วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

LONDON 2012: ไขปริศนา เกาะมหัศจรรย์ Isles of Wonder ให้โลกเข้าใจความเป็นบริทิช


 

‘เพื่อนบ้าน NN1234 เคยเปรยอย่างฉงน

ด้วยไม่คุ้นกับเกาะนอกภาคพื้นแผ่นดินใหญ่แห่งทวีปยุโรป

ว่ามีอะไรดีชวนติดตามบ้าง…’

น่าคิด...

อยู่เกาะโดดเดี่ยวเสียอย่างนั้น จะมีอะไรบ้าง

****

 

พิธีเปิด London2012 เพิ่งผ่านพ้นไป

ฝนโปรยปรายก่อนงานเริ่มช่วยเกริ่นนำบรรยากาศแบบเกาะ ที่ลมฟ้าแปรปรวนโดยไม่ต้องสนใจฤดูกาล แต่ไม่เป็นอุปสรรคกับคนบริทิชทั้งในสนามและอีกจำนวนมากที่ยกขบวนไปอาศัยบรรยากาศคึกคักเปี่ยมไปด้วยพลังโดยรอบ ชมเหตุการณ์จากจอโดยมิพะวงเรื่องที่นั่งภายใน

อารมณ์ของการชมถ่ายทอดนอกเกาะครบเครื่องได้จากความระทึกใจในแสงสี กับความพิเศษในตัวเองของเหตุการณ์ แต่ถ้าผู้ชมขาดความคุ้นเคยพื้นเพในมุมและมุขของบริทิช หรือผู้บรรยายในแต่ละท้องถิ่นไม่สามารถเตรียมให้ความกระจ่างเรื่ององค์ประกอบของการแสดงได้ล่วงหน้า ตามนโยบาย Save The Surprise ปิดข่าวของเจ้าภาพ ความเข้าใจเรื่องราวคงพร่องลงได้

*

จุดสำคัญอันเป็นที่กล่าวขวัญของคนทั้งโลกที่  Queen Elizabeth II ทรงมีส่วนร่วมในการแสดงสไตล์บริทิชครั้งนี้ คือ สิ่งที่คนบริทิชดูอย่างยินดีปรีดา

แรกเห็น  Corgis สุนัขคอร์กี้ คนเริ่มหัวเราะแค่คิดว่าจะพาดพิงถึง The Queen ครั้นเมื่อเห็นว่าทรงร่วม ‘เล่น’ ด้วย จึงโห่ร้องส่งเสียงเชียร์กันก้องทั้งสนาม ก่อนน้ำตาจะรื้นตื้นตันในสิ่งเหนือความคาดหมาย

 

โฆษกของ Buckingham Palace บอกว่า Queen Elizabeth II ทรงยินดีที่ร่วมมีส่วนกับเหตุการณ์พิเศษเยี่ยงนี้ยิ่งนัก

ทีมงานทูลเกล้า ‘ทาบทาม’ The Queen ตั้งแต่ปีก่อน และถ่ายทำระหว่างช่วงพระราชกรณียกิจมากมายของ Diamond Jubilee เมื่อเดือนมีนาคมและเมษายน ให้ต้องทรงตัดสินเรื่องฉลองพระองค์ล่วงหน้าหลายเดือน และทรงมีรับสั่งตามบทเพียงแค่

*

 

‘Good evening, Mr Bond.’   

 

 

ประเทศเพื่อนบ้านและอดีตเจ้าภาพให้คะแนนบวกกับผลงานของ Danny Boyle และคณะ แม้จะปนหยอกเย้าเหน็บแนม

China บอกว่า

‘2008 Beijing เคร่งขรึม สง่างาม

London 2012 ตลก

ความขรึมเป็นทางการบอกให้โลกรู้ว่าชาติแกร่งและมั่งคง

อารมณ์ขันปล่อยให้โลกสัมผัสเองว่าชาติเข้มแข็งมั่นคง’ – Zhou Libo: China’s Got Talent

‘จุดเด่นของเกรทบริเทนคืออารมณ์ขัน และการล้อตัวเองได้’ – Huang Jianxing: Sports commentator

‘รู้สึกช็อก ไม่เคยคิดว่าจะเห็นพิธีเปิดงานแบบนี้ ทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้ง JK Rowling, Mr Bean, James Bond, Beckham 

