วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

'ขุนค้อน'วันครบ1ปีประมุขนิติบัญญัติ




               ในวันที่ 3 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ถือเป็นวันครบรอบ 1 ปี การเข้าดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาของ “ขุนค้อน" สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ โดยขวบปีที่ผ่านมา ถือว่าการทำงานของ “สมศักดิ์” ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่การเมืองในรัฐสภาไทย ในแบบฉบับที่น่ากังขาว่าเอาเป็นตัวอย่างได้หรือไม่ สมศักดิ์ เปิดใจทางโทรศัพท์กับสำนักข่าวเนชั่น ก่อนเยือนสิงคโปร์
    
    มองปัญหาในการทำงานที่ผ่านมาอย่างไร โดยเฉพาะการไม่ยอมรับจากฝ่ายค้าน จนถึงขั้นปาเอกสารใส่
      
                  ผมมองว่าการเมืองในปัจจุบันเป็นสถานการณ์ของความขัดแย้ง ความแตกแยกทางการเมือง มีการแบ่งพรรค แบ่งพวก และแบ่งขั้วทางการเมือง ดังนั้นไม่ว่าใครจะเข้ามาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย และเป็นเรื่องปกติของคนที่ทำหน้าที่จะเจอกับปัญหาในสถานการณ์ที่มีการแบ่งขั้ว ผมถือว่าเป็นเรื่องปกตินะ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็ต้องยึดข้อบังคับเป็นหลัก เมื่อยึดข้อบังคับแล้ว ก็ย่อมมีคนที่ถูกใจและไม่ถูกใจ คนที่ถูกใจ ก็ชื่นชม ส่วนคนไม่ถูกใจก็ไม่ชื่นชม มันเป็นเบสิก
    ที่ผ่านมาจริงๆ แล้วการทำหน้าที่ มีการชี้นำจากพรรคเพื่อไทยหรือไม่
      
                  หากดูจากคลิปเสียงที่หลุดออกมาเป็นพยาน หลักฐานที่ชัดเจนว่าการทำหน้าที่ของผมเป็นเช่นไร เสียงในคลิปนั้นเป็นการพูดกับคนที่ใกล้ชิด เป็นเรื่องภายใน แสดงให้เห็นและเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าผมทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ไม่ได้รับฟังคำสั่งจากใคร ผมมองนะว่าเมื่อเราทำงานไม่ถูกใจ ก็จะถูกมองว่าไม่เป็นกลาง
      
                  เท่าที่สรุปได้ง่ายๆ นะครับ ถ้าบอกว่าผมไปรับสั่งจากคนทางไกล แล้วไปรับคำสั่งแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ผมในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ คงไม่เอาเกียรติและศักดิ์ศรีของสถาบันนิติบัญญัติไปทำตามคำสั่งเล็กๆ น้อยๆ หากไปทำตามก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาด ใช่หรือไม่ หากมองว่าผมรับคำสั่งในการทำงานที่ผ่านมาทำไมผมต้องทำตามข้อเสนอของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการชะลอพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ... การยื้อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3  หากมองว่าผมไปรับคำสั่ง ทำไมต้องไปเอาด้วยกับความเห็นของผู้นำฝ่ายค้าน และเมื่อเป็นแบบนี้ ถือว่ารับคำสั่งของผู้นำฝ่ายค้านมาด้วยหรือไม่ ผลงานภาคปฏิบัติที่ผ่านมา ชี้ดชัดว่า ผมปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา เป็นกลาง และไม่ได้ฟังคำสั่งใคร และไม่มีใครที่จะมาสั่ง
   
    กับสิ่งที่ถูกโจมตีตลอดว่า ไม่เป็นกลาง หรือรับคำสั่ง มีความหนักใจหรือไม่
      
                  ไม่หนักใจเลยครับ เพราะเราไม่ได้เสียหายอะไร คนทั้งประเทศเขาเห็น เวลาผมเดินทางไปไหนไปทั่วประเทศก็มีแต่คนชื่นชม ดังนั้นคนที่ควรแก้ไขและปรับปรุง ไม่ใช่ผมอย่างแน่นอน
   
