วันที่ พุธ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เยือนเมืองขุนแผน : สุพรรณบุรี # นมัสการ "หลวงพ่อโต - วัดป่าเลไลย์"


ถูกไล่ต้อนขึ้นรถมาจากตลาดสามชุก ก็นึกว่าหมดโปรแกรมเตรียมตัวกลับบ้านแล้ว ที่ไหนได้ รถบัสเจ้ากรรมทำตัวขยันขันแข็ง พาเลี้ยวแว๊บเข้าไปยังวัดดังเมืองสุพรรณฯ อีกจนได้

องค์จำลองพระเจ้าอู่ทอง

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร คือ วัดเก่าแก่ วัดดังประจำเมืองสุพรรณฯ ที่ถึงกับมีการกล่าวถึงเป็นอย่างมากในวรรณกรรม ชุดขุนช้าง - ขุนแผน ซึ่งเราจะได้เข้าแวะนมัสการหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลย์ เป็นโปรแกรมถัดมา

ทำบุญหล่อเทียนจำนรรพรรษา

รูปหมู่ตามระเบียบ (ต้องเอาไปเบิก)

หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมาย พระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จธุดงค์มาพบ สมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์

พุทธศาสนิกชนมาไหว้พระกันเนื่องแน่น

สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างในสมัยที่ เมืองสุพรรณฯ รุ่งเรืองสุดกู่ เพราะในพงศาวดารเหนือกล่าวไว้ว่า พระเจ้ากาแตทรงให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ภายหลัง พ.ศ. 1724

หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลย์

นอกจากนี้ ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษสถาน “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิมีลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย องค์พระสูง 23.46 เมตร รอบองค์ 11.20 เมตร  ประดิษสถานอยู่ในวิหารสูงเด่นเป็นสง่า เพราะองค์พระนั้นจัดว่าสูงอยู่เหลือหลาย

ลิงถวายรวงผึ้ง และช้างประจำปางหน้าพระอุโบสถ

รูปปั้งจำลอง ขุนแผนนางพิมพิลาไลย

มีนักปราชญ์หลายท่านกล่าวว่า หลวงพ่อโตเดิมคงเป็นพระพุทธรูป ปางปฐมเทศนา สร้างไว้กลางแจ้งเหมือนพระพนัญเชิงในสมัยแรก ๆ เพราะมักจะพบว่า พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ที่สร้างในสมัยก่อนอยุธยาและอยุธยาตอนต้น ส่วนมากชอบสร้างไว้กลางแจ้งเพื่อให้สามารถมองเห็นได้แต่ไกล

พระพุทธรูป และยกช้างเสี่ยงทายวิหารหลังโบสถ

ภายในองค์พระพุทธรูปนี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลายจำนวน 36 องค์ หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

ท่านเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลย์

ผู้ประพันธ์ร่วม วรรณกรรมขุนช้าง ขุนแผน

วัดป่าเลไลย์นี้ถูกกล่าวถึงไว้ในวรรณคดีเรื่องขุนช้าง - ขุนแผน โดยเป็นวัดที่ขุนแผนมาบรรพชาเป็นเณรแก้วอาศัยบวชเรียนอยู่กับสมภารมี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดนี้ จนเณรแก้วเทศน์ได้เก่งและไพเราะจับใจทั้งที่อายุยังน้อย และยังได้พบกับนางวันทอง หรือนางพิมพ์พิลาไล จนเป็นบทเริ่มต้นของการชิงรักหักสวาทของสองขุนและหนึ่งนางอีกด้วย

ตัวละครฝ่ายขุนแผน

ตัวละครฝ่ายนางพิมพิลาไลย

นอกจากนี้ยังมีเรือนขุนช้าง ซึ่งทางวัดจัดสร้างไว้เป็นเรือนไทยหมู่ขนาดใหญ่ รอบ ๆ บริเวณร่มรื่นไปด้วยต้นไม้สวยงาม พื้นเรือนเป็นไม้สักขัดมันเงางาม มีหลายหลัง แต่ละหลังเชื่อมด้วยชาน ยกพื้นสูงมีบันไดขึ้นด้านหน้า ซึ่งเป็นมุขยื่นออกมาจากหอกลาง มีเรือนอีก ๓ หลังล้อมรอบหอกลางซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ภายในเรือนขุนช้างยังมีการจัดแสดงเครื่องทองเหลือง ชามสังคโลกที่หายากไว้ให้ผู้ที่มาเยือนได้ชม

ตัวละครฝ่ายขุนช้าง

ตัวละครฝ่ายพระไวย (รุ่นลูก)

น่าเสียดายที่เวลามีน้อยอย่างที่ได้แจ้งไว้ตอนต้น ทำให้ไม่ได้เข้าไปชม "เรือนขุนช้าง" นั่นเพราะยืนติดแหง๋วอยู่กับภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่อง "ขุนช้าง - ขุนแผน" อันงดงามตระการตาม ซึ่งจะนำมาเสนอให้ชมใน entry หน้าต่อไป

ภาพเริ่มเรื่อง ถวายตัวขุนช้าง

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net