วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นครธม...ไปแล้วก็ไปอีก



   อีกครั้งหนึ่งที่จะพูดถึงนครวัด-นครธม  และคงไม่เป็นการซ้ำซากเกินไปที่จะเขียนถึงเกี่ยวกับปราสาทหินที่ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างของมนุษยชาติยุคขอม เมื่อไปเที่ยวชมปราสาทหิน ในเมืองเสียมเรียบ ประเทศเขมร มาเห็นแล้วก็มีข้อให้คิดคำนึงจินตนาการย้อนกลับสู่อดีตกาลมาบอกเล่าสู่กันฟัง แม้จะเคยไปแล้วก็ไปอีกได้ไม่เคยเบื่อหน่ายเพราะสิ่งที่ชนชาติขอมสร้างขึ้นมีเรื่องที่ชวนให้น่าคิดมากมาย ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมาเคยไปแล้วถึง 4 ครั้ง  ซึ่งก็ยังไม่พอเพียงที่จะซาบซึ้งดูรายละเอียดศิลปะที่ปรากฏตามปราสาทหินแต่ละแห่งได้ครบถ้วน เพราะแต่ละแห่งมีโครงสร้าง รูปแบบ และความเชื่อแตกต่างกัน  อีกทั้งเรื่องราว งานศิลปะลวดลายที่แกะสลักไว้แต่ละปราสาทก็แตกต่างกัน  

 ที่นครวัดแกะสลักเรื่องราวศรัทธาความเชื่อเกี่ยวกับ พระวิษณุกรรมกวนเกษียรสมุทร การปราบอสูรของพระกฤษณะ และพระศิวะ   และเรื่องราวการยกทัพโยธาของสยามประเทศ   ส่วนที่นครธมแกะสลักเรื่องวิถีชีวิตของคนขอม สังคม ความเป็นอยู่  ครอบครัว การทำมาหากิน ปิ้งปลา ชนไก่ การสู่ขอ และการคลอดลูก ที่เกิดขึ้นในยุคพันปีก็มีให้เห็น และการยกทัพโยธารบพุ่งของพระเจ้าชัยวรมัน ทั้งทางบก ทางน้ำ ใช้เรือ ใช้ช้าง ม้า ต่อสู้กับพวกจาม   ซึ่งเป็นศัตรูกับชนชาติขอมหลายยุค   

   แต่ภาพแกะสลัก ที่เหมือนกันหรือขาดไม่ได้เลยที่ปรากฏตามปราสาทแต่ละแห่ง  โดยช่างขอมฝีมือเยี่ยมยุคนั้นต่างบรรจงแกะสลักไว้อย่างสุดฝีมือ เพื่อให้เป็นที่ติดตาตรึงใจแก่มนุษย์ผู้มีโลกีย์วิสัยเมื่อได้มาเห็นแม้กาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน   นั่นก็คือภาพสลักนูนต่ำของนางอัปสรา   นางฟ้าที่เกิดจากการกวนเกษียรสมุทร์ ผู้มีเรือนร่างอันเลอโฉมตามจินตนาการของชนชาติขอม ถูกแกะสลักไว้ให้ปรากฏตามฝาผนังหินทราย และกรอบประตูทุกปราสาท  แต่ละนางมีหลากหลายรูปแบบและท่าทาง  ทุกๆ ปราสาทจะต้องแกะสลักเรือนร่างแห่งความงดงาม  สมกับเป็นสตรีนางฟ้าผู้รับใช้ของทวยเทพ จากยุค 1000 ปี  ให้ปรากฏมาจนถึงปัจจุบันนี้ 

