วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สเปน-อิตาลี : นัดชิงยูโรที่ผิดคาดแต่ไม่ผิดหวัง


เชื่อว่าใครก็ตามที่ติดตามดูบอลยูโรมาตั้งแต่ แล้วเห็นฟอร์มการเล่นของทีม"อินทรีเหล็ก" เยอรมัน ก็คงคิดเหมือนๆกันว่า ปีนี้เยอรมันมา่แน่


ทั้งฟอร์มการเล่น ประสิทธิภาพการทำประตู สถิติที่ยอดเยี่ยมจากการชนะแมตช์ทางการ 15 นัดรวด นับตั้งแต่นัดชิงที่ 3 บอลโลก รอบคัดเลือกยูโร จนมารอบสุดท้ายจนถึงนัดชนะกรีซ 4-2

บวกกับลักษณะเฉพาะตัวของบอลเยอรมัน ซึ่งรวมถึงคนเยอรมันด้วย ที่มีวินัยสูง ทำงานอย่างเป็นระบบ และมีจิตใจที่สู้ไม่ถอย ทั้งหมดรวมกันจึงแทบมองไม่เห็นโอกาสที่เยอรมันจะพลาดแชมป์ไปได้

ยิ่งบวกกับฟอร์มการเล่นของทีมคู่แข่งอื่นๆในรอบแรกแล้ว ไม่มีทีมไหนฟอร์มเทพ เท่าเยอรมันเลย

ทีมที่ดูน่าสนใจหน่อย ก็น่าจะเป็นโปรตุเกสที่ฟอร์มการยิงประตูของโรนัลโด้ เริ่มใกล้เคียงกับตอนที่เล่นให้กับรีล มาดริดขึ้นมาบ้าง 

ส่วนแชมป์เก่าอย่างสเปน แม้จะครองเกมเหนือกว่าคู่ต่อสู้ทุกเกม แต่ประสิทธิภาพการเข้าทำไม่น่าประทับใจเท่าเยอรมัน 

แม้แต่เกมในรอบรองที่เจอกับโปรตุเกส เกม 90 นาทีก็ยังเป็นแบบเดิมก็คือ ครองบอลเยอะ แต่การสร้างโอกาสยิงประตูก็ไม่ได้แตกต่างจากโปรตุเกสซักเท่าไหร่ ถ้าจะว่ากันตามจริง ถ้าฟอร์มการยิงของโรนัลโด้เหมือนกับนัดที่เจอฮอลแลนด์ ทีมที่เข้าชิงอาจกลายเป็นโปรตุเกสแทนไปแล้ว

สเปนเข้าไปรอชิง แต่คู่ชิงกลับไม่ได้กลายเป็นอย่างที่ทุกคนคาดไว้ 

ทีมที่เ้ข้าชิงกลายเป็นอิตาลี ไม่ใช่เยอรมัน

อิตาลีทีมที่เคยตกรอบแรกฟุตบอลโลกในฐานะที่เป็นแชมป์เก่า !

อิตาลีทีมที่ต้องลุ้นผ่านรอบแรกในนัดสุดท้าย ชนิดที่ต้องลุ้นทั้งผลตัวเอง และผลทีมอื่นด้วย

อิตาลีที่เป็นทีมเดียวที่ผ่านเข้ารอบรองไปได้จากการตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

การครองเกมก็ไม่เคยเหนือกว่าคู่ต่อสู้ โอกาสยิงประตูต่อเกมก็ไม่เยอะ

การมาเจอกับเยอรมันในรอบรอง อิตาลีจึงเป็นรองในทุกด้าน

แต่กลับกลายเป็นว่าทุกฝ่ายที่เอาใจช่วยเยอรมัน ทั้งแฟนบอล และสื่อมวลชนของเยอรมัน กลับไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิดที่ต้องมาเจอกับอิตาลี

เพราะสถิติที่ผ่านมาในการเจอกันในแมตช์อย่างเป็นทางการ เยอรมันเป็นรองมาตลอด เป็นลักษณะของ "งูเจอเชือกกล้วย"

และก็เป็นอย่างที่กลัวกันจริงๆ อิตาลีสามารถผลิตฟอร์มที่ดีที่สุดในทุกตำแหน่งออกมาได้ทันเวลา บวกกับการจัดแทกติกที่เหมาะสมภายหลังสถานการณ์ที่ได้เปรียบ ทำให้จัดการคว่ำเยอรมันลงได้ในที่สุด  

สเปน หรือ อิตาลี ใครจะเป็นแชมป์ ไม่มีเกจิคนใด ฟันธงได้อย่างแน่นอน เพราะมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่มีข้อสังเกตบางอย่างที่ผมจะขอกล่าวถึงเกี่ยวกับเกมนัดชิงคู่นี้

