วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ที่จาตุรนต์กับณัฐวุฒิพูดในสยามวาระนั้น ปชป.เอามาใช้ได้เลย





ที่จาตุรนต์กับณัฐวุฒิพูดใน ‘สยามวาระ’ นั้น ปชป.เอามาใช้ได้เลย

อย่ามัวแต่เดียดฉันท์ว่าพวกมัน/พวกเรา สีโน้น/สีนี้  อะไรมันจริงก็หยิบมาใช้เลย

 

กระทู้คราวนี้นำมาจากกระดานสนทนาบนเฟ้ซบุ๊ค เมื่อหัวค่ำวานนี้

https://www.facebook.com/DriftinBoy/posts/3061627120295


Trakul Sethaphaibul

  • เป็นเรื่องที่ต้องให้ความชื่นชมอย่างตรงไปตรงมา ต่อจาตุรนต์ ฉายแสง และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ต่อเนื้อหาคำให้สัมภาษณ์ของเขาทั้งสอง แก่รายการ ‘สยามวาระ’ (Siam Agenda) ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ช่องไทยเพี้ยบสึ (ThaiPBS) เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ในหัวข้อความเห็นที่มีต่อคุณลักษณ์การทำงานการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าทำไมจึงล้มเหลว (แพ้ตลอด) ในช่วงที่ผ่านมา เพราะเป็นความเห็นที่เป็นเนื้อหาเน้นอย่างตรงไปตรงมาไปที่กลยุทธการเดินงานอย่างเหมาะสมกับโลกสมัยใหม่ จนอาจพูดได้ว่าจาตุรนต์ พูดตามน้ำใสใจจริงในยามที่ปลอดจากบริบทการฟาดฟันในสนามการเมือง ส่วนถ้อยคำของณัฐวุฒิ แม้จะมีน้ำเสียงที่ยังติดสำนวนเวลาปราศรัยบนเวทีชุมนุมทางการเมืองอยู่ แต่หากแกะลอกเอาวาทศิลป์ในถ้อยความเห็นออกไป ก็จะเห็นเนื้อหาการเดินงานการเมือง ‘ทำอย่างไรให้เข้าไปนั่งอยู่กลางใจประชาชนตลอดเวลา’ ที่ ปชป.ยังทำไม่เป็น แกะรอยทางไม่ออก ที่ณัฐวุฒิ พูดออกมาอย่างไม่ปิดบัง
    ส่วนเนื้อหาถ้อยความให้สัมภาษณ์ของ อ.สมเกียรติ อ่อนวิมล กับ ชัยวัฒน์ ถิรพันธุ์ นั้นเป็นภาพกว้างมากกว่าของจาตุรนต์กับณัฐวุฒิ แต่ก็เป็นส่วนที่ต้องนำมาเข้าสูตรผสม (blend) ในกระบวนการผลิตนโยบายการทำงานการเมือง และนโยบายต่อประชาชนต่อไป
    ที่น่าคิดคือ (จากคำพูดของชัยวัฒน์ เรื่อง scenario) แม้ทำหน้าที่เป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ ก็สามารถประกาศนโยบายออกมาเลยได้ไหม ประกาศหรือสื่อสารกับประชาชนตลอดเวลา ไม่ต้องคำนึงว่าต้องเป็นรัฐบาลสิจึงจะพัฒนานโยบายตลอดเวลา
    เมื่อตอนบ่าย เรายังผุดความคิดเล่น ๆ เลยว่า ตราสัญลักษณ์
    (logo) ของพรรคเพื่อไทย-ตั้งแต่เป็นไทยรักไทย, พลังประชาชน-กับของพรรคประชาธิปัตย์ มันสื่อตัวตนที่ตรงข้ามกันมาก ๆ เลย พูดตรง ๆ ตราสัญลักษณ์ของพรรค ปชป.มันสื่อสารออกมาว่า “ฉันไม่ใช่พรรคที่คุณจะเลือกเป็นรัฐบาลหรอก”

 

Top of Form

Kittikul Chartchakorn ไม่ได้ฟังนะเฮีย แต่เชื่อมั่นมาตลอด (ตั้งแต่ไม่เคยสนใจการเมือง จนเบื่อการเมือง)ว่า ปชป.ทำงานไม่เป็น 
ที่ชัดเจนเลย คือ ความไม่จริงใจ ถ้าเป็นเพื่อน เขาก็เรียกว่า คบไม่ได้น่ะ 5 5 5

