วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บทกวีทิพย์ :: ภาพพระบฎ-สุนทรวาณี........


มุนินฺท วทนมฺพุช คพฺภสมฺภว สุนฺทรี

ปาณีนํ สรณํ วาณี มยฺหํ ปิณยตํ มนํ

คือ อะไร ? มีความหมายว่าอย่างไร? และมีความสำคัญในทางธรรมะแห่งพระพุทธศาสนาอย่างไร?

 

 สุวิชชาโน อริโย
Date : 08-04-2007 11:01:03

 แม่วาด Date : 08-04-2007 16:46:19 IP : 58.8.137.92


มุนินฺท วทนมฺพุช คพฺภสมฺภว สุนฺทรี

ปาณีนํ สรณํ วาณี มยฺหํ ปิณยตํ มนํ

คือ พระคาถาวาณี

มีชื่อเรียกหลายอย่างเช่น พระคาถาอาราธนาธรรม, พระคาถาเรียกธรรม, พระคาถาบารมี 10 ทัศน์, พระคาถาหัวใจอาการวัตตาสูตร, หรือ คาถาหัวใจอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ  เป็นคาถาประจำพระองค์ ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร สุก ไก่ เถื่อน ที่ทรงสอนให้พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ให้ภาวนาก่อนที่จะนั่งเข้าที่ภาวนา หรือก่อนเรียนพระปริยัติทุกคราวไป เพื่อกันบาปธรรม หรือมารเข้ามาในใจ

สมเด็จพระวันรัตแดง วัดสุทัศน์เทพวราราม กล่าวว่า พระอาจารย์ของท่าน ทั้งทางคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ สอนให้บริกรรมพระคาถา วาณี ก่อนจะเริ่มเรียนเรียนพระปริยัติธรรม และเข้าที่ภาวนาทุกคราวไป ท่านยังกล่าวอีกว่าท่านพระมหาเถระผู้ใหญ่ทั้งหลายแต่กาลก่อน ล้วนนับถือพระคาถานี้อยู่ทั่วกัน จนกระทั้งอาราธาธรรมก็ใช้คาถานี้

ที่มาและความสำคัญของพระคาถานี้มีกล่าวไว้ใน อาการวัตตาสูตร ว่า พุทธกรธัมเมหิตัพพัง ความว่า ธรรมเป็นเครื่องกระทำความเป็นพระพุทธเจ้าคือบารมี 10 ทัศ จะพึงมีอยู่ด้วย เพราะว่าบารมีธรรมของพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีอยู่เป็นอันมาก ธรรมทั้งหลายใดเป็นไปเพื่อจะให้สำเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณ ดังที่พระพุทธองค์ตรัสกับพระสารีบุตรว่า ยัญ จ สารีปุตต รัตติง ดูกรสารีบุตร ในราตรีอันใด ตถาคตเจ้าได้ตรัสรู้ อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในวิมุติเศวตฉัตร ณ ควงไม้ อัสสัตถโพธิพฤกษ์ ก็ราตรีนั้นพระตถาคตเจ้านั้นจะระลึกถึง อาการวัตตาสูตร  นี้ (พระคาถาวาณี ย่อมาจากอาการวัตตาสูตร) เป็นไปเพื่อต่อต้านรักษาภัยอันตรายและห้ามบาปธรรมทั้งปวง เพราะตถาคตมาตามระลึกอยู่ ซึ้งธรรมทั้งหลายอันเป็นมรรคาแห่งสัตว์ทั้งหลาย ให้ถึงความสิ้นไปแห่กิเลส ในกาลนั้นตถาคตเจ้าทั้งมวลมีญาณเครื่องรู้เป็นประธานก่อน เรียกว่า พุทธประเวณีญาณ แปลว่าญาณกำหนดรู้ธรรมเนียมแบบแผนขอ พระพุทธเจ้าทั้งหลายที่เคยปฏิบัติมา อันอาการวัตตาสูตรนี้ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย 28 พระองค์ที่ล่วงไปแล้วก็ดี และ ตถาคตเจ้าในบัดนี้ก็ดีมิได้ระวางสักพระองค์เดียวทำตามกันมาทุกพระองค์

 พุทธญาณ แสงทิพย์อริยธรรม Date : 09-04-2007 18:30:12 IP : 202.47.238.211


ผลงานพิเศษชิ้นหนึ่งของพระวันรัตน์(แดง สีลวัฒโน) พระเถระที่พระปิยมหาราชทรงเคารพรูปหนึ่ง เชี่ยวชาญในพระปริยัติธรรมและพระไตรปิฎก ได้รจนาหนังสืออธิบายพระธรรมวินัยไว้หลายเรื่อง เพื่อเป็นคู่มือในการศึกษาของภิกษุ สามเณร คือภาพพระบฎ ที่มีชื่อว่า สุนทรีวาณี เป็นภาพแสดงความหมายในทางธรรม อธิบายพุทธมนต์ด้วยศิลปะ ท่านได้คิดแบบให้ช่างวาดขึ้น โดยถอดความหมายจากภาษาบาลีบทหนึ่งข้างต้น ท่านชอบใจเนื้อความในคาถานี้มาก จึงได้คิดถอดความหมายให้เขียนป็นภาพพระบฎไว้สักการะบูชา คือ

