วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ย่ำดินแดน ทานาคา (7)มหัศจรรย์ สุดยอดตำนานสมุนไพรแห่งความงาม


จำความได้ว่าสมัยเป็นเด็กเวลาอาบน้ำเสร็จคุณยายจะนั่งฝนท่อนตะนะคา (หรือ ทานาคา) คอยท่าไว้ให้ เช็ดเนื้อตัวจนแห้งก็จะนั่งเข้าคิวให้คุณยายปะตะนะคาให้ทั่วทั้งตัวและใบหน้าเป็นอันเสร็จเรียบร้อยถึงจะไปเล่นตามประสาเด็กๆได้ หากคร่าใดอาบน้ำแล้วไม่ปะตะนะคาก็จะโดนคุณยายดุ แล้วให้ทาตะนะคาให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้านไปเล่น ทาตะนะคาจนถึงมัธยมต้น ด้วยความว่าอายเพื่อนที่โรงเรียนล้อ เลยกลับมาบอกคุณยายว่าคุณครูๆให้ทาตะนะคาได้เฉพาะเวลาที่อยู่ที่บ้านเท่านั้น แต่เพราะความเป็นเด็กเลยยังไม่รู้เรื่องราวของตะนะคาและสมัยนั้นตะนะคาก็แพร่หลายน้อยมาก เพราะคนพม่ายังไม่เข้ามาอยู่มากมายเหมือนสมัยนี้ คงต้องขอบคุณ คุณยายที่มอบสมุนไพรดีๆแบบนี้ไว้ให้เพราะมาเห็นผลตอนโตเป็นสาววัยรุ่นว่าผิวของพี่ๆน้องๆพี่โบเดีย ที่ทาตะนะคามาตั้งแต่เด็กๆก็ไม่มีใครสู้ได้ในด้านความเนียน ผิวสวยคงทนมาจนวัยปูนนี้แล้วก็ยังเนียนเหมือนเดิมแม้จะเลิกใช้มานานแล้วแฮ่ๆ

เวลาคุณยายฝนท่อนตะนะคาก็มักจะเอานิ้วไปจิ้มที่หินฝนตะนะคาแล้วเอามาแตะที่ลิ้นทานเล่นชุ่มคอดีตะนะคาจริงๆแล้วนอกจากจะเป็นสมุนไพรประทินผิว ยังเป็นยาสมุนไพรได้อีกด้วยสารพัดประโยชน์ที่หลายคนไม่รู้ คิดว่าแค่ประทินผิวอย่างเดียว คนพม่าเวลาฝนตะนะคาก็จะเอาตะนะคาที่ฝนได้ไปผสมกับน้ำแล้วดื่มเย็นชุ่มคอชื่นใจ บางทีฝนท่อนตะนะคาไปก็จะเอาตะนะคาไปแตะที่ลิ้นเด็กๆ เป็นการช่วยระบายท้อง ใครที่เป็นโรคผิวหนังให้เอาตะนะคาทาทั่วตัว อาการโรคผิวหนังก็จะหายไปหรือหากใครเป็นแผลเล็กๆน้อยๆก็เอาตะนะคาไปทาบริเวณที่เป็นแผลไม่นานแผลก็จะหายเปลือกตะนะคายังใช้ดมแก้วิงเวียนศีรษะได้อีกด้วย สารพัดประโยชน์ใช้สอยคุ้มเกินคุ้มราคาก็แสนจะถูก ท่อนไม้ตะนะคาราคาแค่20บาทใช้ได้ทั้งครอบครัวเป็นปีกว่าจะฝนหมด แถมเป็นวิถีธรรมชาติที่ไม่มีสารเคมีมาเจือปน เลือกได้ว่าตะนะคาเป็นเมคอัพปลอดสารพิษโดยแท้จริง

ดินแดนทานาคา…ใช้สมุนไพรธรรมชาตินี้มานานจนสืบค้นหาต้นตอไม่ได้ และยังคงใช้กันจนเรียกได้ว่าเป็นวัฒธรรมประจำชาติไปแล้วก็ว่าได้ และตะนะคาเองก็ยังบ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีชาติใดเหมือนในโลก เพราะเห็นใบหน้าแบบนี้รู้ได้ทันทีว่าเป็นประชากรประเทศพม่า แม้ว่าจะมีเครื่องสำอางที่ทันสมัยเข้ามาเผยแพร่ในพม่ามากเท่าใดก็ไม่สามารถทำให้จีดีพีของตะนะคาลดลงไปได้เลย ตะนะคายังคงได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย เพราะเหมือนเป็นสมบัติประจำบ้านที่ทุกๆบ้านจะต้องมีตะนะคาไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง แม้จะเขียน คิ้ว ทาปาก ใช้เครื่องสำอางอื่นๆผสมสุดท้ายก่อนออกจากบ้านก็ต้องทาตะนะคาอยู่ดี …

ไม้ตะนะคามีชื่อเรียกทางพฤกษศาสตร์ว่า Limoniaacidissima เป็นไม้เนื้อแข็ง มีมากทางตอนกลางของประเทศพม่า แถบๆเมือง พุกาม แปร มัณฑะเลย์ชเวโบ กลิ่นหอมของตะนะคามาจากเปลือกฝนเสร็จแล้วหอมชื่นใจจริงๆ

ตะนะคายุคสมัยนี้ได้เปลี่ยนไปสาวพม่าไม่ต้องมานั่งฝนตะนะคาให้เมื่อยเพราะตามท้องตลาดตะนะคาได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แปรรูปลงตลับ เป็นครีม ผสมหัวน้ำหอม ให้เป็นที่เรียบร้อยพร้อมใช้ได้เลยกับใบหน้าห้ามทานนะคะจะทานตะนะคาได้ก็เฉพาะเอาท่อนตะนะคามาฝนเองเท่านั้น ใครอยากมีผิวสวยเต่งตึงก็ต้องทาตะนะคาแบบชาวพม่าเขาล่ะ

             หลากหลายสไตส์สีสันบนใบหน้าด้วยตะนาคา

แม่ค้าขายท่อนตะนะคาที่ย่างกุ้ง

พ่อทา ตะนะคาให้ลูกชาย

ท่อนตะนะคา ว่างขายทั่วไป

ตะนะคาแบบสำเร็จที่ไม่ผสมน้ำหอม

ท่อนตะนะคา จากเมืองพุกาม แหล่งตะนะคาเลยล่ะค่ะ

สาวน้อยพม่ากับหินฝนและท่อนตะนะคา

และสุดท้ายคือ มารัดอู เมืองที่กำลังจะเดินทางไปในวันพรุ่งนี้พร้อมทีมงานในพม่าและเมืองไทย แต่มาเจอเหตุการณ์จราจลในรัฐยะไคน์ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นชีวิตต้องดำเนินต่อไป แต่คงต้องเปลี่ยนแผนไปรัฐอื่นแทน

หลังจากเอ้นทรี้นี้พี่โบเดียก็อยู่พม่าแล้วหากสถานการณ์ในพม่าไม่ไว้วางใจจะรีบกลับค่ะ คงไม่สวมบทนักข่าวอาสา รางวัลโนเบลนะคะ แฮ่ๆ แต่อย่างไรซะ เชื่อว่าท่านประธานาธิบดีเอาอยู่แน่นอนค่ะ... คงไม่ลุกลามไปเมืองอื่นแน่นอนค่ะ สาธุ...

ขอได้รับความขอบคุณจากพี่โบเดียนะคะ_/|\_ 

โดย พี่โบเดีย

 

กลับไปที่ www.oknation.net