วันที่ พุธ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดึง'ดีเอสไอ'ติวเคล็ดจับทุจริตจำนำข้าว : ขยายปมรัอน




               ปัญหาใหญ่ของรัฐบาลในขณะนี้มี 2 เรื่อง คือ "ปัญหาภาคใต้" กับ "ปัญหาการทุจริตรับจำนำข้าว" โดยเฉพาะนโยบายรับจำนำข้าวเปลือกของพรรคเพื่อไทยที่หวังคะแนนเสียงจากชาวนา
 
               แต่ถ้าดูจากตัวเลขสถานการณ์ข้าวในตลาดโลกปีนี้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 13 ล้านตัน ขณะที่ผู้บริโภคข้าวแค่ 4.9 ล้านตัน และเมื่อหันมาดูผลผลิตในประเทศไทยพบว่ามีผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นกว่า 10 ล้านตัน ผนวกกับ “นโยบายจำนำข้าวตันละ 15,000 เอามั้ยคะ” ทำให้ราคาข้าวไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่งส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกข้าวไปต่างประเทศในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาลดลงถึงร้อยละ 43 และเสียแชมป์ผู้ส่งออกข้าวมาอยู่อันดับ 3 ของโลก
 
               เมื่อข้าวล้นตลาด กลไกตลาดส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวลดลง แม่หมอไม่ต้องพยากรณ์ ก็เห็นอนาคตขาดทุนยับเยินกับงบประมาณโครงการดังกล่าว 1.6 แสนล้านบาท โดยที่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ไปไม่ถึงมือชาวนา
 
               เคยมีคำเตือนจาก "คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ" (ปปช.) ที่คัดค้านการแทรกแซงราคาพืชผลเกษตรด้วยการรับจำนำ โดยชี้ให้เห็นถึง "ช่องโหว่" ที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต หากรัฐบาลดึงดันจะเดินหน้านโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
 
               ส่งผลให้ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ออกอาการไม่ค่อยสบายใจต่อมาตรการของกระทรวงพาณิชย์
 
               ผนวกเข้ากับการตั้งป้อมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน จัดมาเต็มจน "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกรัฐมนตรี เด้งอกรับอาสาปัดเป่าลมร้อนให้ "นายกฯปู" ด้วยการผนึกกำลัง "ตำรวจ-ดีเอสไอ-ป.ป.ท." ลงพื้นที่ประจำจุดที่เปิดรับจำนำ ถือเป็นการตีปี๊บทำสงครามย่อยกับการทุจริตการจำนำข้าวเปลือก ทุจริตงบเยียวยาภัยพิบัติ และการทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในคราวเดียว
 
               งานนี้ได้วางตำรวจทั้ง 9 ภูมิภาค ยกให้เป็นแม่แรงหลัก "ปปท." รับหน้าที่จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าเล่นงานเจ้าหน้าที่รัฐจับมือโรงสีขูดรีด ฟันกำไรส่วนต่างจากชาวนา
 
               ขณะที่ "ดีเอสไอ" รับผิดชอบการจัดทำพิมพ์เขียว เป็นไกด์ไลน์ให้แก่การสืบสวนสอบสวนการทุจริตทั้ง 3 รูปแบบ เพื่อชี้ให้เห็นถึงแผนประทุษกรรมในการฉ้อโกงหลากหลายรูปแบบ ซึ่งกลไกการทุจริตอยู่ไม่ไกลจากโรงสีและไซโลข้าว
 
               พิมพ์เขียวการสืบสวนกำหนดหลักคิดง่ายๆ อันดับแรกให้เข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่า มีกล้องตัวใดเสียหรือไม่ พบอาการชำรุดกะทันหัน อนุมานไว้ในใจได้ว่า มีพิรุธไม่ชอบมาพากลแน่ เพราะกล้องวงจรปิดจะบันทึกหลักฐานสำคัญว่า ใครเข้ามาทำทุจริตกับข้าวที่รับจำนำไว้บ้าง โดยเฉพาะการเปิดไซโลหมุนข้าวใหม่ออกขาย การยัดไส้ข้าวคุณภาพต่ำให้กลายเป็นข้าวคุณภาพดี รวมถึงการโกงเปอร์เซ็นต์ต้นข้าว โรงสีจะได้กำไรต่อแรกจากการรับซื้อกดราคา กำไรต่อที่ 2 จากการเบิกเงินหลวงในราคาคุณภาพคับแก้ว และต่อที่ 3 จากการประเมินข้าวคุณภาพดีให้เป็นข้าวเสื่อมสภาพ เพื่อเทขายข้าวเปลือกราคาตันละ 15,000 บาท เป็นอาหารสัตว์ ราคาเพียงตันละ 5,000 บาท
 
