วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อูอี๋ซาน มลฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน (2)


อู่อี๋กง (วังอู่อี๋) ภูเขาอูอี๋

มลฑลฟูเจี๋ยนเป็นมลฑลที่อุดมไปด้วยป่าไม้ ภูขาและแม่น้ำ ส่วนที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ความเจริญทางวัตถุยังไม่เข้าไปทำลายมากนัก หมู่บ้านรายทางที่ไปยังเขตเมืองไทหนิงเป็นส่วนใหญ่ค่อนข้างยากจน   ถนนสายหลักสะดวกและกำลังก่อสร้างอีกจำนวนมาก

ภูมิประเทศทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมลฑลเป็นป่าหินชื่อ  หลิงอิ่ง หมู่บ้านต้าหูเซียงซึ่งเป็นทางผ่านของเส้นทางไปอูอี๋ซาน ป่าหิน หลิงอิ่งไม่สวยเท่าที่ป่าหินของมลฑลยูนาน    ป่าไม้ และแหล่งธรรมชาติบริเวณดังกล่าวมีอยู่จำนวนมากแต่ก็ไม่อลังการพอที่จะนำออกมากล่าวชื่นชม       

อย่างไรก็ตามบริเวณนี้เป็นที่ตั้งเมืองเก่ายุคราชวงศ์หมิงเป็นชุมชนก่าแก่ถึง 400 ปี  หากคนเคยไปเที่ยวประเทศจีนและแวะชมสถาที่ดังๆมาแล้ว ที่นี่จะด้อยไปถนัดใจ   แม้ว่าสถานที่แต่ละแห่งจะถูกอนุรักษ์ไว้ แต่ก็แต่งแต้มให้เกินจริงจนขาดสุนทรียภาพ  เช่น  ภายในถ้ำที่ตกแต่งด้วยหินงอก หินย้อย น้ำตกที่เพิ่มจากที่ธรรมชาติให้ไว้แล้ว  รวมทั้งแสงและเสียงที่ใส่ใข่เกินจริงตามรสนิยมของชาวจีนบนแผ่นดินใหญ่ ????

อูอี๋ซานเป็นหนึ่งในเทือกเขาอันอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและได้รับยกย่องเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติมีอาณาเขต70ตารางกิโลเมตร  ประกอบด้วยภูเขาสูง หน้าสูงชัน ธารน้ำ จิ่วฉวี่ซี รอบๆอูอี๋ซาน  (หรืออาจเป็นอ่างเก็บน้ำ ??)   เพราะจะมีลักษณะคล้ายกับลำน้ำในเขื่อนรัชประภา  จังหวัดสุราษฏร์ธานี

ขุนเขาที่ดูลึกลับ มีช่องทางให้เดินแผ่นเล็กๆ ผ่านป้ายชื่อกำกับไว้

 

แพที่ใช้ล่อง มีคนคัดหัว-ท้ายแพ สองคน

การล่องแพ ที่จิ่วฉวี่ซี

ภเขาสูงรูปทรงแปลกตา

มีบริการให้นักท่องเที่ยวล่อง จิ่วฉวี่ซี   ด้วยแพไม้ไผ่ซึ่งดิฉันรู้สึกไม่สนุกด้วยเลย      ตรงที่แพไม้ไผ่ที่ต้องบรรทุกผู้โดยสารถึงหกคน มีคนพายสองคน บางช่วงน้ำเปลี่ยนระดับทำให้แพล่องด้วยความเร็วเบียดเสียดกับแพลำอื่น   คนคัดท้ายแทบเอาไม่อยู่ เฉียดจะชนกันหรือชนกับภูขาข้างทางขณะที่ผ่านทางน้ำแคบๆ

ถึงตรงนี้จึงได้ไถ่ถามคนแจวแพว่าได้เงินเท่าไร    สองคนผัวเมียคนแจวแพบอกว่าได้ไม่กี่หยวน   พายวันละเที่ยว  แพเป็นของตนเอง    แต่ต้องเสียค่าวินแพ  เจ้าของวินได้รับสัมปะทานจากรัฐบาล   คนแจวแพเล่าว่าเสร็จจากงานล่องแพก็กลับบ้านทำไร่ชาและงานเพาะปลูกพืชเล็กๆน้อยๆเลี้ยงชีพ    งานล่องถือเป็นลำไพ่พิเศษ

งานนี้สองผัวเมียจึงได้รับทิปจากเราไปมากโข  

เทือกเขาอูอี๋มีอากาศเย็นสบาย   หมอกปกคลุมที่ยอดเขารูปทรงแปลกตา สูงชะลูดโดดเด่น มีหน้าผาสูงชันให้คนไต่ไปทักทายปุยเมฆ งานไม่มีผู้กล้า จึงพักที่ศาลาบนยอดเขา มองลงมาเห็นเบื้องล่างตัวเล็กนิดเดียว  ใจก็คึกคักอักโขว่า  สามารถไต่เขามาได้ไกลไม่น้อย.. ขนาดไม่มีวิชาตัวเบานะนี่

วังอูอี๋  อยู่ทางทิศเหนือของภูเขาอูอี๋    สร้างประมาณปี 742-756   ในราชวงศ์ถังเทียนเป่าสำหรับเซ่นไหว้เทพเจ้าแห่งขุนเขาอูอี๋ สิ่งก่อสร้างสวยงามที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปลายราชวงศ์หมิง   พร้อมกับการสร้างบ่อน้ำไว้  2 บ่อ และต้นไม้  ชื่อกุ้ยฮวย  2 ต้น   ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ?????

                                           ทางขึ้นศาลเจ้า

บันไดทางไปยังศาลเจ้า

ศาลเจ้าอูอี๋

มุมหนึ่งของศาลเจ้า

มองศาลาตรงกันข้ามศาลเจ้า

ลักษณะของหน้าผา

ศาลเจ้าตั้งอยู่ในหลุมบนหน้าผาจากที่หินหลุดออกไป

ศาลเจ้าสร้างอยู่ในแอ่งของหน้าผาสูงชัน  กว่าจะขึ้นไปถึงเกือบจะถอดใจหลายครั้งด้วยเหตุที่ทั้งชันและทางเดินที่แคบ  ไม่มีราวบันไดเพื่อช่วยการทรงตัว ทางเดินวกวนไปตามไหล่เขากว่าจะบรรลุถึงศาลเจ้าก็ต้องพักเดินเป็นช่วงๆ     ขาลงก็อันตรายไม่น้อยต้องๆค่อยๆเดินจับข้างเขาเกาะลงมา

ลักษณะของอูอี๋ซาน น่าจะเป็นฉากหนึ่งของงานเขียนของเจิ้งฟง ในกระบี่อภิญญา และ พยัคย์คู่ผงาดฟ้า เพราะเธอเป็นคนจีนไต้หวัน ภูมิทัศน์ที่ได้เห็นก็พลันคิดถึงเธอทันทีค่ะ  สองเรื่องนี้สนุกมากอย่าลืมไปหาอ่านนะคะ

โดย พูนทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net