พิธีเปิดของ Beijing สง่างาม

ของลอนดอนดูเป็นตัวของตัวเอง’ – คนจีนทั่วไป

*

 

The Sydney Morning Herald ของ Australia ชม Danny Boyle แบบเหน็บ แม้เห็นว่าดีแต่ไม่เอ่ยตามตรง แต่ก็มีคนชมซึ่งหน้าว่า

‘คนทำงานคงสนุกสุดเหวี่ยงกับงานที่ให้โอกาสสร้างสรรค์ได้ระดับนี้ มุขสุดยอดต้องเป็น The Queen และ James Bond

แค่ The Queen ทรงเล่นด้วยก็จำไปได้อีกนาน’ – Robyn Archer: Creative Director

*

 

 คนจากทีวี Greece บอกว่า ‘บันเทิงดี แต่บริทิชไปหน่อย ไม่เป็นโอลิมปิก เพลงที่เลือกมาก็น่าจะใช้ปิดงานมากกว่าเปิดงาน’   

France ผู้ร่วมชิงการเป็นเจ้าภาพงานนี้บอกว่า

‘เหมือนได้ของกินหนึ่งคำ ที่รวมทุกอย่างแบบบริทิชเอาไว้หมดอย่างสนุกสนาน ทั้งเพลง มุขตลก Mr Bean จนถึง the Queen of England’ – L’Equipe

‘So British … งดงาม สร้างสรรค์ บอกราก ที่เป็นตัวตนของบริทิช’ – Le Parisien

 

*

 

Germany พาดหัวว่า

‘สาวบอนด์คนใหม่ อายุ 86’ – Die Welt

‘สู้กันได้กับ Beijing… สร้างสรรค์ เป็น Spirit of London’ – Die Zeit

‘คงช่วยให้บริเทนหาตัวตนที่อธิบายยากของตัวเองได้ เพราะมีบริทิชอีกมากที่ยังหาไม่เจอ’ – Suddeutsche Zeitung

*

 

Russia ส่งข้อความถึงเจ้าภาพรายต่อไปว่า

 ‘จากวันนี้ไป ป่วยการที่บราซิลจะลงทุนมากมายแล้ว

เริ่มเกมไปเลย ไม่ต้องทำพิธีเปิดให้เปลือง’

*

 

India ชาติใกล้ชิด ช่วยสรุปให้ว่า ‘ลอนดอนถ่ายทอดความสมบูรณ์เฟื่องฟูของวัฒนธรรม ความเป็นชาติที่สืบทอดกันมาได้คึกคัก’ – Times of India

 

พิธีเปิด LONDON 2012 มีคนบริทิช 27 ล้านชมการถ่ายทอด โดย 22 ล้านดูจนจบ ต่างจากคราว Beijing ที่มีคนดูแค่ 5 ล้าน ทั้งที่ไม่มีข้ออ้างเรื่องความแตกต่างของ Time Zone

ในเวลาเดียวกันที่คนนับล้านทั่วโลกชมพิธีการครั้งนี้อาจเข้าใจเนื้อหาของการแสดงไปเพียงตามจินตนาการที่ถูกชี้นำจากภาพและเสียงนั้น  

แล้วคนบริทิชคิดอย่างไร

ทำไมคนบริทิชจึงอิ่มเอมกับทุกเสี้ยวเวลาของการแสดง

อะไรคือ Isles of Wonder…

 

*

 

Cockney ที่รู้จักว่าเป็นสำเนียงพูดของคนลอนดอนนั้น สำหรับลอนดอนเนอร์สแล้ว ค้อกนี่ย์ คือ ‘คน’ ที่อ้าปากพูดมาเป็นสำเนียงแปร่งชัดเจน บอกถิ่นกำเนิดจากบริเวณ East End of London พื้นเพดั้งเดิมของชนชั้นทำงานรายได้น้อย

มีคำพูดเก่าเล่ากันมาว่า จะนับเป็นคนค้อกนี่ย์แท้ได้ ต้องเกิดอยู่ในรัศมีที่ได้ยินเสียงระฆังจากโบถส์ St Mary-le-Bow 

 

*

 

 