เขียนเป็นภาพนางมีเต้าถัน แต่ทรงเครื่องอย่างบุรุษ หมายความว่า เป็นรูปนางฟ้า หมายถึง พระไตรปิฎก บนฝ่ามือซ้ายมีเพชรวางอยู่ หมายความว่า พระนิพพาน เลิศกว่าธรรมทั้งปวง มือขวายกขึ้น หมายถึงพระธรรมคุณ คือ เอหิปัสสโก(เรียกให้มาดู) ดอกบัวที่รองรับรูปนางฟ้านั้น เปรียบด้วยพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า มีรูปมนุษย์ นั่งบนดอกบัวซ้ายขวา หมายถึงคู่พระอัครสาวก รูปนาค หมายถึง พระอรหันตขีณาสพ รูปเทพยดา พรหม และสัตว์ต่างๆ หมายถึง เหล่าสัตว์ในกามภพ-รูปภพ-และอรูปภพ สระน้ำ หมายถึง สังสารสาคร

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทอดพระเนตรเห็นภาพพระบฎดังกล่าวนี้ ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นอันมาก ถึงทรงพระราชดำริจะให้จารึกลงในแผ่นศิลา ประดิษฐานไว้ที่โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร อันเป็นวัดที่ทรงสถาปนาขึ้น....

ภาพพระบฎจะได้นำลงเผยแพร่ พร้อมร้อยกรองบทกลอนถวายหลวงปู่ด้วย เพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบในจินตนาการของท่านในเชิงศิลป์ต่อไปครับ.....



สมเด็จพระวันรัตน์(แดง สีลวัฑฒโน)-ผู้อธิบายพุทธมนต์ด้วยศิลปะ ภาพพระบฎ -สุนทรีวาณี

              ***ภาพพระบฎ-สุนทรีวาณี***

 

โอ้"สุนทราวาณี"โสภีเพริศ  สุดประเสริฐงามแท้มาแต่ไหน?

เป็น"นางฟ้า"โฉมงามมีความนัย  "ทรงเครื่องใหญ่อย่างบุรุษ"-องค์พุทธา

"ประทับนั่งบนดอกบัวบาน"ทั่วฐาน  เด่นตระหง่านทรงประกาศพระศาสนา

คือ"พระไตรปิฎก"ที่ยกมา         พรรณนา"พระธรรม"นำชีวี.....

"พระวินัย-พระสูตร-พระอภิธรรม"  ทรงค่าล้ำแก่มนุษย์วิสุทธิ์ศรี

"พระหัตถ์ซ้าย""เพชร"วางอยู่ดูให้ดี  ค่าควรมี"พระนิพพาน"สถานเดียว!!!

สุดประเสริฐเลิศล้ำธรรมทั้งปวง  เพราะสิ้นห่วงทุกอย่างแท้ไม่แลเหลียว

"พระหัตถ์ขวายกขึ้น"มาเมตตาเทียว  เชิญทีเดียว"เรียกหาให้มาดู!!!"

"พระธรรมคุณ"บุญของโลกดับโศกเศร้า  ที่แผดเผาผู้คนวิมลหรู

เป็น"เอหิปัสสโก"โชว์ชวนดู       เพื่อเรียนรู้"สู่นิพพาน"สราญรมย์

"ดอกบัวบานฐานานางฟ้า"นั้น  เป็นสำคัญคือ"พระโอษฐ์"ประโยชน์สม

"แห่งองค์พระพุทธา"งามน่าชม  ทรงอบรมสั่งสอนสุนทรธรรม....

"มนุษย์นั่งบนดอกบัวอยู่ซ้ายขวา"  คือ"อัคราสาวก"ยกคมขำ

"ซุ้มนาคคือพระอรหันต์"ผู้มั่นธรรม  เป็นผู้นำ"ขีณาสพ"นบพระคุณ

"เหล่าเทพ-พรหม-เต่า-กบน้อย-หอย-ปู-ปลา-  สัตว์นานา"ในห้วงกรรมที่นำหนุน

ในกามภพ-อรูปภพไม่จบบุญ   รูปภพหมุนเทพ-สัตว์-คนเป็นวนวง

"ในสระบัวคือธาราเต็มสาคร"  ไม่ขาดตอน"สังโยชน์"-"โลภ-โกรธ-หลง"

เป็น"สังสารวัฏ-ห้วงน้ำใหญ่"ขอให้ปลง  "นิพพาน"ส่งด้วย"สุนทรีวาณี"เทอญฯ.....

ชัย แสงทิพย์

ChaiSangthip@www.com

Kaysorn Suttajit Date : 10-04-2007 20:16:07 IP : 68.73.83.147


 Thank you very much, Mae Ward and Ajarn Koon Lung Chai Sangthip,  for  your  excellent informations.  I have been Soud Mon with this Pra Kat for more than 20, without knowing the meanings,  and where  this Pra Ka Ta  came from  !



แปลคำตอบของ อ.คุณแม่เกษร สุทธจิตฯ

ขอบคุณแม่วาด และอาจารย์ชัย แสงทิพย์มากๆ สำหรับข้อมูลที่เยี่ยมยอดเหล่านี้ เราเอง ได้สวดมนต์พระคาถานี้มากว่า 20 ปี โดยไม่ทราบความหมายมาก่อนเลย และไม่ทราบแหล่งที่มาของพระคาถานี้ด้วย!!!

บัวบาน แสงทิพย์

BuabanSangthip@gmail.com


โดย บัวบานแสงทิพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net