   เชื่อว่าคงจะมีการแข่งขันประชันฝีมือของช่างขอมโบราณ ที่จะถ่ายทอดความงามของสตรีในยุคนั้น ทั้งรูปอวดโฉมโนมพรรณ ทรวดทรงองค์เอว  เครื่องแต่งกายตั้งแต่ทรงผม เสื้อผ้าอาภรณ์ และเครื่องประดับ ตลอดจนอริยบทต่างๆ ของนางอัปสรา  ที่บรรดาช่างได้เห็น สตรีในยุคนั้น แล้วจินตาการว่าเป็นนางอัปสรา ซึ่งคงมีสตรีที่ตนเองพบเห็นในยุคนั้นอย่างดาษดื่น ไม่ว่าจะเป็นแม่ เป็นเมีย หรือคนรักที่หมายปอง  โดยช่างจะต้องแสดงฝีมือแกะสลักให้เป็นภาพนูนต่ำออกมาได้งดงามเหมือนตัวจริง   และเชื่อว่าต้องการที่จะให้แต่ละนางได้ภาคภูมิใจด้วย อีกทั้งคนรุ่นหลังที่มาเยี่ยมชมเช่นเราๆ ท่าน ๆ  ได้ตลึงแลไปกับเรือนร่างและทรวดทรง  เอวคอด-สะโพกผาย ไหล่ผึ่งของนางอัปสรา ดูช่างงดงาม อ้อนแอ้น อ่อนช้อย มีหุ่นสมบูรณ์แบบจนเป็นน่าอิจฉาของคนยุคนี้

 จั่วหัวเรื่อง “นครธม.. ไปแล้วก็ไปอีก”  แต่กลับพรรณนาถึงนางอัปสราที่ปรากฏตามปราสาทต่างๆ อย่างเป็นคุ้งเป็นแคว   ก็เพราะเหตุความงดงามแห่งเรือนร่าง อาภรณ์และ เครื่องประดับ ของสตรีผู้เลอโฉมชนชาติขอมในยุค 1,000 ปีที่ผ่านมานั่นเอง    ครับ! พูดถึงปราสาทนครธม เราจะไม่เขียนถึงในแง่ประวัติศาสตร์และความเป็นมา เพราะมีให้ศึกษาเยอะอยู่แล้วทั้งในกูเกิ้ลและวิกิพีเดีย  แต่จะพรรณนาตามความคิดของเราเองถึงความยิ่งใหญ่อลังการที่ปรากฏแก่สายตาที่ได้ไปเห็นมาแล้ว และกลับไปเห็นอีก 

  นครธมเป็นอาณาบริเวณเมืองหลวง หรือพระนคร (Angkor) มีประตูรูปพระพรหมสี่หน้าขนาดรายล้อมทั้งสี่ด้าน แต่ที่ยังสมบูรณ์คือ ประตูพรหมสี่หน้าทางทิศใต้ กว้างขนาดรถบัสขนาดเล็กผ่านรอดเข้าไปได้  นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวนครธมจะต้องผ่านจุดนี้ สองข้างทางเข้าก่อนเข้าประตู มีเทวดาด้านหนึ่งและอสูรอีกด้านหนึ่ง ยืนเรียงแถวช่วยกันกวนเกษียรสมุทร์   จุดนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว พากันหยุดถ่ายภาพ อาณาบริเวณนครธมมีเนื้อที่ราว 9 ตารางกม. เมื่อเข้าไปถึงศูนย์กลางพระนครจะเห็นปราสาทบายน สูงใหญ่เหมือนภูเขา รายล้อมและเรียงรายไปด้วยพระพักตร์พรหมสี่หน้า ว่ากันว่าเป็นพระพักตร์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์ผู้สร้าง สถานที่แห่งนี้สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพและพระราชธิดา หม่อมเจ้าหญิงพูนพิสมัย ดิศกุล เคยเสด็จมาเยี่ยมชมและฉายพระฉายาลักษณ์ ที่หน้าพระพักตรบายน เมื่อ 88 ปีที่แล้ว  

  หินทรายที่นำมาก่อสร้างปราสาทบายน ต้องขนย้ายหินจากภูเขาพนมกุเลน  ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทางราว 65 กม.  นำหินตัดมาซ้อนเทินกัน ให้สูงขึ้น  โดยผิวสัมผัสและรอยต่อต้องแบบสนิท มองไกล ๆ เหมือนภูเขายอดแหลม รายล้อมด้วยพระปรางค์ 54 ยอด แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ ๆ เป็นพระพักตร์พรหม 4 หน้า รวมแล้วปราสาทบายนมีพระพักตร รวม 216 หน้า   ใครที่ได้มาเห็นก็ต้องทึ่งกับใบหน้าขนาดใหญ่ของปราสาทบายน และทึ่งกับมนุษย์ยุคขอมโบราณที่ทิ้งความยิ่งใหญ่ไว้ให้เห็น คงมีช่างนับร้อยนับพันแบ่งหน้าที่กันแกะสลักก้อนหินขนาดใหญ่ ที่เทินทับกันดุจภูเขา ให้เป็นพระพรหมสี่หน้า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือพระพักตร์ของพระเจ้าชัยวรมัน   ขนาดใหญ่ยักษ์ ราวๆ 16 ตารางเมตร มีจำนวนถึง 216  ใบหน้า

