วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การตั้งอุซามะฮ์เป็นแม่ทัพในวัย18-19ปี สู่แนวรบทางด้านเหนือของอิสลาม



                              การตั้งอุซามะฮ์แม่ทัพวัย18-19ปีกับแนวรบทางด้านเหนือของอิสลาม

         มุสลิมกลับมาสู่เมืองมะดีนะฮ์หลังจากทำพิธีฮัจญ์(แสวงบุญ)ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ท่านนบีได้ปฏิบัติแบบอย่างให้ดูได้ไม่นานนัก ท่านนบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัด ยังคงกังวลใจกับแนวรบทางด้านเหนือ ที่เขตอารเบียติดต่อกับอัชชาม(ซีเรียและปาเลสไตน์)ซึ่งอยู่ในการครอบครองของอาณาจักรไบเซนไทน์ที่เป็นมหาอำนาจครองโลกอยู่ในเวลานั้น แม้กองทัพมุสลิมจะประจันหน้ากันสองครั้งกับกองทัพไบเซนไทน์ตามที่ฉันเล่ามาแล้ว คือเมื่อครั้งแรกที่ตำบลมุอ์ตะฮ์ ซึ่งครั้งนั้นการรบอย่างไม่เกรงกลัวความตายและการวิ่งเข้าหาคมหอกดาบธนูของศัตรูราวกับความตายเป็นสิ่งที่มุสลิมปรารถนา แม้จะมีกำลังและอาวุธน้อยกว่าทำให้ทัพไบเซนไทน์ตื่นตะลึงกับความห้าวหาญของนักรบอิสลามศาสนาใหม่ที่มาจากอารเบียยิ่งนัก จนเมื่อคอลีด อิบนุลวะลีด ใช้อุบายศึกแสร้งว่า มีมุสลิมส่งกำลังเข้ามาเสริมทัพอย่างมากมาย จนฝ่ายโรมันตะวันออกที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ไกลๆในยามค่ำคืนยันรุ่งสางขวัญเสียจึงได้ถอนทัพไป ทั้งที่ยังไม่รู้ผลแพ้หรือชนะ แม้สงครามครั้งนั้นฝ่ายมุสลิมจำนวนหนึ่งจะรักษาชีวิตนำทัพกลับมาได้ แต่ชาวเมืองก็ประณามนักรบมุสลิมเหล่านั้นว่าเป็นพวกขี้ขลาดและกลัวความตายที่ไม่รุกไล่ตามศัตรูไป จนนักรบเหล่านั้นบางคนต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่กล้าเดินในย่านชุมชนเพื่อหลีกหนีเสียงนินทาของชาวบ้านที่ไม่ยอมรับเหตุผลความจริงว่า มุสลิมนั้นมีกำลังพลและอาวุธเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับมหาอำนาจไบเซนไทน์ หากวิเคราะห์กันตามภาวะวิสัยแล้ว หากโรมันไม่หลงกลถอยทัพไปก่อน แต่ตัดสินใจเข้าตีให้เด็ดขาดแล้วละก็ กองทัพมุมลิมในครั้งนั้นคงไม่มีใครรอดชีวิตกลับมา แม้ชาวเมืองจะได้ยินเหตุผลนี้พวกเขาก็กลับกล่าวว่าหากนักรบเหล่านั้นตายในสนามรบจนหมดก็ยังดีกว่ากลับมาแบบนี้ เพราะนั่นเป็นการพิสูจน์ศรัทธาต่อพระเจ้าและหัวใจที่ไม่กลัวตายของมุสลิม ถึงแม้ท่านนบีมูฮัมหมัดจะกล่าวว่าเห็นด้วยและชื่นชมต่อนักรบเหล่านั้น แต่ก็ดูเหมือนเสียงนินทามิได้เบาบางลงเลย
                  ครั้งที่สองคือ สงครามที่มุสลิมยกไปที่เมืองตะบูกโดยการนำทัพของท่านนบีมูฮัมหมัดเองมันเป็นทัพที่ใหญ่มากเท่าที่มุสลิมและพันธมิตรในอารเบียจะรวบรวมได้ แต่ทัพทั้งสองไม่ทันได้ปะทะกัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามทัพโรมันก็ถอนตัวเข้าไปยังเขตแดนของตัวเองก่อน และเหตุการณ์นั้นก็ไม่เคยทำให้ท่านนบีวางใจในมหาอำนาจไบเซนไทน์เลย เพราะท่านตระหนักดีเสมอว่า มหาอำนาจคริสตจักรโรมันตะวันออกแห่งไบเซนไทน์คงไม่นิ่งนอนใจไปยาวนานแน่ต่อการเคลื่อนไหวของอิสลาม โดยเฉพาะในช่วงเวลาหลังจากการทำฮัจญ์อำลาที่ผ่านมานี้ ชาวแคว้นนัจญรอนซึ่งเคยเป็นเสมือนเมืองตัวแทนชาวคริสต์ในอารเบียของคริสตจักรไบเซนไทน์ที่เป็นเขตติดต่อติดต่อกับเยเมน ได้เปลี่ยนจากศาสนาคริสต์และลัทธิความเชื่อเฉพาะเผ่าต่างๆหันมานับถือศาสนาอิสลามเป็นจำนวนมากแทบจะทั้งเมือง ย่อมส่งผลกระทบทั้งในเชิงกำลังพลและจิตวิทยาต่อมหาอำนาจคริสตจักรโรมันตะวันออกแน่นอน