ทีมสเปน ในยุค 4-5 ปีที่ผ่านมา ในยกสถานะเป็นทีม"เทพ" ที่จะหาทีมใดมาต่อกร ได้ยากยิ่ง จากรูปแบบการเล่นที่เน้นการต่อบอลสั้น ทำชิ่ง เล่นกันเป็นทีมอย่างแม่นยำจนแทบไม่น่าเชื่อว่าคนพวกนี้ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ เพราะแทบไม่มีความผิดพลาดในการต่อบอลเลย

ทุกเกมที่สเปนลงเล่น มักจะครองบอลได้มากกว่าคูี่ต่อสู้แทบทุกครั้งไป ยิ่งรวมกับนักเตะที่มีความสามารถในระดับโลกแทบทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ผู้รัักษาประตู กองกลาง ไปจนถึงแผงหน้า  จึงไม่น่าแปลกใจกับความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของสเปนในยุคนี้ 

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นจุดอ่อนของสเปนในยูโรปีนี้ ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาคือการขาดกองหน้าที่ไว้ใจได้

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากสำหรับแผนการเล่นของสเปนในยูโรครั้งนี้ ที่มักจะไม่ใส่กองหน้าอาชีพลงเป็น 11 คนแรกของบิเซนเต้ เดล บอสเก้ ซึ่งการตัดสินใจแปลกเช่นนี้ ส่วนหนึ่งอาจมาจากการขาดหายไปของกองหน้าเบอร์หนึ่งที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสัญชาติญาณศูนย์หน้าอย่างดาวิด บีญ่า โดยกุนซือใหญ่แดนกระิทิงอาจคิดว่า ถ้าจะใส่กองหน้าที่ไม่คมเืท่าบีญ่าลงไป ก็สู้อัดแดนกลาง ที่นักเตะแต่ละคนฝีเท้าระดับโลกทั้งนั้น ลงไปแทนที่จะเก็บไว้ที่ม้านั่้งสำรองให้เสียของ โดยเขาอาจเชื่อว่า 1. ถ้าครองเกมได้มากกว่า นวดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ยิงได้เอง  2. กองกลางทุกคนของสเปนก็ยิงประตูเป็นและยิงได้ดีแทบทุกคน 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่เป็นแค่มุมมองของคนที่พอจะดูบอลเป็นคนหนึ่งเท่านั้น กุนซือระดับโลกที่ทั้งเคยพาสเปนเป็นแชมป์โลก และพารีล มาดริด เป็นแชมป์ยุโรปตั้งหลายสมัย น่าจะมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านี้ และแผนการเช่นนี้อาจจไม่ใช่การแก้ปัญหาเหมือนที่ผมได้แสดงข้อคิดเห็นไว้ แต่อาจเป็นแนวทางการเล่นที่เค้าคิดค้นขึ้นมาเพื่อนำทีมไปสู่ชัยชนะก็เป็นได้ 

ด้านอิตาลี ใครที่ติดตามฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง ก็จะเห็นลักษณะที่เป็นธรรมชาติของอิตาลีในทุกๆรายการคือ เครื่องร้อนช้า ช่วงแรกที่ลงเล่นฟอร์มจะไม่น่าประทับใจ จนบางครั้งก็ทะลึ่งตกรอบแรกไปซะเลย แต่ถ้าผ่านมาได้ อิตาลีจะค่อยๆเก่งขึ้นมาเรื่อยๆ จนหลายครั้งทะลุถึงนัดชิง และบางครั้งก็ถึงแชมป์เลย

ในการแข่งขันยูโรครั้งนี้ ฟอร์มการเล่นโดยรวมในรอบแรก ก็ยังไม่น่าประทับใจเช่นเดิม แต่เพราะมีนักเตะสองคนที่คอยแบกทีมจนผ่านมาถึงรอบนี้ก็คือ บุฟฟ่อน ที่เซฟเป็นพัลวัน กับ ปิร์โล่ที่ฟอร์มการเล่นในยูโรครั้งนี้ จัดได้ว่าเป็นฟอร์มการเล่นของกองกลางในอุดมคติ ที่ไม่สามารถจะร้องขออะไรได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว ทั้งการเล่นบอลสั้น จ่ายทะลุช่อง ตัดหลังแบ็ค วางยาว คุมจังหวะเกม ปิร์โล่ทำทุกอย่างและทำได้ไม่มีที่ติอีกด้วย ถ้าอิตาลีสร้างเซอร์ไพรส์เป็นแชมป์ได้จริงๆ ปิร์โล่นี่แหละเหมาะสมกับตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมเป็นที่สุด และถ้าได้บัลลง ดอร์ ก็ไม่น่าเกลียดอะไร เพราะเค้าเป็นจักรกลสำคัญในการนำยูเว่ เป็นแชมป์สคูเด็ตโต้ปีที่ผ่านมา