  กาลเวลาผ่านมานับพันปีแล้ว   ปราสาทบายนที่มีใบหน้าพระพรหมสี่หน้า ขนาดใหญ่ยักษ์ยังคงเด่นตระหง่าน  ปรากฏความยิ่งใหญ่ ขรึมและขลัง อยู่ภายในอาณาบริเวณพื้นที่กว่า 9 ตารางกิโลเมตร ของเมืองพระนคร หรือนครธมที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล



ประตูทางเข้านครธม กว้างขนาดรถบัสเล็กผ่านเข้าไปได้ นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ



เมื่อผ่านเข้าไปแล้ว มองย้อนกลับออกไป ไม่ค่อยมีผู้คน



ปราสาทบายนสูงใหญ่มาก ขนาดมองจากบริเวณลานจอดรถ



ปราสาทบายนทางเข้าด้านตะวันออก



ปราสาทบายน สูงใหญ่เต็มไปด้วยพระพักตรพรหมสี่หน้า 216 ใบหน้า



ปราสาทบายน ภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว



นางอัปรา และทวารบาล ที่ประตูทางขึ้นปราสาทบายน



นางอัปสราที่ปราสาทบายน



นางอัปสราที่ปราสาทตาพรหม นำมาเปรียบเทียบฝีมือช่างและความงาม



นางอัปสราหลากหลายรูปแบบและท่าทางที่ปราสาทนครวัด



นางอัปสราที่ประตูทางเข้าระเบียงรอบนอก เมื่อผ่านประตูแรกเข้ามา



เป็นนางอัปสราจุดแรก ๆ ที่นักท่องเที่ยวถ่ายภาพนางอัปสราที่นครวัด



นางอัปสราในซุ้มที่สวยงามบนปราสาทบายน



นางอัปสราหุ่นสมบูรณ์แบบที่ปราสาทบายน






นางอัปสราที่ปราสาทบนยน  ส่วนใหญ่รูปร่างสมบูรณ์แบบ



ภาพการยกทัพโยธาของพระเจ้าชัยวรมันสู้รบกับพวกจาม



ทหารใส่เสื้อมีลายดอก



ทหารกองทัพขอมกำลังต่อสู้กับทหารกองทัพจาม



ไม่ทราบกองทัพฝ่ายไหน ใส่หมวกรูปร่างแปลก



ภาพทหารสองฝ่ายกำลังต่อสู้ รบรันพันตู



ปราสาทบายน มุมรับแสงแดด ไปครั้งที่ 2 ถ่ายไว้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว



ใบหน้าบายน(พรหมสี่หน้า) ภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว



ถ่ายภาพปราสาทบายน ควรถ่ายที่มุมรับแสงแดด ภาพจะแจ่มชัดดี





ใบหน้าบายน ถ่ายเมื่อวันวิสาขบูชา 4 มิย. 2555





ปราสาทบายน มุมนี้สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเคยเสด็จมาประทับฉายพระฉายาลักษณ์



ภาพมุมเดียวกัน ที่สมเด็จกรมพระยาดำรงเคยประทับฉายพระฉายาลักษณ์



บริเวณลานชั้นล่างก่อนขึ้นชมใบหน้าปราสาทบายน




นางอัปสราร่ายรำที่เสาชั้นล่างปราสาทบายน แกะสลักยังไม่เสร็จสมบูรณ์



ประตูทางออกนครธมทางทิศตะวันออก (ถ่ายจากด้านใน)



ทางเข้านครธมด้านทิศตะวันออก (ถ่ายจากด้านนอก)



ภาพเปรียบเทียบอดีตที่สมเด็จกรมพระยาดำรงเคยมา กับภาพถ่ายไว้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว



ภาพเปรียบเทียบเมื่อ 6 ปีที่แล้ว กับภาพปัจจุบันเมื่อ 4 มิย.55



โดย ลุงต้าลี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net