วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จาก The Matrix ถึง Avatar & Inception คนไทยก็ยังคงจมปรักอยู่(แต่)ในโลกเสมือนจริง


     ท่ามกลางสายฝนโปรยเบาบาง เสียงพิณจากผู้เฒ่าตาบอดที่บรรเลงอยู่ในศาลาล่องลอยมาในสายลม เป็นเวลาเดียวกันที่จอมยุทธิ์ทั้ง ๒ ยืนเผชิญหน้ากันอย่างสบนิ่ง ต่างหลับตาลงเข้าสู่ภวังค์ เชื่อมโยงกระแสจิตเข้าหากัน ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใดๆ แต่มีการประลองยุทธิ์ต่อสู้กันหลายกระบวนท่าในโลก(พื้นที่)ที่ผู้อ่อนด้อยวิทยายุทธิ์ทั้งหลายยากจะเข้าใจ...
ท่านที่เป็นแฟนนิยายกำลังภายใน หรือหนังจีนจำพวกพลังลมปราณทั้งหลาย อาจจะเคยชินกับพล็อตเรื่องแนวแฟนตาซีเหนือแฟนตาซี อย่างฉากตอนต้นของภาพยนตร์ The Hero (วีรบุรุษไร้นามทลายมังกร:๒๐๐๒) ที่"จอมยุทธิ์ไร้นาม"(Jet li)ประลองกับ"จอมยุทธิ์ฟ้าเวิ้ง"(ดอนนี่ เยน) ด้วยการต่อสู้กันในกระแสจิต ฉากแบบนี้คงไมใช่เรื่องที่แปลกนักสำหรับนักอ่านในแวดวงกำลังภายใน แต่สำหรับผมผู้ไร้สติปัญญา อ่อนด้อยวรยุทธิ์ และมีตาแต่หามีแววไม่ ณ ขณะที่ชมหนังเรื่องดังกล่าวในเวลานั้น ออกจะมองว่ามัน"เหนือจริง" ไปหน่อย หรืออาจถึงขั้นเพ้อเจ้อ เพ้อฝันไปเลยก็ว่าได้



     ๑๐ ปีผ่านไป ผมมีโอกาสได้ชม The Hero อีกครั้งในวันที่ตัวเลขล่วงเลยมาถึงหมุดหมายที่ต้องทำใจยอมรับว่า มันเริ่มจะมากขึ้นทุกทีๆ The Hero เป็นหนังที่พูดถึงแผนการลอบปลงพระชนม์/สังหาร(ว่าที่)"จิ๋นซีฮ่องเต้" โดยมีการแอบโปรยแนวคิดในเรื่องของ"เต๋าและเซน"เอาไว้อย่างเจือจางแต่ก็แสนจะแยบคายทั้งเรื่องการเผชิญหน้าในระยะห่างแค่ ๑๐ ก้าวกับการอยู่ห่างไกลสุดหล้าแต่ต่อสู้กันด้วยปรัชญาอันลึกซึ้ง ทำให้ผมอดที่จะอึ้ง และทึ่งไม่ได้เลยทีเดียว ฉะนั้นที่เคยหมิ่นแคลนว่า"มันเพ้อฝัน"ในครั้งก่อนนั้นดูจะไม่ใช่เรื่องที่สมควรเย้ยหยัน สบประมาท หรือปรามาทอีกต่อไป

     เป็นเวลากว่า ๓๐ ปีมาแล้วที่ จอร์จ ลูคัส ได้สร้างภาพจินตนาการลงบนแผ่นฟิล์ม อันพรรณนาถึงจำนวน"มิดิคลอเรียน"ในร่างกายของคนในลัทธิเจได ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้ในการรวบรวมพลังเหนือธรรมชาติของทั้งกาแลกซีให้มาสถิตย์อยู่ในเหล่าอัศวินเจไดทั้งหลาย แนวคิดดังกล่าวนั้นถ้ามองในแง่ของกำลังภายในของจีนแล้วก็จะพบว่ามันก็คือ "พลังลมปราณ"ดีๆนี่เอง เพียงแต่เป็นการมองในมุมของชาวตะวันตก และการถูกพลังด้านมืดเข้าครอบงำจนกลายเป็น"พวกซิธ"ของตัวละคร"อนาคิน สกายวอคเกอร์"(ดาร์ท เวเดอร์)ผู้มีมิดิคลอเรียนมากที่สุดนั้น ก็เปรียบได้กับการถูก"พลังลมปราณเข้าแทรก"ของจอมยุทธิ์ฝ่ายอธรรมผู้ริอ่านลักลอบฝึกวิชามารนั่นเอง



     แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้มิดิคลอเรียน และพลังลมปราณนั้นก็คือ "กระแสจิต" แนวคิดที่หยั่งรากและยึดโยงอยู่กับสังคมชาวพุทธและโลกตะวันออกมาแต่ครั้งบรรพกาล จวบจนกระทั่งวันหนึ่งที่สองพี่น้องผู้กำกับภาพยนตร์ชาวตะวันตก ได้ผนึกรวมแนวความคิดในเรื่อง"การถอดจิต"กับ"การใช้พื้นที่เสมือนจริง"เข้าไว้ด้วยกัน แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นหนัง Action Sci-Fi ฟอร์มยักษ์ในนาม The Matrix(Trilogy ๑๙๙๙-๒๐๐๓)ทีออกมาเขย่าวงการและกลายเป็นต้นแบบ/แรงบันดาลใจให้กับผู้สร้างในอีกหลายต่อหลายเรื่อง เมื่อจิตของมนุษย์นั้นล่องลอยอยู่บนโลกเสมือนจริงในขณะที่ร่างกายนั้นถูกจองจำเพื่อปล่อยพลังงานความร้อนให้กับจักรกล(Machine/Robot)ในสงครามการต่อสู้ของสองชนิดพันธุ์ หลายปีต่อมาพล็อตเรื่องลักษณะดังกล่าวก็ได้ถูกนำมาทำเป็นหนังอีกหลายต่อหลายเรื่องอย่าง Surrogates(คนอึดฝ่านรกโคลนนิ่ง : ๒๐๐๙) ที่กล่าวถึงยุคที่มนุษย์หันมาใช้จิตควบคุมหุ่นยนต์ให้ทำงานแทนตัวเองในทุกๆเรื่องไม่เว้นแม้แต่กิจกรรมเรื่องเซ็กซ์ เมื่อมนุษย์ต่างอยู่แต่ในบ้านสร้างโลกเสมือนจริงขึ้นมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป รวมไปถึงเรื่อง Avatar(อวตาร : ๒๐๐๙) ที่กล่าวถึงการใช้จิตเข้าควบคุมร่างในภารกิจแทรกซึมเข้าไปในชนเผ่าหนึ่งจนนำไปสู่การต่อสู้ครั้งสำคัญ และ Inception(จิตพิฆาตโลก : ๒๐๑๐)ที่สร้างโลกแห่งความฝัน ออกแบบความฝัน เพื่อล้วงเข้าไปขโมยความคิดหรือปลูกฝังทัศนคติต่างๆเข้าไปในจิตใต้สำนึกของผู้อื่นผ่านความฝันอันซับซ้อน ฝันซ้อนฝัน ๓ - ๔ ระดับ



     แนวคิดเรื่อง"การถอดจิต"อาจจะเป็นเรื่องใหม่ในมุมมองของชาวตะวันตก แต่สำหรับชาวไทยแล้ว เราอยู่กับนิทานพื้นบ้านหรือวรรณกรรมที่ร้อยเรียงถึงแนวคิดดังกล่าวมานานพอสมควร ตัวอย่างเช่นนิทานเรื่อง"นางอุทัยเทวี"ที่อาศัยอยู่ในร่างของคางคกแล้วสลับมาเป็นคน หรือนวนิยายเรื่องยาว"เพชรพระอุมา"ของพนมเทียน ตอนจอมผีดิบมันตรัย ที่จอมขมังเวทย์ใช้จิตเข้าควบคุมสลับไป-มาระหว่างซากผีดิบกับร่างของเสือดำตัวใหญ่เพื่อเล่นงานศัตรู หรือแม้แต่นวนิยายรางวัลซีไรต์ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ เรื่อง"อมตะ"ของวิมล ไทรนิ่มนวล ที่กล่าวถึงการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะของคนในโลกอนาคต เมื่อ"พรหมินทร์"ซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายอธรรมได้โคลนนิ่งมนุษย์ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นอะไหล่สำหรับตัวเอง เมื่อเขาผ่าตัดสมอง(ของตัวเอง)เข้าไปใส่ในร่างของ"อรชุน"มนุษย์โคลนนิ่ง(ที่เป็นตัวแทนของฝ่ายธรรมะ เป็นนักจิตวิทยาและศึกษาเรื่องจิตมาเยอะพอสมควร) ตอนจบผู้เขียนทิ้งปมให้คนอ่านเข้าใจว่าร่างกายที่ปราศจากสมองของอรชุนนั้นสามารถกำหนดจิตเข้าครอบงำสมองของพรหมินทร์ได้ และอีกหนึ่งตัวอย่างคือภาพยนตร์เรื่อง ๕ แพร่ง(Phobia ๒)ตอน"ห้องเตียงรวม"ที่เล่าถึงเกจิอาจารย์ชื่อดังที่กำลังจะละสังขาร แต่ในคืนสุดท้ายในห้องผู้ป่วยเตียงคู่ก็เกิดเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้น พอรุ่งเช้าพระอาจารย์ก็ได้มรณภาพไป ส่วนเด็กหนุ่มเตียงข้างๆกันนั้นตื่นมาตาขวาง แววตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและชัยชนะ ขณะที่ลูกศิษย์ลูกหาต่างพากันต้อนรับเกจิอาจารย์หนุ่มคนใหม่กันอย่างเอิกเกริก



