วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขับรถท่องอีสานแวะเที่ยวเสาหินหอนางอุสา


 


                         ขับรถเที่ยวหน้าฝนทริปนี้  นัดพบเพื่อนจากกรุงเทพฯเพื่อที่จะเดินทางร่วมกันไปเลาะเลียบริมโขง    เริ่มจากอำเภอศรีเชียงใหม่  อ.สังคม และอ.ปากชม  จ.หนองคาย และยังลุยถนนโลกพระจันทร์ ต่อไปจนถึง อ. เชียงคาน  และอ.ท่าลี่ จังหวัดเลย     ก่อนเดินทางนอนที่โคราชหนึ่งคืนแถว ๆ อำเภอสูงเนิน เขตติดต่ออำเภอสีคิ้ว    ตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืดใกล้สว่างเห็นพระจันทร์ด้านทิศตะวันตก เป็นพระจันทร์แรม 2 ค่ำ เดือนแปด ยังส่องสว่างโดดเด่นเหนือเมฆฝนสีม่วงสวยแปลกตา จึงถ่ายภาพมาให้ดูกันโดยไม่ได้เสริมเติมแต่งแต่อย่างใด  

 

  ออกเดินทางผ่านอำเภอด่านขุนทด สี่แยกหนองบัวโคก ผ่านจังหวัดชัยภูมิโดยไม่ได้แวะ มุ่งตรงไปยังอำเภอชุมแพ ถึงที่นี่ได้เวลามื้อเที่ยงกินข้าวขาหมูแบบรีบกินรีบไป อำเภอชุมแพตั้งอยู่บนถนนสาย “ Eeat-WestEconomic Corridor ตั้งอยู่กลางแผนที่ประเทศไทยพอดีแถบอีสานบ้านเฮา  ที่นี่จึงเป็นศูนย์กลางของจังหวัดชัยภูมิ เลย ขอนแก่น เพชรบูรณ์ และหนองบัวลำภู ถ้าถนนสี่เลนแล้วเสร็จคงจะทำให้อำเภอนี้เจริญมากยิ่งขึ้น

 

 จากชุมแพเรามุ่งไปอำเภอศรีบุญเรือง ทะลุไปถึงอำเภอนากลางโดยไม่ผ่านจังหวัดหนองบัวลำภู  พอถึงอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี  เราแวะเที่ยว “วนอุทยานภูพระบาท”  ซึ่งเป็นอาณาบริเวณ อุทยานเสาหินทรายธรรมชาติรูปร่างแปลก ๆ มีแผ่นหินซ้อนเทินไว้ข้างบน เหมือนดอกเห็ด กาลเวลาผ่านมานับล้านปีโดยไม่ล่วงหล่นพังทลายลงมา จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์แปลกตาแก่นักท่องเที่ยว  บริเวณนี้ยังมีถ้ำและเพิงพักของมนุษย์สมัยหิน และรูปเขียนสีที่ผนังไว้หลายแห่ง  ยุคถัดมาก็มีการแกะสลักพระพุทธรูปปางต่างๆ ไว้ตามซอกหลืบ

 

 (ต่อไปนี้เป็นเรื่องย่อนิทานพื้นบ้านที่ผู้เขียนต่อเติมอารมณ์ของตัวละครให้อ่านสนุกขึ้นบ้างเล็กน้อย) เสาหิน และแผ่นหินที่เทินทับซ้อนกันไว้อย่างน่าอัศจรรย์นี้ ทำให้เกิดตำนานเล่าขาน เป็นนิทานพื้นบ้านพ่อลี้ยงหวงลูกสาว นำไปเลี้ยงดูให้อยู่บนหอสูง เรื่อง “นางอุสา ท้าวบารส” บางตำนานก็ว่า เทวดาอุ้มสมให้มาเจอกันในฝัน เจอปุ๊บก็รักกันปั้บได้เสียเป็นเมียผัว อยู่บนหอสูงถึง 7 วัน 7 คืน....  เทวดาเห็นว่า 7 วันก็เกินพอแล้วจึงอุ้มท้าวบารสกลับคืน ฝ่ายนางอุสาตื่นจากฝันไม่เห็นท้าวบารส จึงถามหาจนทราบว่า “ท้าวบารสเป็นราชบุตรแห่งเมืองปะโค”  ได้ส่งสาส์น บอกเรื่องราวถึงฝันอันหวานฉ่ำที่มีต่อกัน ฝ่ายท้าวบารสก็คิดถึงนางอุสาอยู่ตลอดเวลาเหมือนฝันเช่นเดียวกัน จึงควบม้ากลับมาอยู่บนหอกับนางอุสาอีก 1 เดือน (ฉ่ำใจไหมพี่-ผู้เขียนคิดเองนะ) ความทราบถึงพระยาพาน(พ่อเลี้ยง) ที่เฝ้าทนุถนอมนางอุสาให้ไปอยู่บนหอสูง แต่กลับถูกรุกล้ำไต่ตอมจนได้  ว่าแล้วก็จับท้าวบารสไปขัง ความทราบถึงพ่อท้าวบารสจึงยกทัพมาทำศึก ฆ่าพระยาพานตาย ทำให้ท้าวบารสได้อยู่กินกับนางอุสาได้สุขสมอารมณ์หมาย (ยังครับ ยังไม่Happy Ending) ปรากฏว่าท้าวบารสมีสนมนมเนย เยอะแยะ ไม่ได้เอาใจใสหนุงหนิงนัวเนียกับนางอุสาเหมือนอยู่บนหอสูง นางจึงหนีกลับเมืองพานด้วยใจเศร้าหมอง จนตรอมใจตาย ฝ่ายท้าวบารสเมื่อเบื่อจากสนมนมเนยแล้วก็คิดถึงนางอุสา จึงติดตามมาคืนดีแต่ก็สายไปเสียแล้ว  เสียดายรักหวานที่เคยฉ่ำจึงตรอมใจตายตามไปอีกคน หอนางอุสาจึงเป็นตำนานรักนิยายเศร้า(Tragedy-โศกนาฏกรรม) เล่าสืบต่อกันมาจนถึงวันนี้