เทียบกันตำแหน่งต่อตำแหน่งแล้ว

คาซิยาส กับ บุฟฟอน กินกันไม่ลง เหนียวสุดยอดด้วยกันทั้งคู่

กองหลัง ไม่ดีพอๆ กัน 
สำหรับสเปนอาจเป็นเพราะเป็นเข้าคู่เซ็นเตอร์ระหว่างนักเตะจากรีล มาดริดกับบาร์ซ่า จากที่ปกติ เป็น บาร์ซ่าคือปูโยลกับปิเก้ยืนคู่กันมาตลอด ความเข้าใจระหว่างกันจึงลดลงในระดับหนึ่ง และการหุบเอารามอสมาไว้ตรงกลางก็ทำให้คุณภาพด้านขวาลดลงไปพอควร แต่ดีที่ด้านซ้ายปีนี้ฟอร์มดีมาก 
ด้านอิตาลี ตั้งแต่หมดยุคคันนาวาโร่ไป ก็ดูแล้วไม่น่าเชื่อถือเช่นแต่ก่อน ที่คิดจะอุดแล้ว โอกาสที่ทีมตรงข้ามจะเข้าไปยิงได้แทบเป็นไปไม่ได้ แต่เซ็นเตอร์ปัจจุบันอย่างคิเอลลินี่ ดูโหงวเฮ้งไม่ให้เลย แล้วเวลาเล่นก็ดูไม่ค่อยนิ่งอีกต่างหาก

กองกลาง สเปนกับอิตาลีดีกันไปคนละอย่าง
สเปนเป็นบอลชิ่งสั้น แม่นยำ จึงครองเกมได้ดีกว่าอิตาลีแน่
แต่อิตาลี อาจครองเกมสู้สเปนไม่ได้  แต่จังหวะทีเด็ดทีขาดและการฉกฉวยโอกาสดูจะดีกว่าสเปน ส่วนหนึ่งก็เพราะมีกองหน้าคอยสนับสนุน ซึ่งเป็นสิ่งที่สเปนมักไม่ค่อยนำมาใช้ในยูโรครั้งนี้ 

กองหน้า อันนี้อิตาลีเหนือกว่าสเปน
เพราะอิตาลีมีกองหน้าอาชีพให้เลือกตั้ง 3 ตัว แต่ละตัวมีคุณสมบัติแตกต่างกัน บาโลเตลลี่ มีความคล่อง เบสิกดี ยิงประตูได้ ส่วนคาสซาโน่ บทบาทเด่นคือการสร้างสรรค์เกมในแดนหน้า สำหรับดิ นาตาเล่เป็นตัวปิดสกอร์ชั้นยอด
ขณะที่สเปน หากเล่นแบบที่ผ่านมา ก็คือ ไม่มีกองหน้า ส่วนกองหน้าที่มีอยู่ที่พอจะเป็นความหวังได้คือตอร์เรส ที่ฟอร์มในช่วงท้ายฤดูกาลเริ่มกลับมาหลังจากช่วงแรกฟอร์มฝืดจนช่วงหนึ่งถึงกับหลุดทีมชาติเลยทีเดียว 

ถ้าคิดตามนี้ผมว่าอิตาลีคงเป็นแชมป์ยูโรปีนี้ แต่อย่างที่บอกปัจจัยแห่งชัยชนะในเกมฟุตบอลมีหลายปัจจัยทั้งกรรมการ การวางแผนของโค้ช ฟอร์มการเล่นของนักเตะในเกมนั้นๆ และที่สำคัญคือเรื่องโชคและดวงด้วย 

อย่างไรก็ตามไม่ว่าทีมไหนจะเป็นแชมป์แต่เชื่อว่าคงได้เห็นเกมที่สนุก โดยเฉพาะคนที่ชอบดูเรื่องของเทคนิคการเล่นฟุตบอล กับ แทกติกการวางแผนของกุนซือ ที่ทีมชาติทั้งสองต่างก็จัดอยู่ในระดับสุดยอดของโลก

สเปน จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์รายการใหญ่ 3 ครั้งติดต่อกันได้หรือไม่ หรืออิตาลีจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่กลับมาอีกครั้ง หลังจากความสำเร็จครั้งสุดท้ายในฟุตบอลโลกปี 2006 ไม่เกินตีห้าวันพรุ่งนี้ ได้ทราบกันแน่นอน



โดย evenure

 

กลับไปที่ www.oknation.net