             ในช่วงเวลาที่กระแสของศาสนาอิสลามกำลังมาแรงนี้ ท่านนบีตัดสินใจรวบรวมพลโดยมีนักรบอาวุโสผู้กรำศึกมากับท่านตั้งแต่เริ่มประกาศศาสนาที่ใช้การหนีเป็นทางออกจนถึงเวลาที่มุสลิมตัดสินใจลุกขึ้นต่อสู้เช่น ท่านอบูบักร และท่านอุมัร สาวกผู้เป็นเสมือนขุนพลฝ่ายขวาและซ้ายที่เคียงข้างท่านมาตลอดให้บุกเข้ายึด อัชชาม(ซีเรียและปาเลสไตน์)ที่อยู่ในอาณัติของไบเซนไทน์ เจ้าโลกแห่งยุคนั้น ท่านแต่งตั้งให้ อุซามะฮ์ บิน(บุตรของ) ซัยด์ บิน ฮาริษะฮ์ เป็นแม่ทัพบังคับบัญชากองทัพ
             การตั้ง เด็กหนุ่มวัยไม่ถึง 20  อย่างอุซามะฮ์ ขึ้นเป็นแม่ทัพ ให้มีตำแหน่งซึ่งกุมคำสั่งเด็ดขาดเหนือกว่าผู้อาวุโสและสหายของท่านนบีทั้งหมดนั้น คงวุ่นวายอลหม่านแน่ หากทุกคนไม่มีศรัทธาในการเป็นนบี(ศาสนทูตของพระเจ้า)ของมูฮัมหมัด และหัวใจที่เด็ดเดี่ยวศรัทธาต่อพระเจ้าตามหลักการของอิสลามอย่างแท้จริง แต่หากคิดอย่างใช้วิจารณญาณแล้วตำแหน่งลาภยศจะสำคัญอันใดเล่าถ้าพวกเขามีศรัทธาที่บริสุทธิต่อพระเจ้าจริง และโดยสถานการณ์ที่รอบคอบนั้น ท่านนบีแต่งตั้งเด็กหนุ่มขึ้นเป็นแม่ทัพนั้น ก็เพื่อให้เขาได้อยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับที่บิดาของเขาเคยอยู่และสละชีวิตไปในสงครามมุตะฮ์อันห้าวหาญ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่อุซามะฮ์ที่สูญเสียบิดาไป ซึ่งจะทำให้หนุ่มน้อยมีความเด็ดเดี่ยวแข็งขันและตั้งใจในสงครามครั้งนี้อย่างที่สุด และเพื่อเป็นตัวอย่างแก่คนหนุ่มรุ่นต่อไปที่จะเข้ามารับภารกิจอันใหญ่หลวงในภายภาคหน้า ท่านวางแผนให้อุซามะฮ์ เดินทัพไปทางตำบล อัลบัลกอและบัดดารูมในปาเลสไตน์ผ่านเขตเมืองมุอ์ตะฮ์ซึ่งบิดาของเขาเคยพลีชีพที่นั่น กำชับให้เดินทัพอย่างเงียบกริบอย่าให้เอิกเริก เคลื่อนไปให้รวดเร็ว เมื่อเสร็จศึกแล้วให้เดินทางกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน อย่าได้แชเชือนอยู่ในดินแดนนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม

 

        อาณาเขตปกครองของไบเซนไทน์ในยุคของท่านศาสดามูฮัมหมัด

โดย musachiza

 

กลับไปที่ www.oknation.net