วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มหัศจรรย์!!! มาดูสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า “รัก” ทำคนภูเก็ตเดินช้าลงได้!!! ทึ่งสุดๆ


สวัสดีเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ

ถือเป็นโอกาสที่ดีของผมที่ได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรม “ชีวิตเบิกบาน การงานเป็นสุข” ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือของฝ่ายการพยาบาลและฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทสาขาภูเก็ต เมื่อ 24-25 กรกฎาคม ที่บ่อแสนวิลล่า จ.พังงา เพราะเป็นกิจกรรมแนวใหม่ หลักสูตร “Dhamma OD Happy Life” หรือ “ชีวิตเบิกบาน การงานเป็นสุข” เพื่อส่งเสริมและสร้างกิจกรรมให้พนักงานเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สามารถนำเอาแนวคิดที่ได้เรียนรู้และปฏิบัติไปปรับใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข โดยพระวิทยากร “พระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท” (แปลว่าผู้มีความฉลาดในการพูด) ปัจจุบันจำพรรษา ณ วัดอมรทายิการาม (วัดใหม่ยายมอญ)

พระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท สอนเรื่องของความสุขด้วยธรรมะสมัยใหม่ “Dhamma OD Happy Life” หรือ “ชีวิตเบิกบาน การงานเป็นสุข” โดยถ่ายทอดด้วยความสนุกสนาน เน้นการพัฒนาตนเอง ชีวิต ครอบครัว และองค์กร เพื่อความสุขในการทำงานและการดำเนินชีวิต

 

ทีมงานผู้จัดกิจกรรมนี้ ได้แก่ ฝ่ายการพยาบาลและฝ่ายทรัพยากรบุคคล มีความเห็นว่า ปกติการพัฒนาพนักงานของเรานั้นมักจะเน้นที่การพัฒนาความรู้ อยากให้พนักงานมีทักษะเพื่อนำมาใช้ในการทำงาน มักเป็นกิจกรรมที่เป็น Activity-based ในปีนี้ภูเก็ตต้องการเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาพนักงาน โดยจะเน้นที่ Soft Skill คือ เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงาน อยากให้พนักงานมีการพัฒนาตนเอง ชีวิต และครอบครัวให้มีความสุข จากนั้นจะนำมาสู่ความสุขในการทำงาน และองค์กรก็จะมีความสุขในที่สุด โจทย์นี้จึงตรงกับหลักสูตร “Dhamma OD Happy Life” หรือ “ชีวิตเบิกงาน การงานเป็นสุข” ของพระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท

มาดูกิจกรรมที่จัดครับ เท่าที่ผมพอจะสรุปได้คร่าวๆ นะครับ

หลังจากทีมงานต้อนรับน้องๆ ที่มาเข้าอบรมเข้าสู่ห้องอบรมแล้ว นพ.ณรงค์ฤทธิ์ ฮาวรังษี ได้กล่าวต้อนรับและขอให้น้องๆ เปิดใจกว้างเพื่อรับความรู้ใหม่และนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง

พระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท เริ่มบทเรียนด้วย“Play and Learn” คือ เพลินธรรม เปิดใจสู่ธรรมะ โดยผ่อนคลายน้องๆ ด้วยกิจกรรมเล็กๆ จากนั้น ทำความตกลงกันในชั้นเรียน พระอาจารย์ฝึกน้องๆ ให้มีสติอยู่เสมอ ด้วยกริยา 3 อย่าง คือ “สะอาด” หมายถึง มือวางที่เข่า, “สว่าง” หมายถึง พนมมือขึ้น, และ “สงบ” หมายถึง นั่งตัวตรง

เราเริ่มเข้าสู่บทเรียน “การสร้างพลังบวกและพลังชีวิต” ด้วย “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า รัก” ซึ่ง“สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า รัก” ของพระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท ได้แก่คำ 4 คำ จำให้แม่นและนำไปใช้ทุกวันให้ได้ คือ “ขอบคุณ, ชื่นชม, ขอโทษ, ให้อภัย” โดยพระอาจารย์ให้จับคู่กัน ผลัดกันพูดคำ 4 คำนี้ เช่น “ขอบคุณ” ทุกคนที่เรารู้จัก ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ สามีภรรยา ครูอาจารย์ ขอบคุณเจ้านาย ขอบคุณองค์กร รวมทั้งขอบคุณ Buddy ของเราด้วย สำหรับคำ “ชื่นชม” ก็ให้ผลัดกันกล่าวชื่นชมทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ตั้งแต่ใกล้ตัวจนถึงไกลตัว ส่วนคำ “ขอโทษ” ขอให้เรากล่าวขอโทษคนที่เราทำให้เขามีความทุกข์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม เช่น เรื่องที่เราเอาแต่ใจ, ที่เราตวาดลูก, พูดไม่ดีกับสามี หรือทำให้คนอื่นเจ็บปวด สุดท้ายกับคำว่า “ให้อภัย” ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำกับเรา ทำให้เราเกิดความรู้สึกไม่ดี ทุกข์ใจ เราจะให้อภัยเขา รวมถึงใครที่ดูถูกหรือเหยียดหยามเรา เราก็จะให้อภัยเขาให้หมดในวันนี้ แล้วมาเริ่มต้นใหม่ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส

