วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อาลัย "น้องหนู"


   


         การเสียชีวิตแบบกระทันหันของ “พี่หนู” หรือ “น้องหนู” ธราวุธ นพจินดา ผู้ประกาศข่าวและผู้บรรยายกีฬาชื่อดังของเมืองไทยถือเป็นข่าวการสูญเสียที่ช็อกที่สุดอีกข่าวหนึ่งของคนในแวดวงกีฬาปีนี้


            นอกจากเป็นผู้บรรยายกีฬาแล้ว คนไทยรู้จัก “น้องหนู” ในฐานะของน้องชาย “ย.โย่ง” เอกชัย นพจินดา ผู้บรรยายกีฬาระดับตำนานของเมืองไทยด้วย


            “ย.โย่ง” เสียชีวิตไปก่อนเมื่อ 15 ปีที่แล้วด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน

 และคงไม่มีใครคาดคิดว่า “น้องหนู” จะจากไปด้วยอาการที่คล้ายๆกัน

 

         นักข่าวรุ่นเล็กอย่างผมมาไม่ทันสมัย “ย.โย่ง” แต่ทันที่จะได้เจอกับ “น้องหนู” หรือ “พี่หนู”


            ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงานในสายสื่อสารมวลชนก็ได้เจอ “พี่หนู” และจำรอยยิ้มในวันแรกที่ “พี่หนู” ทักทายเหมือนเป็นการต้อนรับสู่วงการน้ำหมึกได้ดี


            ผมไม่สนิมสนมกับ “พี่หนู” มากนัก แต่เจอกันบ่อยในงานและละแวกบ้านที่อยู่ซอยเดียวกัน “พี่หนู” มักถามสารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ


             การจากไปของ “พี่หนู” จึงช็อกไม่น้อย เพราะเพิ่งช็อกต่อการจากไปของ “โค้ชก๊อก” พงษ์พันธุ์ วงษ์สุวรรณ และ “น้าเหม่ง” ประพล พงษ์พานิช เมื่อไม่นานนี้


            “พี่หนู” คือสื่อมวลชนตัวจริงที่แฟนกีฬารุ่นใหม่อาจจะไม่ทราบว่านี่คือ นักข่าวคนแรกของสยามสปอร์ตที่ถูกส่งไปประจำการอยู่ที่อังกฤษ


            ตลอดชีวิตงานข่าว “พี่หนู” ผ่านทัวนาเมนต์ระดับโลกมากมาย โดยเฉพาะฟุตบอลรายการใหญ่ๆทั้งฟุตบอลโลก และ ยูโร


            สำหรับ “ยูโร 2012” กับ “พี่หนู” อ้างอิงจากกระทู้ www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S12262716/S12262716.html แล้วน่าสนใจครับ


            คนเขียนกระทู้ใช้ชื่อว่า “ปล่อยไก่” เล่าว่าได้สนทนากันแล้ว “พี่หนู” บอกว่าจะไม่ได้ดูยูโรทุกนัด เพราะมีภารกิจต้องไปทำข่าวฟุตบอลนักเรียนที่สวีเดน


            “ปล่อยไก่” เลยถาม “พี่หนู” ว่า “จริงๆบอลเยาวชน พี่ไม่ต้องไปเองก็ได้ดีนี่” แต่ “พี่หนู” ตอบกลับมาแบบโดนใจนักข่าวบอลไทยอย่างผมมากว่า

 

          “บอลของไทยถึงจะเป็นบอลเด็ก แต่ก็น่าจะให้ความสำคัญมากกว่าฟุตบอลยูโรที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเราโดยตรงไม่ใช่เหรอวะ ?”


            คำพูดของ “พี่หนู” โดนใจมาก ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าบางทีสื่อไทยน่าจะลงทุนต่อการตามรายงานข่าวของนักกีฬาไทยเพื่อคนไทยแบบนี้บ้าง


            คิดต่อไปอีกว่าการลงทุนของหลายสื่อไทยใน “ยูโร 2012” ครั้งนี้คนไทยได้อะไรบ้างนอกจากความบันเทิง


            แน่นอนว่าได้การติดตามข่าวสารและความบันเทิงจาก ภาพเกมการแข่งขันหรือบรรยากาศการเชียร์ได้ดูแบบสดๆจากขอบสนาม


            แต่ “ยูโร 2012” หนนี้ไม่เห็นจะมีการนำ “ผู้รู้ (จริง)” มาให้ความรู้จากเกมการดวลแข้งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม


            การถ่ายทอดสดแต่ละเกมมีเพียงผู้บรรยายหรือคนพากษ์เท่านั้นที่วิเคราะห์เกมกันไป แต่ไม่เห็น “กุนซือ” ระดับคุมทีมชาติหรือสโมสรมาช่วยส่องกล้องมองเกม


            กว่าจะมีอดีตนักบอลทีมชาติไทยหรือโค้ชมาวิเคราะเกมกันต้องรอตอนตี 5 ครึ่งหลังบอลจบไปแล้วสักชั่วโมง น่าสงสัยว่าคนที่ถ่างตาดูบอลจะรอดูต่อเหรอ


            มุมมองของผมต่อ “ยูโร 2012” อาจจะแปลกแหวกชาวบ้าน แต่ในฐานะสื่อตัวน้อยๆคนหนึ่งมองอย่างนี้ครับและเห็นด้วยกับคำพูดของ “พี่หนู” มาก


            ขอให้ “พี่หนู” หลับให้สบายครับ และหวังว่าสักวันสื่อไทยจะคิดได้เหมือนที่ “พี่หนู” บอกครับ


**** จากใจ "บับเบิ้ล" ใน "คมชัดลึก" 22 มิ.ย. ****

โดย บับเบิ้ล

 

กลับไปที่ www.oknation.net