วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฟองสบู่แตก !


 ช่วงนี้ฟุตบอล “ไทยพรีเมียร์ลีก” มีคิวดวลแข้งแค่เกมตกค้างไม่กี่นัด เพราะเปิดทางให้ทีมชาติไทยไปเตะฟุตบอลอายุไม่เกิน 20 ปีชิงแชมป์เอเชียที่ลาว


 แต่ข่าวคราวของวงการฟุตบอลลีกไทยไม่ได้เงียบซบเซาไปตามจำนวนเกม ไฮไลท์ตอนนี้คือ “ตลาดนักเตะ” ที่กำลังเปิดซื้อ-ขายกันอย่างสนุกสนาน


 ฟุตบอลลีกไทยเปลี่ยนแปลงไปแล้วครับ แม้อาจจะยังเทียบไม่ได้ต่อกระแสข่าวการย้ายทีมของนักเตะดังในลีกต่างแดน


 ทว่านาทีนี้ตลาดซื้อ-ขายนักเตะใช่ว่าธรรมดา ข่าวคราวอยู่ในระดับน่าสนใจและดังไปไกลถึงระดับโลกเลยทีเดียว


 ชื่อของนักเตะที่ดังและเคยดังในระดับโลกถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับลีกไทยอย่างไม่น่าเชื่อ


 ถ้าเป็นสมัยวันวานคงไม่มีใครเชื่อ แต่นับจาก “เดอะก๊อด” ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษมาเซ็นสัญญาค้าแข้งในเมืองไทย อะไรๆเลยเป็นได้ไป

หมด


 ชื่อของ อเลสซานโดร เดลปิเอโร่ อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลีที่เพิ่งพาทีม “ม้าลาย” ยูเวนตุส คว้าแชมป์กัลโช์ ซีรีส์เอเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาจึงมีชื่อโผล่มาแจมด้วย


 ตอนที่ปั่นต้นฉบับยังไม่ได้ข้อสรุปว่าการเจรจากับ เดลปิเอโร่ จบเห่หรือจบข่าวไปหรือยัง แต่ยืนยันได้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้โม้


 “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยมีการติดต่อกับเอเยนต์ของอดีตนักเตะทีมชาติอิตาลีจริง


 ไม่ได้ว่าคุยกันแบบมั่วๆแต่เท่าที่ทราบมีการทำหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อยื่นข้อเสนอล่อใจดาวดังแดนมะโกโรนีรายนี้ด้วย


 แต่ที่สุดแล้วนักเตะอย่าง เดลปิเอโร่ จะเลือกไทยหรือไม่ต้องอยู่ที่เจ้าตัวตัดสินใจ เพราะต้องยอมรับว่าชาติอื่นทุ่มเงินเยอะกว่าแน่


 ที่แน่ๆจากที่ได้ยินมากลีกไทยวันนี้ไม่ธรรมดา เอเย่นต์นักเตะระดับโลกเริ่มให้ความสนใจเหลียวมามองมากขึ้น


 ประมาณว่า “ไทยพรีเมียร์ลีก” กำลังเป็นลีกที่พัฒนาเติบโตอย่างรวดเร็วของเอเชียจึงได้รับการจับตามองมากกว่าเดิม


 แม้นว่านักเตะที่สนใจอาจจะอยู่ในข่ายวัยโรยหรือใกล้เลิกและสนใจอยากมาแขวนสตั๊ดสั่งลาที่เมืองไทย แต่ตรงนี้ไม่น่าจะถือเป็นเรื่องเสียหาย


 ยุคสมัยที่ “เจลีก” ญี่ปุ่นตั้งไข่ใหม่ๆ ดาวดังใกล้ปลดระวางหลายคนก็ไปช่วยก่อร่างสร้างลีกญี่ปุ่นให้จนเติบโตในเวลาต่อมา


 หากนักเตะเคยดังหลายคนจะมาอำลาชีวิตค้าแข้งที่เมืองไทยบ้างไม่น่าจะถือเป็นเรื่องที่เสียหายประการใด อีกทั้งยังเป็นการยืนยันด้วยว่าลีกไทยเริ่มดังและมีคนสนใจ


 ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่จะข่าวว่าเอเย่นต์ของ เอมิล เอ็มเพ็งซ่า อดีตนักเตะทีมชาติเบลเยียมส่งโปรโฟล์มาให้ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี พิจารณา


 รวมถึงอีกสารพัดข่าวที่ว่าจะมีนักเตะดังในลีกดังต่างแดนสนใจมาทดสอบฝีเท้าที่เมืองไทย ซึ่งตรงนี้ต้องพิจารณาเหมือนกันว่าข่าวไหนจริงข่าวไหน “โม้”


 แต่อีกนั้นแหล่ะว่าแม้จะไม่มีนักเตะดาวดังมาเล่นในเมืองไทยตามที่เป็นข่าวจริงๆ แต่ตอนนี้ ไทยพรีเมียร์ลีก ได้ต้อนรับนักเตะฝีเท้าพระกาฬมากขึ้น


 นักเตะที่เคยผ่านเวทีอย่าง “ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย” มาแล้วได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลลีกไทยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน


 ยกตัวอย่าง ลี ฮวาง ซอน แผงหลังชาวเกาหลีเหนือของ “กิเลนผยอง” รายนี้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้มาแล้ว