     จะเห็นได้ชัดว่าความ"สดใหม่"ของเรื่อง Action Sci-Fi ในยุคปัจจุบันนั้น ไม่ได้ผูกขาดอยู่กับเรื่องการถอดจิตเพียงอย่างเดียว แต่มีการเชื่อมโยงถึงเรื่องการใช้พื้นที่เสมือนจริง(Cyberspace/Social medi/Social network)หรือสังคมออนไลน์ของคนเรา ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันผ่านการเล่าเรื่องแบบแฟนตาซี

     เรื่องพื้นที่ในสังคมออนไลน์, พื้นที่ในคลื่นวิทยุชุมชนของกลุ่มก้อนทางการเมืองกลุ่มหนึ่ง หรือพื้นที่บริเวณชุมนุม พื้นที่บนขบวนรถแท็กซี่ พื้นที่บนขบวนรถมอเตอร์ไซค์ ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย ในสังคมแบบไทยๆอันเป็นสังคมแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ และไม่ใช่สังคมแห่งการระดมสมองหรือการเผชิญหน้าเพื่อหารืออย่างสันติ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะมีการ"แบ่งพื้นที่"ของใครของมัน แล้วอวตารเข้าไปเป็นตัวตนสมมุติ(เป็นไพร่ เป็นสลิ่ม เป็นอำมาตย์) เพื่อเสพข้อมูลหรือ เปิดรับ"ชุดความคิด"ที่ฝ่ายตนยินยอมที่จะเชื่อเพียงอย่างเดียว มีการตอกย้ำ และฝังชุดความคิดดังกล่าวเพื่อปลุกเร้ามวลชนของฝ่ายตน แม้ไม่ต้องผ่านการทำ Inception ฝันซ้อนฝันหลายระดับ ก็สามารถปลูกฝังทัศนคติด้านลบให้ฝ่ายตรงข้าม สร้างความเกลียดชังลงไปในจิตใต้สำนึกได้อย่างง่ายดาย และปิดกั้นความเห็นต่างทางเหตุผลใดๆ พร้อมที่จะเข่นฆ่าฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับพวกตนได้ตลอดเวลาโดยเฉพาะฝ่ายที่มีรัฐคอยให้ท้ายสนุบสนุนและโอบอุ้มตลอดเวลา

     เป็นเวลากว่า ๕ - ๖ ปีของการแบ่งแยกมวลชนที่ผ่านมานั้นส่งผลให้เชื้อโรคแห่งความเกลียดชังได้เกาะตัว แพร่เชื้อทบทวีคูณ แผ่สาขาไปทั่วในแต่ละพื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างเพาะเชื้อ และกระตุ้นโรคร้ายกันอย่างดุเดือด เชื่อว่าในอีก ๑ ถึง ๒๐ ปีข้างหน้าอาการป่วยไข้ของแต่ละฝ่ายจะเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ให้ผลลัพธ์แห่งความร้าวฉานที่รุนแรง หนักหน่วงเกินกว่าจะจินตนาการ และการวาดหวังว่าจะมีสันติ หรือความปรองดอง คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดขึ้นในผืนแผ่นดินนี้ แผ่นดินที่ประชาชนหมกมุ่นอยู่แต่ในโลกเสมือนจริง

"เมื่อเจ้ามีความเกลียด เจ้าจะมีความกลัว เมื่อเจ้ามีความกลัว พลังแห่งด้านมืดจะเข้าครอบงำเจ้า" จบด้วยวาทะของอาจารย์โยดาจากภาพยนตร์ Star Wars


Credit ลิ้งค์ที่มาของภาพประกอบเนื้อหา
The Hero http://www.martialartsny.com/videos/hero.html
Star Wars http://www.mtv.com/photos/photos-from-the-original-star-wars-trilogy/1530182/1920030/photo.jhtml
The Matrix http://www.movieforums.com/community/showthread.php?p=569784
Surrogates http://en.wikipedia.org/wiki/Surrogates_(film)
Avatar
http://www.siamzone.com/movie/m/5642/poster
Inception http://teaser-trailer.com/new-poster-of-inception/
๕ แพร่ง http://movie.kapook.com/view1339.html

โดย Surrealism

 

กลับไปที่ www.oknation.net