็นหัวหน้าจากอีกฝ่าย แต่ความจริงไม่ใช่และกลุ่มก้อนต่างๆยังไม่สามัคคีแตกแยกกันอยู่ แต่ละกลุ่มต่างก็ยึดในอัตตาตัวเอง ต่างกลุ่มต่างอยู่ดำรงค์ภาระกิจของตัวเอง
แต่จากสถานการณ์ล่าสุดที่ีได้มีความพยายามเสนอกร่าง พรบ.ปรองดองของฝ่ายที่ี๑ ซึ่งเป็นการทำลายระบบนิติรัฐ ขัดรัฐธรรมนูญโดยหวังอาศัยเสียงส่วนใหญ่ลากกันไป ทำให้เกิดปรากฏการณ์การ ฝ่ายที่ี๒ไหลเข้าหากันรวมพลังกันได้ ซึ่งเป็นการพิสูจน์กฎแห่งมวลชลว่า หาใช่เพราะการนำของแกนนำหรือผู้นำแต่ละกลุ่มเพียงประการเดียวไม่ที่ีทำให้เกิดความเข้มแข็งของมวลชน แต่รากฐานความคิดเดิมและประเด็นร่วมในการต่อสู้ต่างหากที่ีทำให้มวลชนเข็มแข็ง
ด้วยเหตุนี้เพื่อให้สอดคล้องกับธรรมชาติของมวลชน ภาคีเครือข่ายสยามสามัคคีซึ่งเกิดขึ้นภายใต้ภาระกิจที่ีจะประสานให้เกิิดการรวมพลังจึงประกาศร่วมมือกับกองทัพธรรมมูลนิธิอย่างเป็นทางการ
ในวันที่ี ๘ มิ.ย.นี้ตั้งแต่เวลา๑๗.๐๐เป็นต้นไปที่ีสวนลุมพินี จึงได้มีการจัดเสวนา
ในหัวข้อ"คัดค้านล้มศาลรัฐธรรมนูญ ยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครอง" ที่ีน่าสนใจ
ในครั้งนี้จะมีตัวแทนจากองค์กรต่างมาร่วมแสดงความเห็น อาทิ อาจารย์แก้วสรร จากสยามสามัคคี เทพไท จากปชป.(สายล่อฟ้า) แซมดิน จากกองทัพธรรม อาจารย์ศักดิ์ณรงค์จากสยามประชาภิวัฒน์ สมบูรณ์ ทองบุราณ จาก๑๓สยามไท สมชาย แสวงการ ตัวแทน สว.ฯ
เป็นการเริ่มต้นในจุดเล็กๆในการประสานสามัคคีของกลุ่มพลังในฝ่ายที่ี๒ ในประเด็นที่ีมีความสำคัญยิ่ง เพราะการปฎิเสธอำนาจศาลเที่ากับไม่มีหลักยึดร่วมกันของทั้ง๒ฝ่าย
โอกาศที่ีจะทำให้ประชาชนทั้ง๒ฝ่ายจะปะทะกันมีสูง การทำความเข้าใจเสริมสร้างปัญญาจึงมีความสำคัญยิ่ง



ต้องขอขอบคุณ คุณสนธิญาน และกลุ่มบุคคล ที่คุณสนธิญาน กล่าวถึง
.
.
.
เราไม่ควรจมอยู่กับความหดหู่ ในความขัดแย้ง ระหว่างพี่น้องร่วมชนชาติเดียวกัน

ต้องถือโอกาสนี้ เปิดเวที ให้ความรู้ แลกเปลี่ยนความคิด ความเห็นกัน ให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้

เมื่อสังคม ได้ข้อมูล ความรู้ ที่ชัดเจน ครบถ้วนแล้ว จึงจะมีปัญญามากพอ ที่จะเลือกว่า

ทางข้างหน้า ที่เราจำเป็นต้องไปต่อนั้น จะไปต่อยังไง ?

แม้ตอนนี้ สังคมแตกแยก และมองเห็นเพียงว่า มี ๒ ทางแยกเท่านั้น ที่เราต้องเลือก

แต่เมื่อสังคมได้ เรียนรู้ร่วมกัน บนฐานของความรู้ และข้อมูลที่ครบถ้วน เพียงพอ

ถึงเวลานั้นแล้ว ๒ ทางแยกที่ว่านี้ เราอาจไม่ต้องเลือกเลยสักทาง

แต่เรา จะร่วมมือกัน สร้างทางที่ ๓ ขึ้นมา และเดินไปด้วยกัน

ด้วยความรัก เข้าใจ แบ่งปัน และมีเมตตาอารีย์ต่อกัน



โดย เขียดขาคำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net