 เท่านั้นยังไม่พอ เมืองทองฯ ยังคว้าตัว โช คึม โชล กองหน้าเพื่อนร่วมทีมชาติเกาหลีเหนือในฟุตบอลโลก 2010 มาเสริมด้วย


 ส่วนนักเตะหลายคนล้วนดีกรีทีมชาติในระดับไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็น เอดิวัลโด โรฮาส เฮอร์โมซ่า กองหน้าทีมชาติโบลิเวียชุดปัจจุบันที่กำลังจะมาอยู่กับเมืองทอง


 มาริโอ ยูรอฟสกี้ นักเตะทีมชาติมาเซโดเนียที่ลงเตะ “ยูโร 2012” รอบคัดเลือกก่อนมาอยู่กับ “กิเลนผบอง”


 ขณะที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็มี ฟรองค์​ โอฮองด์ซ่า ที่ผ่านเกมเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปีชิงแชมป์โลกมาแล้ว และมีลุ้นเลื่อนชั้นสู่ชุดใหญ่ในอนาคต


 รวมถึง โธมัส ดอสเซวี ของชลบุรีที่เคยติดทีมชาติโตโกเป็นเพื่อนร่วมทีมกับ อเดบาร์ยอร์ มาแล้ว


 นอกจากนี้ยังมีนักเตะทีมชาติในแอฟริกาใต้อีกหลายคนที่ดีกรีระดับทีมชาติชุดใหญ่แล้วทั้งนั้น


 ส่วนนักฟุตบอลไทยเองตอนนี้ราคาเงินเดือนและการย้ายทีมก็ไม่ธรรมดา บางคนได้ค่าจรดปากกาย้ายทีมระดับ “ล้านบาท”


 อัตราเงินเดือนนั้นหายห่วง ชั่วโมงหากมีดีกรีนิดหน่อยรับประกันว่าเฉียดแสน หากเป็นซูเปอร์สตาร์นี่มากกว่า 1 แสน


 การซื้อ-ขายกันแต่ละทีมเรียกกันสูงลิบทั้งเงินเดือนและค่าเซ็นสัญญา ทำให้นักเตะที่เคยเป็นยาจกกลายเป็นเศรษฐีได้อย่างรวดเร็ว


 นี่คือสภาพของวงการฟุตบอลไทยที่ต้องบอกว่ากำลัง “ขึ้นหม้อ” เม็ดเงินสะพัดแบบอู้ฟู่ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ


 แต่ในภาพที่กำลังเห็นอยู่เบื้องหน้า หลายคนเริ่มสะกิดเตือนวงการฟุตบอลไทยแล้วว่าให้ระวัง...ฟองสบู่แตก


 ที่ต้องเตือนกันอย่างนี้เพราะตอนนี้ทีมสโมสรของไทยใช้จ่ายเงินกันแบบมันส์มือมาก ค่าเซ็นสัญญาจ่ายกันได้คนละล้านแบบไม่ต้องรอสักสตางค์เดียว


 เงินเดือนนักฟุตบอลถูกอัพให้สูงลิ่วมากกว่าคนจบระดับปริญญาเอก เพื่อที่จะล่อใจดึงนักเตะที่ดีๆเข้าไปสู่ทีม


 ทีมที่มีเงินเยอะก็เปรียบกวาดต้อนนักเตะไปอยู่ในมือเพียบ แต่ทีมที่ไม่มีเงินแต่กลัวสู้ไม่ได้ก็ต้องพยายามตะเกียกตะกายหาเงินมาซื้อนักเตะเข้าทีม


 ถ้าหางบประมาณสนับสนุนเพียงพอก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหาไม่ไหวจึงมีข่าวว่าทีมนุ้นทีมนั้นกำลัง “ถังแตก” ไม่มีเงินเดือนจ่ายนักฟุตบอล


 ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ทีมสโมสรของไทยยังไม่เป็นอาชีพเต็มตัว คือทีมไม่สามารถหาเงินจากการทำฟุตบอลมาเลี้ยงตังเองได้


 งบประมาณจึงมาจากส่วนอื่นเสียมาก ถ้าทีมไหนมีนักการเมืองหนุนหลังอาจจะโชคดีหาเงินมาได้เยอะ แต่ทีมไหนไม่มีก็แย่


 บางคนจึงเริ่มกังวัลแล้วว่าในอนาคตอาจจะเกิดอาการฟองสบู่แตก และเหลือเพียงไม่กี่ทีมที่จะอยู่ต่อสู้กันใน “ไทยพรีเมียร์ลีก” เท่านั้น


 ที่ว่าเหลืออยู่สู้กันไม่ได้หมายถึงยังคงอยู่ แต่หมายถึงได้ลุ้นกันแค่ไม่กี่ทีม เพราะทีมอื่นไม่มีกำลังพอในการทำทีมมาแย่งแชมป์ หรือบางทีมต้องปิดตัวลงไป


 คำว่า “ฟองสบู่แตก” มีการพูดถึงกันหลายครั้งแล้ว ทั้ง สมาคมฟุตบอลไทย และ บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก ต้องคิดให้หนักและวางมาตรการป้องกันให้ดี


 ไม่งั้นเมื่อถึงเวลาแล้ว ฟองสบู่แตก ขึ้นมาจริงๆ บอกตรง...สภาพศพไม่สวยแน่บอลไทย



**** บับเบิ้ล...บ้าบอล ใน "คมชัดลึก สปอร์ตวาไรตี้ 30 มิ.ย. ****

 

โดย บับเบิ้ล

 

กลับไปที่ www.oknation.net