วันที่ พุธ กรกฎาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เจริญแต่วัตถุธรรมเจริญไม่ทันความเสื่อมจะตามเร็วพลัน


 ขอพูดถึงภาวะที่เป็นคู่กันอีกชุดหนึ่ง คือ ไพบูลย์ ๒ ไพบูลย์ คือ ความเจริญพรั่่งพร้อม หรือความดาษดื่นแพร่ทั้งหลายไพบูลย์ก็มี ๒ อย่างเหมือนกัน คือ 

 ๑. อามิสไพบูลย์ ความเจริญพรั่งพร้อมทางวัตถุ มีสิ่งบริโภคใช้สอยแพร่หลายดาษดื่น
 ๒. ธรรมไพบูลย์ ความเจริญพรั่งพร้อมทางธรรม มี ความดีงาม ความชอบธรรม และความเป็นธรรมแพร่หลายทั่ว ถึงกัน

 ในสังคมมักจะมีปัญหาความไม่สมดุลระหว่างไพบูลย์ ๒ อย่างนี้อยู่เสมอ  ถ้าเราพัฒนาบ้านเมืองไปในทางวัตถุมาก เราก็ จะมีอามิสไพบูลย์ คือมี วัตถุสิ่งของเครื่องใช้พรั่งพร้อมจนกระทั่ง ถึงขั้นฟุ้งเฟ้อ ผู้คนชอบเป็นอยู่หรูหราฟุ่มเฟื่อยและไม่รู้จัก ประมาณ จนกลายเป็นหมกมุ่นมัวเมา   ถ้าไม่มีธรรมไพบูลย์มา ช่วยตรึงไว้และนำไปในทางที่ถูกต้อง คนเหล่านี้ก็จะเสื่อมจาก ธรรม เช่น หมดความขยันหมั่นเพียรอดทน และขาดความสามัคคี เป็นต้น ทั้งๆ ที่ว่าธรรมเหล่านี้แหละได้ทำให้เขาสร้าง ไพบูลย์ขึ้นมาไต้ เมื่อขาดธรรมเหล่านี้แล้ว เขาก็จะรักษาแม้แต่ อามิสไพบูลย์ไว้ไม่ได้   นอกจากนั้น เขาก็จะแย่งชิงกัน เบียด เบียนและเอารัดเอาเปรียบข่มเหงกัน  ทำให้เกิดความไม่ปกติสุข  สังคมเดือดร้อนระสาระสาย  ในที่สุดอามิสไพบูลย์ก็ต้องสูญ สลายไป  เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงเน้นว่าให้มีธรรมไพบูลย์ด้วย  แต่โลกนี้ยากนักหนา เพราะว่า ในเวลาที่มีอามิสไพบูลย์ แล้ว ก็มักจะเกิดความประมาท ความพรั่งพร้อมสะดวกสบาย มักชวนให้หลง ชวนให้มัวเมา พอหลงมัวเมาแล้วก็ละทิ้ง ธรรมไพบูลย์  เอาแต่อามิสไม่คิดถึงธรรม
 
 ฉะนั้น จะต้องระลึกไว้ โดยเฉพาะในหมู่ชาวพุทธจะต้อง เตือนตนเองและเตือนกันอยู่เสมอว่า ไม่ว่าจะทำอะไรจะต้องให้ เกิดไพบูลย์ทั้งสองอย่างคู่กับไปเสมอ หลักพระพุทธศาสนา สอนไว้แล้วว่า อามิสทานต้องมีธรรมทานควบคู่  อามิสสงเคราะห้ต้องมีธรรมสงเคราะห์ควบคู่ อามิสไพบูลย์ต้องมี ธรรมไพบูลย์ควบคู่ พอมีครบคู่แล้วไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว อามิสสงเคราะห์จะไม่เสียหาย เพราะอามิสไพบูลย์ที่มาพร้อมกับ ธรรมไพบูลย์   จะเป็นไปในทางเอื้อฟ้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือกัน และทำให้เกิดการสร้างสรรค์ที่ถูกทาง ทำให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น
 
 แม้แต่ในวงการพระศาสนาเราก็ต้องคอยตรวจสอบ เหมือนกัน เพราะถ้ามีอามิสไพบูลย์แล้วไม่ระวังให้ดีก็ทำให้เกิดโทษมากเหมีอนกัน
                     ในวงการพระศาสนาปัจจุบันนี้ เป็นที่รู้กันอยู่ว่า ประชาชนในเมืองไทย  เราบำรุงพระสงฆ์กันมาก ประชาชนมี ศรัทธาถวายทานแก่พระสงฆ์ ทั้งปาฏิบุคลิกทาน คือถวายเจาะ จงเฉพาะองค์และสังฆทาน คือถวายแก่สงฆ์เป็นส่วนรวม เรามี   พิธีทำบุญถวายทานประเภทต่างๆ มากมาย ทั้งกฐินทาน ทั้ง ทอดผ้าป่า ทั้งงานพิธีตามบ้าน ตามสถานที่ทางธุรกิจและราชการ  มีงานวัดและพิธีต่างๆ ไม่รู้ปีละกี่ครั้ง ทำบุญกันมากมาย  เหลือเกิน จนกระทั่งพูดได้ว่า วงการพระศาสนาในเมืองไทยนี้มีอามิสไพบูลย์
 
 แต่พอมีอามิสไพบูลย์ขึ้นแล้ว ถ้าไม่ระวังก็จะเกิดความประมาทขึ้นทันที แล้วก็จะเกิดความหลง เกิดความมัวเมา อย่าว่าแต่ญาติโยมแลยพระสงฆ์เองก็มัวเมาเกิดความประมาทได้  เมื่อประมาทแล้วก็ไม่เอาใจใส่ในธรรม  มุ่งแต่จะหาวัตถุปรนเปรอตัวเองให้อยู่สุขสบาย เสร็จแล้วความเสื่อมก็คืบคลานเข้ามา
  พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ. ปยุตโต)

สวัสดีวันธรรมสวนะครับ
  
                   

โดย กัลยาณมิตตตา

 

กลับไปที่ www.oknation.net