               พิมพ์เขียวของดีเอสไอที่ส่งต่อให้กองบัญชาการตำรวจภูธรทั้ง 9 ภาค  ยังเจาะลึกเป็นรายประเด็น ไล่เรียงตั้งแต่การทุจริตในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนชาวนา  ซึ่งร้อยทั้งร้อย เป็นการลงตัวของ 3 ประสาน “เจ้าหน้าที่รัฐ โรงสี และประชาคมหมู่บ้าน”
 
               ไล่เรียงตั้งแต่การนำบุคคลอื่นมาสวมสิทธิขึ้นทะเบียนชาวนา การสำแดงเอกสารเนื้อที่นาหรือสัญญาเช่านาเป็นเท็จ โดยมีการขยายเนื้อที่ปลูกข้าวให้มากกว่าความเป็นจริง รวมถึงการนำแปลงนาที่ถูกน้ำท่วมมาคำนวณเข้าโครงการ แล้วขนข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านข้ามตะเข็บชายแดนมาจำนำ ซึ่งจุดนี้ดีเอสไอแนะนำให้ตรวจสอบเปรียบข้อมูลกับภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศและจำนวนพื้นที่ปลูกข้าวจริงในแต่ละพื้นที่
 
               ในส่วนของการตรวจวัดความชื้น ขอให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะชาวนาถูกกดราคาจากค่าความชื้นมากที่สุด โดยกลโกงของโรงสีทั้งแนบเนียนและหลากหลาย เช่น การใช้มือกำข้าวเปลือกก่อนนำเข้าเครื่องตรวจวัดความชื้น ซึ่งความชื้นจากมือจะทำให้ค่าความชื้นเพิ่มขึ้น การปรับแต่งเครื่องวัดความชื้น โดยชาวนาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ จำต้องยอมตามโรงสี เพราะเมื่อเทข้าวลงไปในลานแล้วไม่จำนำ นอกจากไม่ได้เงินแล้ว ยังต้องจ่ายค่ารถตักข้าวกลับขึ้นรถ
 
               พิมพ์เขียวไกด์ไลน์ต่อเนื่องไปถึงกลโกงในขั้นตอนการระบายข้าว เนื่องจากมีความชัดเจนเป็นลำดับขั้นว่า ข้าวที่รับจำนำในราคาแพงกว่าท้องตลาดย่อมขายไม่ออก ล่าสุดตรวจสอบพบมีข้าวกว่า 20% ไม่ถูกส่งออกไปต่างปรเทศ ขั้นตอนต่อไปจะมีการระบายข้าว โดยใช้วิธีประมูลขายแบบลับๆ วิธีการคือเรียกผู้ค้าข้าวรายใหญ่มาเจรจาขาย ซึ่งรูปแบบดังกล่าวจะเข้าข่ายเป็นการกีดกันทางการค้า
 
               ปิดท้าย เจ้าของพิมพ์เขียว "พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว" ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ ผู้มีประสบการณ์ทั้งโชกโชน และชอกช้ำมาแล้วกับสารพัดคดีทุจริตรับจำนำ ได้ย้ำเตือนกับพนักงานสอบสวนพึงตระหนักคือ ศาลให้น้ำหนักกับพยานเอกสาร ไม่ว่าจะรวบรวมคำให้การของชาวนามากเพียงใด แต่ยังถือเป็นพยานบุคคล ต่างจากพยานเอกสารที่เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้ง อคส. อ.ต.ก. ร่วมลงชื่อรับรองเอกสารยาวเป็นหางว่าว ขั้นตอนการจ่ายเงินก็จ่ายเข้าบัญชี ธ.ก.ส. คดีจึงยากต่อการอธิบายความว่า เหตุใดชาวนาจึงยอมถูกกดขี่ เหตุใดเมื่อเงินเข้าบัญชีแล้วยังต้องเบิกไปหักส่วนต่างให้โรงสี พูดง่ายฟังยากอย่างนี้ จึงจำเป็นต้องจับให้ได้ชนิดคาโรงสี
 
               มาตรการกอบกู้ฐานเสียงชาวนา ที่รัฐบาลเข็นออกมาเรียกคะแนน ยังต้องถูกจับตาและประเมินผลอย่างใกล้ชิด ถ้าโหมโรงหนักขนาดนี้แล้ว "เอาไม่อยู่" อาจเป็นได้หรือไม่ว่า ส่วนแบ่งหัวคิวขยายสัดส่วนขึ้น!

.........

(หมายเหตุ : เปิดพิมพ์เขียวปราบโกง ดึง'ดีเอสไอ'ติวเคล็ดวิชาจับทุจริตจำนำข้าว : ขยายปมรัอน โดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย http://www.komchadluek.net/detail/20120808/137126/ดึงดีเอสไอติวเคล็ดจับทุจริตจำนำข้าว.html)
 

โดย คมชัดลึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net