วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

'ความมั่นคง'บ้านเมืองหรือการเมือง : ขยายปมร้อน




               ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายฝ่ายให้ความสนใจความเคลื่อนไหวทางการเมืองจนเหตุการณ์สำคัญหลายเรื่องถูกมองข้ามได้รับความสนใจจากสังคมค่อนข้างน้อย                  โดยเฉพาะ "ปัญหาภาคใต้" เหตุการณ์สะเทือนขวัญสำหรับผู้สูญเสียคนในครอบครัว จากกรณีคนร้ายรวม 18 คน ใช้รถกระบะ 3 คัน ขับตามประกบยิงถล่มเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย.ร.15321 ฉก.ปัตตานี 25 ที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน รวม 6 นาย บนถนนสายปาลัส-มายอ หมู่ 1 บ้านดูวา ต.ถนน อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทำให้ทหารเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 2 นาย
       
                  ถือเป็นปฏิบัติการที่อุกอาจที่คนร้ายเป็นฝ่าย "จู่โจม" เจ้าหน้าที่อย่างเป็นระบบระหว่างปฏิบัติหน้าที่บนท้องถนน
      
                  เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงมองว่า ปฏิบัติการของคนร้ายครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในการใช้ยุทธวิธี "รุกเข้าจู่โจม" ไม่ใช่การลอบวางระเบิด หรือซุ่มยิงเหมือนในอดีต
      
                  นับว่าเป็นปฏิบัติการ "อุกอาจ" ที่เกินความคาดหมายของเจ้าหน้าที่ เพราะไม่เคยมีเหตุการณ์จู่โจมเจ้าหน้าที่เป็นเสมือนเป้านิ่งให้คนร้ายในลักษณะนี้มาก่อน เป็นการก่อเหตุในช่วงเย็น โดยไม่เกรงกลัวว่าบริเวณดังกล่าวติดกล้องวงจรปิดและบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้
      
                  นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ได้เกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์หลังโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งโรงแรมดังกล่าวมี "อนุศาสน์ สุวรรณมงคล" สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปัตตานี เป็นเจ้าของ
      
                  ปฏิบัติการดังกล่าวที่เกิดขึ้นในภาคใต้ถือเป็นเรื่องใหญ่ และควรได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะรัฐบาล แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เผยแพร่สู่สังคมกลับเป็นภาพงานเลี้ยงสังสรรค์ของพรรคร่วมรัฐบาลก่อนเปิดสมัยประชุมสภาในค่ำคืนวันที่ 31 กรกฎาคม
      
                  ภาพ "ชื่นมื่น" ของบรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลส่งผลสะเทือนใจต่อผู้สูญเสียและประชาชนที่เดือดร้อน ที่ดูเหมือนรัฐบาลมองข้ามความทุกข์ของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนในพื้นที่
      
                  ส่วนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาภาคใต้ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงในการแก้ไขสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมกับตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้" มี "พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา" เป็นประธาน
      
                  โดยมอบ 3 รองนายกรัฐมนตรีเข้าไปดูแลพื้นที่ ประกอบด้วย "พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา" , "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" และ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" โดยให้ทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน ทั้ง "ทหาร ฝ่ายปกครอง และตำรวจ"
      
                  พร้อมกับแยก "ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้" ออกเป็น 2 ส่วน โดย "ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า" ให้ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธาน ส่วน "ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนกลาง" มี "พล.อ.ยุทธศักดิ์" เป็นประธาน
      
                  และวันที่ 8 สิงหาคมนี้ "นายกฯยิ่งลักษณ์" จะเรียกประชุมเชิงปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นการประชุมครั้งแรก หลังจากมีการก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
      
                  ถือว่าการประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมหน่วยงานความมั่นคงของรัฐบาลทุกหน่วย เพื่อมาทุ่มเทสรรพกำลังในการเสนอแนวคิดแก้ไขปัญหาภาคใต้ เพื่อดูว่า ที่ผ่านาการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลตรงจุดหรือไม่ หรือมีช่องโหว่ตรงไหนที่ต้องแก้ไข
      
                  โดยเฉพาะ "หน่วยงานด้านความมั่นคง" !
      
                  อย่าลืมว่า ที่ผ่านมาเกือบ 1 ปี "นายกฯยิ่งลักษณ์" ได้มีการ โยก ย้าย โอน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ "หน่วยงานความมั่นคง" เป็นคนที่รัฐบาลไว้วางใจ เชื่อใจ และมั่นใจว่า "คนที่ตัวจัดวาง" เป็นมือระดับ "พระกาฬ" หาตัวจับยากแน่นอน
      
                  เพราะหากดูเส้นทางการจัดวางคนของรัฐบาลเข้าไปประจำใน "หน่วยงานความมั่นคง" แทบเรียกได้ว่าจะยกทั้งแผง
      
                  ตั้งแต่การโยกย้าย "ถวิล เปลี่ยนศรี" จากตำแหน่ง "เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ" (สมช.) ไปเป็น "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ระดับ 11" และโยกย้ายให้ "พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี" จาก "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" (ผบ.ตร.) ไปเป็น "เลขาธิการ สมช." แทน แล้วให้ "พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์" จาก "รอง ผบ.ตร." ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น "ผบ.ตร." แทน
      
                  และการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานความมั่นคงที่ได้รับเสียงคัดค้านอย่างมากจาก "3 อดีตเลขาธิการ สมช." ซึ่งประกอบด้วย "สุวิทย์ สุทธานุกูล, ขจัดภัย บุรุษพัฒน์ และ ถวิล เปลี่ยนศรี"
      
                  โดย "3 อดีตเลขาธิการ สมช." ไม่เห็นด้วยกับมติคณะรัฐมนตรีที่โอนย้าย "สมเกียรติ บุญชู" รองเลขาธิการ สมช.ซึ่งเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องก่อการร้ายและปัญหาความไม่สงบภาคใต้ ไปดำรงตำแหน่ง "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ" แล้วรับโอน "พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร" ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ให้มาดำรงตำแหน่ง "รองเลขาธิการ สมช." แทน
      
                  นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังโยกย้าย "ภาณุ อุทัยรัตน์" เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปนั่งเก้าอี้ "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี" แล้วแต่งตั้ง "พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ดำรงตำแหน่ง "เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้" แทน
      
                  เรียกง่ายๆ ว่า กลไกใน "หน่วยงานความมั่นคง" รัฐบาลจัดวางคนของตัวเองไว้เกือบทุกจุด
      
                  เว้นแต่ว่าการมอบหมายจะให้คนเหล่านี้ติดตามตรวจสอบ "ความมั่นคง" ของ "บ้านเมือง" หรือ "การเมือง" มากกว่ากัน!
   
    .........
   
    (หมายเหตุ :'ความมั่นคง'บ้านเมืองหรือการเมือง : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ http://www.komchadluek.net/detail/20120806/136958/ความมั่นคงบ้านเมืองหรือการเมือง.html)

โดย คมชัดลึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net