วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กลอนของกวี


 กลอนของกวี 

 

เราอ่านกลอนของกวีที่ทุ่งหญ้า

นวลน้ำคำและน้ำตามาค้างแผ่ว

ดวงแดดเช้าเหมือนแกล้งจะแต่งแวว

วาดน้ำค้างหยาดแก้วมิอันตรธาน

 

เราอ่านกลอนของกวีที่ทุ่งข้าว

หนาวลมหนาว ยิ่งหนาวยิ่งเฝ้าอ่าน

หอมวรรคทองของทุ่งลมสะท้าน

หอมข้าวสุกจากบ้านของชาวนา

 

เราอ่านกลอนของกวีที่ฝั่งน้ำ

หยอกห้วยหนองคลองร่ำระบำไผ่ป่า

แหพ่อเหวี่ยงเป็นวงใต้โค้งฟ้า

ค่ำนี้หนอ, จะป่นปลาให้ลูกกิน

 

เราอ่านกลอนของกวีที่ริมทาง

ย่างเหยาะย่างเราจะย่างไปตามถิ่น

ย่ำเหยาะย่ำเราจะย่ำจะย้ำยิน

เสียงแผ่นดินเสนาะดังกังวานใจ

 

เราอ่านกลอนของกวีที่ขอบฟ้า

เวี่ยวรรคเก่าของดาริกาจากฟ้าใหม่

ละลายเป็นวรรคทองของฟ้าใด

ล่องวิญญาณฝากไว้ให้สุกสกาว

 

เราอ่านกลอนของกวีที่ห้องเช่า

มุมแสนเงียบแสนเหงาและแสนหนาว

รูฝาห้อง, แดดส่องเป็นลำยาว

ไต่แสงดาวสีขาวถึงดวงตะวัน

 

เราอ่านกลอนของกวีที่มุมโลก

สุดชายแดนแสนโศกนรกสวรรค์

มุมหนึ่งใดจะอาจไถ่ซึ่งโทษทัณฑ์

ขอมุมนั้นวรรคทองช่วยส่องทาง

 

เราอ่านกลอนของกวีที่ใจกวี

หวามร้อยวันพันปีไม่มีสร่าง

โอ วรรคทองของใจที่ไหวว้าง

โถ อ้างว้าง, จะอ้างว้างอีกอย่างไร!

โดย ไพวรินทร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net