 

 เป็นอย่างไรบ้างครับท่องเที่ยวกันไป เล่านิทานกันไป สนุกไปอีกแบบ อันที่จริงเรื่องราวนางอุสา-ท้าวบารส หาอ่านได้ใน Google หลายเวอร์ชั่น แต่ผู้เขียนพยายามย่นย่อให้สั้น และเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายขึ้นและสนุกขึ้นเท่านั้น .... การเดินทางของเราจากโคราชไม่ได้ใช้เส้นทางหลัก โดยลัดเลาะไปตามทางหลวงระหว่างอำเภอ ก็ไปถึงจุดหมายอำเภอศรีเชียงใหม่ยังไม่ค่ำ  เชื่อว่ายังมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เคยไปเที่ยวอำเภอศรีเชียงใหม่  จังหวัดหนองคายของเรา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับกรุงเวียงจันทร์ ของสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวพอดี   คนละฝั่งเหมือนกรุงเทพฯ กับฝั่งธนบุรี เลยครับ !

พระจันทร์แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ส่งประกายเหนือเมฆสีม่วง

ในเช้ามืดก่อนออกเดินทางเห็นสวยดี

พระจันทร์ซูมใกล้เข้ามาเห็นเป็นกระต่ายคว่ำหัวลง

อุทยานประวัติศาสตร์ ภูพระบาท อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี


ต้นไม้ป่า กับเถาวัลย์พันเกี่ยวอยู่ริมทาง


แผนที่บริเวณอุทยานแสดงตำแหน่งเสาหิน

ทางเดินไปชมเสาหินแปลก และหอนางอุสา


ใบไม้งามในผืนป่า

แผ่นหินบ่งบอกอายุขัย สึกหรอผ่านมานับล้านปี

แผ่นหินผิวเรียบ ถูกรากไม้ชอนไชอยู่ข้างใต้

เห็นแล้ว...หอนางอุสา มีบ่อน้ำลึกขวางทางกว้างราว 1.50 ม.

หอนางอุสา ตำนานแห่งโศกนาฏกรรมแห่งความรัก

หอนางอุสาในวันฟ้าหลังฝน

หอนางอุสาซูมใกล้ หอรัก หอร้าง ตำนานรักโศกเศร้า

แผ่นหินด้านหลังหอนางอุสา กับหญ้าเขียว

ลานกว้าง ด้านหลังหอนางอุสา

แผ่นหินแตกหักเป็นซอก เห็นพระพุทธรูปแกะสลัก

แผ่นหินทับเทิน มีภาพเขียนสีอยู่ข้างใต้

หอนางอุสา ขนาดเมื่อเทียบขนาดกับคน

ร่องรอยแกะสลักพระพุทธรูปยืนปางต่างๆ

ร่อยรอยแกะสลักพระพุทะรูปนั่งที่ผนังหินใกล้กัน

ซอกมุมมีพระพุทธรูปอยู่ใต้แผ่นหิน

แผ่นหินขนาด 100 ตัน เทินบนแกนหินหนึ่งเดียว ตั้งอยู่ได้


แผ่นหินทรายหลายแห่งตั้งเทินบนเสาหิน


แผ่นหินเป็นหลังคาซุ้มพระพุทธรูป

หอนางอุสา ถ่ายภาพด้านหลังกับฟ้าใส

เดินทางถึง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ฝั่งตรงข้าม คือ กรุงเวียงจันทร์-ลาว

ตึกโรงแรมหลายชั้นของเวียงจันทร์ มองจากฝั่งไทยเห็นชัดเจน

ชายหาดกว้างริมแม่น้ำโขงฝั่ง-เวียงจันทร์  เห็นเด็ก ๆ กำำลังเล่นฟุตบอล


โดย ลุงต้าลี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net