วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แด่...ผู้มีทุกข์


แด่...ผู้มีทุกข์

ทุกคนไม่อยากจะโกรธ เพราะเมื่อโกรธแล้วเป็นทุกข์ เวลาไม่สบายใจก็เป็นทุกข์ เวลาเศร้าโศก เสียใจ ขุ่นเคืองใจ ก็เป็นทุกข์

ทุกคนไม่อยากจะมีความทุกข์ แต่ที่จะไม่มีความทุกข์ได้นั้น ต้องพิจารณาให้ละเอียดถึงเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์

ไม่ว่าทุกข์นั้นจะเป็นทุกข์เล็กๆน้อยๆ หรือว่าทุกข์ใหญ่ ก็จะต้องเกิดจากสาเหตุของทุกข์นั้น ซึ่งเหตุของทุกข์ย่อมมาจากความยินดีพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ(สัมผัส)

ผู้ที่ดับความยินดีพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะแล้วนั้น ก็ดับโทสะมูลจิตได้ แต่ถ้ายังเป็นผู้ที่ยินดีพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฎฐัพพะ ย่อมหนีทุกข์ไม่พ้น 

เพราะรูป เสียง กลิ่น รส โผฎฐัพพะ เป็นเหตุที่จะทำให้โทสะมูลจิตเกิดเมื่อไม่ได้สิ่งที่ปรารถนา

แต่ว่าโลภะก็เป็นสภาพธรรมที่ละเอียด เพราะว่านอกจากจะเป็นสภาพที่ติดข้อง ยินดีพอใจในรูป เสียง กลิ่นรส โผฎฐัพพะ ตามปกติในชีวิตประจำวันแล้ว

ก็ยังมีอกุศลธรรมซึ่งเกิดกับโลภะ เช่น ทิฏฐิเจตสิก(ความเห็นผิด) และมานะเจตสิก(ความสำคัญตน เย่อหยิ่ง ทะนงตน)

ฉะนั้น ทุกข์จึงย่อมเพิ่มขึ้นจากการติดข้อง ยินดีพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ เมื่อมีมานะก็เป็นปัจจัยให้เกิดทุกข์ หรือโทสะมูลจิตเพิ่มขึ้นอีกในเมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการ.

(อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา)


ผู้มีปัญญา ย่อมไม่สำคัญด้วยรูปที่ได้เห็น

เสียงที่ได้ฟัง หรืออารมณ์ที่ได้ทราบ

ย่อมไม่ปรารถนาความบริสุทธิ์ด้วยทางอื่น

ผู้มีปัญญานั้น ย่อมไม่ยินดี ย่อมไม่ยินร้าย ฉะนี้แล.

(จาก..พระสุตตันตปิฏก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต ชราสูตร)


Permalink : http://www.oknation.net/blog/pierra

Permalink : http://www.oknation.net/blog/diamond


โดย เด็กชาย-เด็กหญิง

 

กลับไปที่ www.oknation.net