Trakul Sethaphaibul 

ชัวร์ป้าดเลย เชน เอาหัวเป็นประกัน
จาตุรนต์ พูดดี เปิดเผยหลักการที่พรรคการเมืองหนึ่ง ๆ จะยืนอยู่ในโลกสมัยใหม่
(ถ้าเรามองภาพ -เข้าใจในความเป็นอนุรักษ์นิยมอย่างเข้าเส้นของ ปชป.มาก่อน จะเห็นชัดเลยว่าจาตุรนต์ไม่ได้พูดอย่างมีอคติในโอกาสนี้ และจะนึกออกว่า ปชป.จะคิดริเริ่มอะไรนอกกรอบก็จะติดขัดไปหมด ติดที่ความเคยชินในกรอบวิธีคิดของตัวเอง แกนนำพรรคก็ยังติดบุคคลิกแบบอ๊อกโซเนี่ยน แบบที่ท่านอานันท์ก็เป็น) ผมเองยังรู้สึกได้เลยว่าปลอดโปร่ง ฟังอย่างไม่เครียด รู้สึกเลยว่านี่พูดอย่าง "หลังไมค์" แบบกันเอง
ส่วนณัฐวุฒิ พูดได้ตรง (ก็กรองเอาสีสันแบบวาทศิลป์ออกไปก่อนนะ) เข้าเป้า แต่ก็รู้สึกได้ว่าณัฐวุฒิอยู่ที่ระดับ "รับนโยบายมาปฏิบัติ" ๕๕๕

Trakul Sethaphaibul จะแยกแยะได้เลยว่าตลอดมา คนของพรรคนี้พูดใน "บริบทการสงครามแย่งชิงอำนาจตลอดเวลาทุกลมหายใจ แม้แต่เวลานั่งขรี้"
แต่เมื่อนอกบทบาทการสงคราม (ที่หาได้ยากยิ่ง) อย่างที่ฟังจากสยามวาระ เมื่อกี้ นั่นเป็นถ้อยคำที่ ปชป. แม้แต่แกนนำ "อ๊อกโซเนี่ยน" อย่างอภิสิทธื์, กรณ์ .. ตลอดจนกอร์ปศักดิ์ ต้องเอาไป "ปฏิวัติตัวเอง, ปฏิวัติพรรค"

 

Kittikul Chartchakorn ประเด็นที่น่าสนใจกว่า คือ นักการเมืองไทยพูดเก่ง ใช้วาทศิลป์มากกว่าความจริงใจ จะเนรมิตวาทกรรมสวยหรู ฟังดูดีออกมามากมายแค่ไหนก็ได้ จะฝั่งไหนก็ตามที พอ ๆ กันทั้งนั้น

 

Kittikul Chartchakorn ส่วนความหวังที่ ปชป. จะ ปฏิวัติตัวเอง/ ปฏิวัติพรรค น่ะเหรอเฮีย ?
.... 5 5 5

Trakul Sethaphaibul ก็สร้างนิสัยในชาติ ให้หัดฟังแล้วกรองดิคัฟ

 

Kittikul Chartchakorn นึกถึงบทความนี้ขึ้นมาทันที 
http://prachatai.com/journal/2010/05/29677

ภัควดี ไม่มีนามสกุล: ปริศนาสิ่งมีชีวิตที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ | ประชาไท

prachatai.com นังสือพิมพ์ออนไลน์ ประชาไท www.prachatai.com

Trakul Sethaphaibul ส่วน คนปชป.จะฝืนตัวเองได้มั้ย ต้องวานแม่ยก สาวก ช่วยกันลุ้น ไม่งั้นพรรคนี้สาบสูญแน่
โด่ ขนาดแกนนำยังพูดแต่ว่า หากมันเป็นไปไม่ได้ หรือเป็นไปได้น้อยในทางปฏิบัติ เราก็จะไม่ประกาศ เนี่ยละ "วิธีคิดเก่า”  ชัดเลย

Trakul Sethaphaibul แต่กรณีนี้ ที่ผมเอามาฝาก เนี่ย ไม่ต้องเกี่ยวกับความเห็นคุณภัคก็ได้นี่ ที่ผมเอามาชื่นชมนี่ ผมคิดแบบทุนนิยมโลกาภิวัตน์ แค่นั้น แบบอ่อน ๆ ด้วย ๕๕๕๕๕

Trakul Sethaphaibul "ปลาน้ำนิ่ง เมื่อต้องหลุดมาในสายน้ำเชี่ยว มันต้องปรับตัวให้อยู่กับสายน้ำเชี่ยวให้ได้อย่างทรนง สง่างาม หรือไม่งั้นก็รอวันตายซะ"

 

Kittikul Chartchakorn ไว้ผมได้ดูคลิปนี้ก่อน แล้วจะมาฝอยต่อ
(แต่จริงๆก็แหยงๆนะ เพราะขี้เกียจฟังนักการเมืองฝอย รู้สึกประมาณเสียเวลาในชีวิตว่ะ 5 5 5)