น้องๆ ทำได้ดีครับ บางคนไม่เคยพูดเลย ไม่กล้าพูดด้วยซ้ำ วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เริ่มต้นด้วยการพูด 4 คำนี้ คือ “ขอบคุณ, ชื่นชม, ขอโทษ, ให้อภัย” เป็นคำพูดที่ดีมาก พวกเราสัญญาว่าจะพูด 4 คำนี้ทุกวัน

คำฮิตติดปากของพวกเราชาวภูเก็ตที่มาอบรมกันครั้งนี้ ก็คือ “บองชูร์” แล้วกอดกันเพื่อแสดงความรักด้วย “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า รัก” ซึ่งได้แก่ “ขอบคุณ, ชื่นชม, ขอโทษ, ให้อภัย” เป็นการเชื่อมต่อชีวิตให้มีความสุขด้วยการ  “กอด” เป็นภาพที่น่ารักและเราจะนำไปใช้ให้เหมาะสมต่อไปครับ

กิจกรรมทักษะชีวิต “ผู้นำในหัวใจคน” ผมชอบมากครับ เพราะพระอาจารย์บอกว่า เสน่ห์ของคน โดยเฉพาะผู้นำ ต้องมี 5 อ่อน ได้แก่ 1) หัวอ่อน หมายถึง ให้ฟังคนอื่นบ้าง 2) ปากอ่อน คือ ให้พูดจาไพเราะ มีหางเสียง 3) มืออ่อน หมายถึง รู้จักไหว้ผู้อื่นบ้าง 4) หลังอ่อน คือ ก้มหลังเมื่อเดินผ่านผู้ใหญ่ 5) เข่าอ่อน หมายถึง ในบางครั้งก็ต้องย่อเข่าเพื่อแสดงความเคารพผู้ใหญ่ด้วย ยิ่งยุคสมัยนี้หายากครับ คนที่มี 5 อ่อนแบบนี้

ปิดท้ายวันแรกด้วยกิจกรรมทักษะชีวิต “พลังจิตแห่งปัจจุบัน” และ KM for MK “การจัดการความรู้สู่การจัดการความดี” เน้นการพัฒนา EQ, ไม่ปล่อยให้คนดีโดดเดี่ยว และช่วยกันรักษาคนดี ด้วยกิจกรรมธรรมะและการนำเสนอผลงานของกลุ่มเรื่องบูรณาการให้เข้ากับศีล 5 แบ่งกันกลุ่มละหัวข้อ

รุ่งเช้าเป็นกิจกรรม “Coaching Team” องค์กรคุณธรรมชั้นนำ โดยการนำเสนอผลงานเพลงและการแสดงกลุ่มเกี่ยวกับการให้บริการในองค์กร น้องๆ ทำได้ดีครับ แต่งเพลงกันเก่งมาก เข้าใจทำ และการแสดงบทบาทสมมตินี่ สมควรได้รับตุ๊กตาทองจริงๆ โดนใจมาก

สุดท้ายจบด้วยกิจกรรม Time Management “การบริหารเวลาและบริหารชีวิต” โดยพระอาจารย์เน้นให้เราแบ่งเวลาให้ดีในแต่ละบทบาทของขีวิต ในที่ทำงานเราจะมีบทบาทเป็นพนักงาน เป็นเจ้านาย เป็นผู้ให้บริการ แต่ที่บ้าน เรามีบทบาทเป็นพ่อแม่ สามีภรรยา แต่บทบาทสำคัญที่คนเรามักจะลืมหรือละเลย นั่นคือ บทบาทของการเป็นลูกที่ดี พระอาจารย์เน้นให้เรากตัญญูครับ รีบกตัญญูตั้งแต่วันนี้ สิ่งดีๆ ที่ยังไม่ได้ทำกับพ่อแม่ในฐานลูกที่ดี ให้รีบทำตั้งแต่บัดนี้ เช่น การกอดพ่อแม่, การกราบเท้าพ่อแม่, การพาพ่อแม่ไปเที่ยว หรือไปรับประทานอาหารดีๆ หรือพาท่านไปทำสิ่งที่ท่านตั้งใจไว้ เช่น ไปต่างประเทศ, การสร้างพระ, การสร้างวัด ฯลฯ ซึ่งพระอาจารย์ถ่ายทอดได้โดนใจ มีน้ำเสียงที่น่าฟัง นำ Clip มาให้ชมด้วย ทำให้ทุกคนซาบซึ้ง และตั้งใจจะกลับไปทำบทบาทของการเป็นลูกที่ดีในวันนี้ หรือในโอกาสวันแม่ที่จะมาถึงนี้ครับ

เราปิดการประชุมด้วยความซาบซึ้งและคำมั่นสัญญาที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความสุขของตนเอง เพื่อน ครอบครัว และองค์กร

การได้มาอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาองค์กร คล้ายๆ กับเป็นการเดินให้ช้าลง เพื่อให้มีโอกาสได้สำรวจตนเอง แล้วพัฒนาตนเองให้มี EQ มากขึ้น ลดอัตตาของตนเองลง เข้าใจและรับฟังผู้อื่นมากขึ้น เพื่อความสุขของตนเองและคนรอบข้าง

“Dhamma OD Happy Life” หรือ “ชีวิตเบิกงาน การงานเป็นสุข” เป็นนิมิตที่ดีที่จะทำให้คนภูเก็ตเปลี่ยนชีวิตให้ดีกว่าเดิม ด้วยมหัศจรรย์ของสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า “รัก”

ด้วยความปรารถนาดีจาก...mr.MONK

โดย Pretender

 

กลับไปที่ www.oknation.net