การตีระฆังเปิดพิธีจึงตรึงใจบริทิชไว้ได้ตั้งแต่นาทีนั้น

จากความหมายหลายชั้น ที่ทั้งถือเป็นการให้เกียรติแก่ East End เจ้าของพื้นที่ และระลึกถึง Whitechapel Bell Foundry ที่มีสถานที่ตั้งอยู่ใน East End มาตั้งแต่ พ.ศ.1963  เป็นผู้หล่อระฆังให้ Big Ben และ St Mary-le-Bow จนมาถึงระฆังในพิธีเปิดนี้

 

จากนั้นจึงใช้ Memorable moments นาทีสำคัญของการแข่งขันรักบี้เกมประวัติศาสตร์ ที่จำกันได้ดีของแต่ละประเทศทั้งสี่ที่รวมกันเป็น Great Britain เป็นตัวแนะนำเจ้าภาพ

รักบี้มีกำเนิดในประเทศอังกฤษ สำคัญตรงที่เป็นกีฬาแรกและหนึ่งเดียวที่แข่งขันร่วมกันระหว่าง The British Isles and Ireland   

Jerusalem จากคำประพันธ์ของ William Blake เป็นเพลงเปิดงานอย่างเหมาะสม ทั้งจากการที่คนอังกฤษเคยคิดจะใช้เป็นเพลงชาติที่ไม่เคยมี แทนการใช้เพลงชาติรวมของเกรทบริเทน และกับบางประโยคของบทประพันธ์เพลงนี้ …Bring me my Chariot of fire! ที่เป็นตัวจุดประกายภาพยนตร์ Chariots of Fire (1981) จนถึงการเป็นเพลงเปิดก่อนรอบชิงชนะเลิศของ Rugby League เป็นเพลงชาติของทีม England Cricket เป็นเพลงที่คนดู Rugby Union ร้องในสนาม และเป็นเพลงที่ใช้รวมใจกันอีกหลายโอกาส

 

*

 

 

‘Uprooting the countryside’ ใน Industrial Revolution ที่ให้ความหมายของ ‘การปลูกบ้าน สร้างเมือง’ ถูกถ่ายทอดได้อย่างสมบูรณ์ผ่านภาพการยกต้นไม้ถอนราก เปิดทางให้ผู้คนหน้าดำวิ่งสวนกลับขึ้นมาจากพื้น แทนภาพกำเนิดของ Coal Miners ผู้ใช้แรงงานในเหมือง พื้นฐานที่ส่งให้อุตสาหกรรมอื่นเกิดขึ้นตามมา

*

 

อย่างที่ Kenneth Branagh เป็นผู้สะท้อนภาพตัวของ Isambard Kingdom Brunel 

Brunel ชาวอังกฤษ ถูกจดจำในฐานะวิศวกรและช่างกลคนสำคัญของชาติ ผู้สร้างสะพาน ท่าเรือ ทางรถไฟ เครื่องจักรไอน้ำ และอุโมงค์ลอดแม่น้ำเทมส์

*

*

 

ภาพการก่อสร้าง หอคอยควันดำ กังหันน้ำ และตีเหล็กที่เหมือนเตรียมการสร้างห่วงโอลิมปิก จึงย้อนรอยให้คนบริทิชสัมผัสบรรยากาศของการสร้างชาติ และประสบการณ์ที่ผ่านมาของรุ่นบรรพบุรุษ

เนิ่นนานกว่าชุมชนจะแปรเปลี่ยนไปเป็นชาติที่มั่นคง

*

 

‘เด็ก’ ยังเป็นตัวแทนที่ไม่หลุดแนว Inspire a Generation ของ LONDON 2012

NHS, GOSH และ Children Literature ถูกร้อยรวมอย่างลงตัว 

National Health Service คือตัวแทนของสวัสดิการที่รัฐดูแลสุขภาพประชาชนแบบ Socialist State อันเป็นแกนสำคัญของความเป็นอยู่ของประชาชนบริทิช

GOSH - Great Ormond Street Hospital เป็นโรงพยาบาลสำหรับเด็กโดยเฉพาะแห่งแรกในโลก ให้ชีวิตและความหวังกับเด็กเจ็บป่วยมาแล้ว 160 ปี

การพาดพิงถึง GOSH ไม่เพียงสื่อความหมายถึงเยาวชน แต่เป็นการโยงเข้าสู่วรรณกรรม  

Charles Dickens เป็นนักเขียนคนแรก ที่ช่วยระดมทุนสนับสนุน GOSH จนถึง J. M. Barrie ผู้ประพันธ์ Peter Pan ที่มอบลิขสิทธิ์ของ ปีเตอร์ แพน ให้ GOSH เพื่อให้อยู่ได้และมีทุนในการค้นคว้าพัฒนาต่อไป