Trakul Sethaphaibul 

คิดไปคิดมาแล้วยากว่ะ เชน ที่ "แม่ยก, สาวก" ของ ปชป.จะมองประเด็นนี้ออก เพราะความชื่นชมแบบแม่ยกหรือสาวก มันอยู่ในอาณาเขตของอารมณ์ (emotion) ไม่ใช่อยู่ในอาณาเขตของการใคร่ครวญแยกแยะให้เห็นชัดระหว่าง Taste vs. Facts
ในบริบทที่ฟาดฟัน แถกไถ เอาสีข้างเข้าถู ทางการเมือง มันเป็นบริบทของสงครามการเมือง สงครามเอาชนะใจมวลชน เป็นเรื่องของ awareness ต่อกลุ่มเป้าหมาย เปลี่ยน behavior ของกลุ่มเป้าหมาย รวมแล้วอยู่ในพื้นที่ของ ดราม่า, ของ taste
ส่วนในการให้สัมภาษณ์ประหนึ่งพูดหลังไมค์กันนี้ เป็นการพูดแบบ "ครับ ผมเล่นบทอย่างนี้เพราะเหตุผลอย่างนี้ ๆ" เป็นการให้ข้อมูลแบบไม่ปิดบัง แทบจะเรียกว่า "นอกบริบทสงครามการเมืองแล้ว เรายังเป็นเพื่ิอนกัน"   นี่เป็นเรื่องที่เอา facts มาขยายให้เพื่อนกันได้ฟัง (ไม่ว่าเพื่อนจะอยู่ฝ่ายไหน จะเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ถ้าเพื่อนปรับกระบวนการต่อสู้ใหม่ตามนี้ ก็จะกลับมาเป็นคู่ต่อสู้ที่สูสีกับ พ.ท.)
วะ ขึ้นกระทู้ได้เลย แต่ขี้เกียจ นี่กำลัง "ร้อนระอุ" ในหัว มีไข้น่ะ เมื่อเย็นนั่งหลับไปเฉย ๆ ๕๕๕

 

Trakul Sethaphaibul 

^^ เมื่อกี้ เพิ่งแช็ทบอกน้องที่ตจว.ไปว่า ถ้ามีเวลาจะถอดเทปช่วงประเด็นนั้น มาอธิบาย แบ ให้เห็นว่าเขาใช้ส่วนประกอบอะไรบ้างในแผนรณรงค์โฆษณาพรรค มันเป็นพิมพ์เขียวเดียวกับการทำ Advertising Campaign ของสินค้าตัวหนึ่ง ๆ เป๊ะเลย
จะว่าเป็นการไม่มีจริยธรรม ก็ไม่ใช่ คิดแบบนั้นกลับเป็น conservative แบบหัวรั้น หลับหูหลับตาเกินไป การใช้ส่วนประกอบของแผนรณรงค์โฆษณา มันเป็น "ภาษาสมัยใหม่" โดยเฉพาะเป็น "ภาษาที่จะพูดกับ mass community ในยุคนี้"

 

Trakul Sethaphaibul  เอ่อ ต้องบอกด้วยสินะ ว่าความชื่นชมนี้ไม่ได้กินที่เลยไปถึงแนวคิดทางการเมืองของพวกเขา ผมพูดถึงเนื้อความให้สัมภาษณ์ในคราวนี้ว่ามันให้อะไรกับ ปชป. เท่านั้น
ในอดีต สมัย ร.๔, ร.๕, ร.๖ ทำการปฏิรูปการปกครอง (ด้วยพระองค์เอง) นั่นก็ย่อมกระทบถึงบรรดาผู้ทำงานสนองฯ ในแบบเก่าจำนวนมาก เห็นมีหลักฐานเอกสารว่าต้องทรง "บริหาร" เจ้าพนักงานอยู่พอสมควร
แต่จุดสำคัญคือ การนำเอาความรู้ วิทยาการ แบบวิธี ตลอดจนอาวุธยุทธภัณฑ์สมัยใหม่ของฝรั่งมาใช้ โดยมิต้องเห็นดีเห็นงามไปกับตัวตนแบบฝรั่ง

ฉันใดก็ฉันนั้น

 

* ผมว่าเราควรมองเนื้อความสัมภาษณ์ว่าเหมือนตำราสมัยใหม่ที่คนให้สัมภาษณ์ใช้อยู่ และพรรคไหนก็เอามาใช้ได้ (แต่ต้องใช้ทุนมากหน่อย ก็จะเป็นไรไป นายทุนฝั่งอนุรักษ์นิยมก็มีเยอะแยะ) ดังที่ไทยรักไทยชนะเมื่อปี ๒๕๔๔, ๒๕๔๘ จากทฤษฎีของเดอโซโธ่่ เรื่องคนจนแอบแฝงในเมือง ฯลฯ