วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เส้นทางปราสาทหิน ถิ่นบั้งไฟ กู่กาสิงห์ : พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสว่างอารมณ์


อาจารย์คำภา กล่าวต้อนรับคณะเยี่ยมชมจาก ททท.

กว่าจะเดินทางเข้ามาถึงกรุงเทพฯ ก็เลยเวลานัดหมายมากว่าชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ของ ททท. ยังคงยิ้มแย้มต้อนรับขับสู้ และพูดให้รู้สึกดูดีว่าไม่มีอะไรร้ายแรง เราซึ่งเป็นผู้เดินทางคนสุดท้ายของคณะจึงรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง

ผู้ใหญ่บ้านกล่าวต้อนรับคณะ รวมถึงแม่นิดเจ้าของโฮมสเตย์ที่เราไปเข้าพัก

อาหารบ้านทุ่ง ข้าวต้มปลา ทำจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาของแท้

เมื่อสมาชิกครบถ้วน ล้อรถก็ออกหมุน รถวิ่งขึ้นไปตามเส้นทางภาคอีสาน แวะกินข้าวต้มระหว่างทางเพื่อให้อิ่มอุ่นท้องพร้อมที่จะเดินทางระยะไกลได้ตลอดเส้นทางแบบไม่ต้องแวะอีก

แปลงพืชผักสวนผสมของพี่สุริยา

วัดสว่างอารมณ์

และดูเหมือนระยะทางและเวลาในการออกรถจะเหมาะเจาะเหมาะเหม็งกันอย่างมิได้นัดหมาย เราเดินทางถึงบ้านกู่กาสิงห์ จังหวัดร้อยเอ็ดในเวลา 6 นาฬิกากว่า ๆ ซึ่งเหมาะมากเพราะทางชุมชนก็ออกมาต้อนรับเราในตอนเช้าอย่างไม่ลำบากมากนัก

เขตอภัยทาน บริเวณวัด

ป้ายเก่าแก่ของศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สายใยชุมชนตำบลกู่กาสิงห์

อาจารย์คำภา นักวิชาการด้านโบราณคดีประจำหมู่บ้าน ซึ่งมีอาชีพเป็นครูบาอาจารย์อยู่ ณ ที่นี่ ออกมากล่าวต้อนรับ  และแนะนำให้เรารู้จักกับผู้ใหญ่บ้าน บรรดา อ.ส. และเจ้าของบ้านที่จะมาเป็นบ้านโฮมสเตย์ให้เราในครั้งนี้

ข้าวของภายในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน

คันไถเก่า ๆ ที่ชาวบ้านนำมาบริจาคไว้ที่วัด

เมื่อแนะนำตัวกัน คล้องมาลัยรับขวัญกันเรียบร้อยแล้ว บรรดาหมู่มวลเราก็มุ่งหน้าตรงไปที่บ้านพี่สุริยา ซึ่งเป็นหนึ่งในบ้านโฮมสเตย์ เพื่อกินอาหารเช้าร่วมกัน

ที่ปั่นฝ้ายโบราณ

อาหารก็ไม่มีอะไรมากมาย มีข้าวต้ม (ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา) ปลา ไข่เจียว และเมื่อเราจัดการอาหารการกินกันเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา การนำเที่ยวชุมชนกู่กาสิงห์ครั้งนี้จึงได้เริ่มต้นขึ้น

กล่องเชียนหมากแกะลาย ถมสี แบบบ้าน ๆ

อาจารย์คำภา พาเราและคณะออกเดินทางจากบ้านกู่กาสิงห์ไปยังวัดสว่างอารมณ์ ซึ่งเป็นประจำท้องถิ่นและเป็นสถานที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของกู่กาสิงห์ และกลุ่มโบราญสถานแถบนี้

โอ่งไหเก่าที่ใส่กระดูกศพ และเครื่องใช้ต่าง ๆ ในพิธีการทำศพโบราณ

โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เริ่มจากการเก็บสะสมเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน อาทิ เชียนหมากไม้แกะแบบพื้นบ้าน คันไถ ไม้เท่า ฯลฯ ที่ชาวบ้านนำมาบริจาคไว้ที่วัด รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ทางศาสนจักรอีกจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นตู้พระธรรมบาลี หรือแม้นกระทั้งโลงศพท่านเจ้าอาวาสก็มีการเก็บรักษา และจัดแสดงไว้อย่างน่าสนใจ

พระคัมภีร์เจียนใบลานแบบโบราญ

ตู้พระคัมภีร์เก่า

ที่ฉันสนใจเป็นพิเศษเห็นจะไม่พ้นตะเกียงหลากหลายที่วางแสดงเรียงรายเอาไว้ ที่โป๊ะของตะเกียงยังระบุถึงสถานที่มาที่ไม่ไกลจากบ้านฉันซักเท่าไหร่ "วังบูรพา" ชัดเจน

ปราสาทอะไรซักอย่าง

หรือกระทั้งตีนธรรมาศน์ที่ถูกแกะสลักเป็นตัวละครเรื่องราวนิทานอีสป เช่น กระต่าย กับเต่า ก็ดูน่ารักและราวกับมีชีวิต อาจารย์คำภาบรรยายถึงลักษณะการใช้งานของเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ รวมถึงวัตถุประสงค์ในการจัดทำ ไม่ว่าจะเป็นบรรดาไหดินเผา ที่พวกเราสงสัยนักหนาว่ามันคืออะไร

โลงศพท่านเจ้าอาวาสเก่า

และน่าตกใจเมื่ออาจารย์คำภาเฉลยให้ทราบกันว่ามันคือ ไหใส่กระดูกและ เครื่องใช้ไม้สอยของผู้ตาย ในพิธีศพ โดยที่ไหแบบเดียวกันนี้ มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปใต้ดินภาคอีสาน อันเป็นที่บ่งบอกให้รู้ว่า ในดินแดนแห่งนี้เคยมีชุมชนใหญ่ และอารยะธรรมอันยิ่งใหญ่ เกิดขึ้นและดำเนินอยู่มาเนินนานแล้ว

ลวดลายยังคงวิจิตร

อุปกรณ์หาปลา และเครื่องใช้ต่าง ๆ

กระดองเต่าโบราณที่เก็บรักษาไว้ตามความเชื่อ

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net