 

*

 

ภาพของเด็กบนเตียง จึงมิใช่เพียงฉากที่แทรกโดยปราศจากความหมาย ตั้งแต่ Never Land ของ Peter Pan ถึง JK Rowling ผู้ให้กำเนิด Harry Potter และ Lord Voldemort ผู้ร้ายที่ต้องหลบลี้เมื่อ Marry Poppins หย่อนตัวลงมาจากท้องฟ้า

*

*

*

 

ทั้งหมดร่วมกันส่งภาพเด่นชัดของ Children Literature วรรณกรรมสำหรับเด็ก ที่คนบริทิชให้ความสำคัญตลอดมา

*

 

จนถึงยุคใหม่ที่วัฒนธรรมของเยาวชนแปรเปลี่ยน ดนตรีปรับรูปแบบ การผสมผสานของเผ่าพันธุ์สีผิวที่เห็นจากตัวแสดง อันไม่แตกต่างจาก British Society ในปัจจุบัน การสื่อสารที่เคลื่อนสู่ Cyber World ที่ Danny Boyle ไม่ลืมย้ำกับโลกถึงมันสมองบริทิช Sir Berners-Lee หรือ TimBL ผู้ให้กำเนิด World Wide Web

*

*

 

เมื่อถึงการจุดคบเพลิง คนบริทิชจึงไม่ผิดคาดที่ตัวแทนของนักกีฬาเยาวชนทั้งเจ็ด ที่ยังเยาว์วัยและไร้ชื่อเสียง เป็นผู้รับช่วงจาก Sir Steven Redgrave ผู้ครองเหรียญทองโอลิมปิกห้าสมัยจาก Rowing ไปจุดไฟ

*

 

 

บทบาทของ David Beckham ในการนำส่งเปลวไฟ เป็นยิ่งกว่าความพิเศษ

*

 

Becks ที่ย้ำถึงความเป็น East End boy ของตนเสมอมา ช่วยเป็นตัวแทน East Enders ทั้งหลายให้เกิดความภูมิใจในบ้านเกิดของตนเอง

*

 

East End ในอดีตคือแหล่งเสื่อมโทรม ร้อยกว่าปีที่ผ่านมาการไปถึงอีสท์เอนด์ต้องอาศัยรถม้า เป็นแหล่งที่ Dorian Gray หลบไปสูบฝิ่น Jack the Rippers ออกอาละวาด จวบจนเมื่อสามสิบกว่าปีที่ผ่านมาอีสท์เอนด์ก็ไม่เคยเฟื่องฟู หรือรับการเชิดชูอย่างเท่าเทียม

เด็กอายุสิบกว่าขวบจำนวนมากในพื้นที่เติบโตมากับการเห็น Olympic Park เริ่มตั้งเสา ก่อร่างสร้างขึ้นจนเป็นอาคารใหญ่โตในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา เกิดความหวังกับที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น ความเจริญที่ย่างกรายเข้ามาในพื้นที่ และอนาคตในทางที่ดีขึ้น

เป็นความมหัศจรรย์ที่จับต้องได้สำหรับเยาวชนแล้ว

*

*

 

โลกภายนอกไม่เข้าใจความเป็นบริทิช จึงไม่เป็นไร

มิใช่เพราะความหยิ่งของบริทิช

มิใช่แค่เพราะเราเข้าใจและสนุกสนานกันเองแล้ว

*

*

 

หากเป็นเพราะความประหลาด Quirky แบบบริทิช ที่คาดหวังพิธีการที่ Sentimental ให้จับใจ ‘คน’ ในชาติมากกว่าความยิ่งใหญ่ในรูปแบบอื่น

เพราะ Isles of Wonder เกิดขึ้นได้จาก ‘คน’

และเพราะจุดหมายสำคัญที่มุ่งหวังของบริทิช ได้บรรลุแล้ว

A Generation Inspired.

Welcome to the Isles of Wonder…

*

* * * * * * * * *

ตอนก่อนหน้า Quirkiness is the Distinction 

References:

James Bond escorts The Queen to the London 2012 Olympic Games – BBC

Photo: courtesy of Telegraph and BBC, sources and photographers as appeared in the photo.

What the world thought of the opening ceremony.

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net