วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กะเรกะร่อน กล้วยไม้ป่า หน้าบ้าน



กะเรกะร่อน กล้วยไม้ป่า หน้าบ้าน

บ้านในพื้นที่เท่าหนูดิ้นตายของผม มีต้นไม้อยู่หลายต้น ปลูกไว้เมื่อเริ่มมาอยู่ แต่พอเจอมหาอุทกภัย มันก็ตายไปบ้าง ส่วนอีกต้นหนึ่ง คุณแม่วัย ๘๐ กว่าของผม ท่านเห็นว่า มันอยู่ริมรั้ว แล้วใบมันปลิวไปตกบ้านอื่น แม่ผมก็เลยควั่นที่โคนต้น คือกันโคนต้นไว้ แล้วมันก็ไม่ตายหรอกครับ วันดีคืนดี ลมพายุมา พัดต้นไม้โค่นลงเต็มหน้าบ้าน มิหนำซ้ำเป็นช่วงตอนกลางคืน ลำบากผมต้องเก็บกู้ทั้งคืน และต้องมาทำเพิ่มตอนเช้าอีกวัน

                ที่ว่าบ้านผมมีพื้นที่เท่าหนูดิ้นตายนั้น ก็ยังไม่เคยวัดด้วยหนูสักตัว เพราะเวลามันโดนยาเบือหนู มันก็รีบตายเสียก่อน ทุกวันนี้มันยังคงมาเยี่ยมเยือนเป็นปกติ สงสัยมันสั่งเสียกันไว้

                หลังน้ำท่วม ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านตายไปหลายต้น รวมถึงต้นกัลปพฤกษ์ด้วย ส่วนต้นตีนเป็ดน้ำ เหลืออยู่ต้นหนึ่ง เราต้องตัดกิ่งมันลง ทำให้หน้าบ้านโล่งเลย

                เมื่อต้นไม้ไม่มีกิ่งก้านแล้ว ทำให้กล้วยไม้ที่ฝากไว้ตรงโคนต้น เริ่มอยู่ไม่ได้ เพราะโดนแดดจัง ๆ พวกมันเป็นกล้วยไม้ป่ารวมแล้ว ๔ ชนิด ที่ออกดอกก่อนใครในปีนี้คือ กะเรกะร่อน

                คงไม่ค่อยมีใครสังเกตมันว่าเป็นกล้วยไม้ที่มีดอกชนิดหนึ่ง เพราะมันไม่ค่อยมีสีสรรดึงดูดผู้ชมแต่ไกลเหมือนชนิดอื่น เช่นเอื้องผึ้ง สีเหลือง

พันธุ์ที่อยู่หน้าบ้านก็คือ กะเรกะร่อน ด้ามข้าว (Cymbidium aloifolium(L.) SW.  เอื้องด้ามข้าว เอื้องหางไหล กล้วยหางไหล ก็เพิ่งไปค้นหามาเมื่อตอนมันมีดอกนี่แหละครับ เพิ่งได้รู้ว่ามันชื่อนี้



ถ้าต้นไม้หน้าบ้านตายลง พวกมันคงไม่รอดแน่

 

 

กะเรกะร่อน เป็นกล้วยไม้สกุลแคมบิดอิอุม หรือคิมบิเดียม หรือซิมบิเดียม (Cymbidium =Kim-bid-ee-um) ที่นิยมปลูกกันแพร่หลาย และเป็นสกุลใหญ่ มีประมาณ 44 ชนิด พบในประเทศไทย 19 ชนิด บางชนิดขึ้นตามพื้นดินบางชนิดเป็นกล้วยไม้อิงอาศัย มีหัวสั้นหรือยาว ใบเป็นแถบยาวค่อนข้างแข็งหรือเป็นแผ่นรูปรี โคนใบซ้อนถี่หุ้มหัวไว้ ช่อดอกมักจะยาว ในบางชนิดตั้งหรือโค้ง บางชนิดห้อยลงดอกค่อนข้างโตกลีบเลี้ยงและกลีบดอกคู่ข้างคล้ายกัน กลีบปากมีหูปากตั้งและชิดกับเส้าเกสร กลางกลีบมีเยื่อนูนเป็นสันตามยาว 2 แนว เส้าเกสรยาวและโค้งเล็กน้อย บางชนิดมีกลุ่มเรณู 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มเว้าลึก บางชนิดมีกลุ่มเรณู 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มยึดติดกับแผ่นเยื่อ กว้างและสั้น ส่วนใหญ่ดอกของกล้วยไม้ชนิดนี้บานนท และดอกในช่อทยอยบานเป็นเวลานาน

ประเทศไทยพบที่ เชียงใหม่ เลย เพชรบูรณื นครราชสีมา จันทบุรี

ที่มา









โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net