    การปฏิบัติหน้าที่ในที่ประชุมสภาจำเป็นต้องออกกฎ หรือระเบียบใหม่หรือไม่
      
                  ไม่ฮะ มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าคณะกรรมการจริยธรรมฯ ยังไม่ลงตัว ซึ่งในการประชุมที่ได้นัดกันไว้ล่วงหน้าจะเป็นการแต่งตั้งอนุกรรมการ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ที่เสนอโดยกรรมการจริยธรรม ที่ประกอบด้วยสมาชิกพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลให้มาดูแล เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำงานแบบลูบหน้าปะจมูกอีก ผมเชื่อว่าหากไม่เกิดปัญหาทุกอย่างจะเรียบร้อย
        ในวันนั้นที่ประชุมจะพิจารณา ให้บุคคลที่มีความเป็นกลางจริงๆ เข้ามาทำงาน คนที่เป็นคนขวาจัด ซ้ายจัด แดงจัด หรือเหลืองจัด เชื่อว่าจะไม่ได้รับการพิจารณา เมื่อได้คณะอนุกรรมการจริยธรรมมาทำหน้าที่แล้ว จะถือเป็นคณะกรรมการที่ใช้ดุลพินิจแทนกรรมการจริยธรรมชุดใหญ่ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดการครหา เพราะกรรมการชุดใหญ่ ที่มาจากพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาล ล้วนแต่มีพรรคมีพวกทั้งนั้น
   
    เหตุที่ต้องให้อำนาจคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแทนนั้น เพราะเลี่ยงครหาที่จะมาถึงตัวหรือไม่
      
                  ที่จริงนะครับ คนเป็นประธานอย่างผมไม่มีอำนาจ แค่นั่งอยู่หัวโต๊ะและที่สำคัญผมไม่ได้เสนอให้ตั้ง และผมไม่มีสิทธิเสนอบุคคลใดด้วย
   
    ทำไมภาพรวมการทำงานที่ผ่านมา เมื่อเจอปัญหาต้องแก้ด้วยการตั้งคณะทำงานมาทำงานแทน
      
                  ก็เป็นการแสดงออกให้เห็นว่าเราเป็นกลาง และเพื่อทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ
    
    ประเด็นตั้งคนมาใช้อำนาจแทน อาจถูกมองว่าแบบนี้ก็ไม่ต้องมีประธานก็ได้
      
                  ในส่วนคณะกรรมการจริยธรรมฯ ซึ่งมีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แต่รัฐบาลถือเป็นเสียงข้างมากและผมก็มาจากรัฐบาล เมื่อมีเรื่องให้คณะกรรมการชุดนี้ตัดสิน หากตัดสินใจออกมาและเข้าข้างฝ่ายค้านเรื่องมันก็จบ แต่หากตัดสินแล้วไม่ได้เข้าข้างฝ่ายค้านก็จะไม่สามารถหาข้อสรุปได้และถูกมองว่าใช้เสียงข้างมากลากไปอีก ดังนั้นต้องให้คนกลางมาดูแทน ซึ่งผมมองว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ไม่ได้แปลว่าผมไม่รับผิดชอบ แต่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
   
    ภาพการทำงานที่ออกมา เหมือนจะพยายามเอาใจฝ่ายค้าน เพื่อลดสิ่งรบกวนให้แก่การงาน
      
                  ผมไม่ได้เอาใจฝ่ายค้านมากเกินไป สิ่งที่ทำคือสิ่งที่ควรทำและทำหน้าที่ให้เป็นกลาง ความไม่เป็นกลางของผมก็คือเฉย ปล่อยให้ใช้เสียงข้างมาก ซึ่งเกมในสภาเป็นเช่นนั้น เพราะเสียงข้างมากอยู่ที่เรา ยกมือเมื่อไรก็ชนะเมื่อนั้น
   
    ปัญหาร้อนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ตอนนี้มีทางออกหรือยัง
      
                  สิ่งที่ผมควรพูด ได้พูดไปหมดแล้ว ที่เหลือขึ้นอยู่กับสมาชิกรัฐสภา ส่วนประธานรัฐสภาไม่มีอำนาจอะไร จะถอนออกหรือไม่ เป็นเรื่องของเจ้าของ เป็นเรื่องของสมาชิก เป็นมติของที่ประชุม ไม่ใช่มติของประธานรัฐสภา ส่วนที่ผมได้แสดงความเห็นไปก่อนหน้านั้น หากสมาชิกเห็นด้วยก็เอา หากไม่เห็นด้วยก็ไม่เอา
   
    ........
   
    (หมายเหตุ : 'ขุนค้อน'ในวันครบรอบหนึ่งปี ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ : สัมภาษณ์พิเศษโดยขนิษฐา เทพจร http://www.komchadluek.net/detail/20120803/136764/ขุนค้อนวันครบ1ปีประมุขนิติบัญญัติ.html)

โดย คมชัดลึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net