วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จำนำข้าว ล้มเหลว ธกส.กำลังจะเจ๊ง ชาวนาถูกปล้น พ่อค้า-นักการเมือง พุงปลิ้น


.
จำนำข้าว ล้มเหลว ธกส.กำลังจะเจ๊ง ชาวนาถูกปล้น พ่อค้า-นักการเมือง พุงปลิ้น
.
.
.


"ตราบใดที่ไม่ขายออกไป ก็ไม่ขาดทุน"

โต้งติ๊กผิด คิดได้แค่นี้จริงๆ หรือว่ากลั้นน้ำตาพูด

พูดอีกร้อยครั้ง ก็ถูกทั้งร้อยครั้งอ่ะนะ

แต่ว่า...โต้งติ๊กผิด จะทำยังไง กับข้าวที่อยู่ในโกดังตอนนี้

ข้าว...ไม่ใช่ ทองคำ

ข้าว...ไม่ใช่ น้ำมัน

ที่จะเก็บไว้นานแค่ไหนก็ได้ ยิ่งเก็บไว้นาน มูลค่าก็ยิ่งมากขึ้น

แต่ข้าว...เก็บไว้ แม้ไม่นาน มอดก็จะตามมารับประทาน

ความชื้น ก็จะทำให้มันขึ้นรา สุดท้าย กระทั่งหมู หมา กา ไก่ ก็จะแหรกเข้าไปไม่ได้ !!

พวกพ่อค้า นักการเมือง ก็จะแอบเอาไปเททิ้ง ลงทะเล เพราะเขาต้องการ เอาข้าวจากฤดูกาลใหม่มาเก็บแทน
.
.
.



อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ จาก ทีดีอาร์ไอ บอกว่า

"ควรจะยกเลิก แต่ถ้ายกเลิกทันทีจะมีปัญหา เพราะมีข้าวค้างอยู่ในสต็อกสิบล้านตันจะจัดการอย่างไร การยกเลิกนโยบายอาจจะส่งผลกระทบต่อชาวนา เราควรมีนโยบายอะไรมาช่วยเหลือหรือไม่ หรือยกเลิกอย่างสิ้นเชิงดีที่สุดคือยกเลิกอย่างสิ้นเชิง แต่หากจำเป็นจะต้องมีก็ควรย้อนกลับไปหานโยบายประกันราคา เพราะมีการรั่วไหลน้อยกว่า"

ความจริง อาจารย์อัมมาร์ ก็ได้บอกมาหลายหนแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังดื้อดึง

"รัฐบาลดูด เอาข้าว 10 ล้านตันมาเก็บไว้จากตลาดโลก หมายความว่าตลาดโลกอยู่ดีๆ ไม่ได้ข้าวจากเราก็คือส่วนหนึ่งของสิบล้านตัน ข้าวก็หายไปจากตลาดโลก ทำให้ราคาตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น มาบัดนี้ รัฐบาลบอกว่า จะเริ่มระบายข้าวออกจากสต็อก แต่ขณะเดียวกันก็โกยข้าวเข้าด้วยแต่ดู ตัวเลขสุทธิแล้ว ข้าวที่ประเทศไทยจะเอาไปขายในตลาดโลกจะต้องเพิ่มขึ้นก็จะเป็นตัวกดราคา"

"ส่วนทีรัฐบาลจะ เอาออก เขาจะอ้างว่าเอาข้าวเก่าออกแล้วบนกระดาษ ก็จะปรากฏว่าเอาข้าวเก่าออก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือภาคเอกชนจะรู้ว่าข้าวเก่าขายไม่ได้ราคา เอาข้าวใหม่ไปขายดีกว่า ก็จะมีการจัดการกระดาษ คือเอกสารเพื่อให้ข้าวที่ออกไปนั้นเป็นเสมือนข้าวเก่าออกไป แต่จริงๆ เป็นข้าวใหม่ที่ออกไป และข้าวนั้นก็จะเป็นที่ต้องการของตลาดโลก อันนี้เอกชนก็จะได้ แต่รัฐบาลนั้นขาดทุน"

"ราคาข้าว ต้องเป็นราคาที่ไม่ใช่เป็นการ ตัดสินใจของนักการเมือง ควรจะเกิดจากกลไกตลาด และหากกลไกตลาดทำให้การกระจายรายได้ไม่เป็นที่พึงประสงค์ เช่นทำให้ชาวนายากจน จะต้องแก้ที่ปัญหาความยากจนของชาวนา"

"ปัญหาคือรัฐบาลทำมากไป หลายอย่างต้องแก้ปัญหาด้วยการไม่ทำ"
.
.
.


นายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) บอกว่า

"นโยบายรับจำนำข้าวเปลือก ของรัฐบาล เป็นนโยบายจนตรอกที่ทำขึ้น เพื่อให้ชนะการเลือกตั้งเท่านั้น ขณะที่ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นมีจำนวนมาก และขณะนี้ รัฐบาลกำลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับนโยบายนี้"

"ถ้าเปิดจำนำรอบใหม่ รัฐบาลไม่มีโกดังเก็บข้าวต่อไป เราจะเหมือนประเทศอินเดียที่เอาข้าวมากองไว้เต็ม แต่ถ้ารัฐบาลจะระบายข้าว ราคาข้าวก็ต้องตกแน่ ไม่มีทางขายได้ราคา ขณะนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลกำลังวิ่งเต้นเพื่อขายข้าว แต่ไม่มีใครซื้อ ฉะนั้น รัฐบาลกำลังมีปัญหาที่เรียกว่า กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับนโยบายนี้"

"รัฐบาลควรทยอยระบายข้าวออกไปเป็นล็อตเล็กๆ และทำใจกับราคาข้าวที่ตกลง เพราะถ้าไม่ระบาย ต้นทุนสต็อกข้าวจะก่อให้เกิดปัญหาพร้อมๆ กับต้นทุนเงินที่จะใช้ เพื่อรับจำนำรอบใหม่จะสูงขึ้น เพราะเงินมีจำกัด และควรเปิดเผยข้อมูลหลังการระบายข้าวว่าขายออกไปจำนวนเท่าไร และขายให้ใคร เพื่อให้รับรู้ผลการดำเนินโครงการเป็นระยะ"

"ผลของการดำเนินโครงการนอก เหนือจากภาระขาดทุนที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะรายได้จากการส่งออก เพราะเชื่อว่า ถ้าขายในราคาสูงแล้ว จะไม่สามารถขายได้ในปริมาณที่มาก ขณะเดียวกัน ก็ให้ดูว่า มีชาวนากี่รายที่ได้ประโยชน์ตามนโยบายนี้ เพราะตามข้อมูลปรากฏว่า มีชาวนาทั่วประเทศถึง 3.8 ล้านคน แต่มีชาวนาเข้าโครงการนี้เพียง 1 ล้านคนเศษ"

"ถ้ามีชาวนาเพียง 1 ล้านคนที่เข้าโครงการนี้ ก็เท่ากับว่า มีเพียงชาวนา 1 ล้านคนมีผลผลิตส่วนเกิน ซึ่งเป็นชาวนาที่ร่ำรวย แต่ไม่ได้หมายความว่า ชาวนาที่เข้าโครงการจะได้ในราคา 15,000 บาทต่อตัน"

"รัฐบาลควรทยอยยกเลิกนโยบายนี้ เพราะนอกจากภาระขาดทุนที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนแล้ว โครงการนี้ยังทำลายระบบการผลิตข้าวของไทยด้วย เพราะกลไกตลาดที่เปลี่ยนทำให้เกษตรกรเร่งผลิตข้าวที่ขาดคุณภาพ ต่างจากอดีตที่รับซื้อข้าวจากภาคเอกชน ซึ่งมีมาตรฐานการรับซื้อ แต่ด้วยนโยบายรับจำนำข้าวทุกเม็ด ทำให้มาตรฐานในการรับซื้อข้าวเปลี่ยนไป ต่อไปอย่าว่าแต่คุณภาพข้าวไม่ได้แล้ว ปริมาณที่จะขายข้าวก็ไม่มี"
.
.
.


หม่อมอุ๋ย บอกว่า

"เมื่อรัฐบาลรัฐซื้อข้าวมาและต้องขายในราคาที่ไม่ขึ้น เห็นผลขาดทุนเป็นจำนวนเงินมหาศาลถึงแสนล้านบาท หากรัฐบาลยอมรับผลขาดทุนได้ถึงแสนล้านบาทแล้วหากปล่อยไปย่อมรับผลการขาดทุนต่อไปเป็นหลัก 2-3 แสนล้านบาท โดยส่วนตัวเห็นว่า รัฐบาลไม่มีวินัยทางการเงินการคลัง และจะก่อหนี้ในระยะยาวจนเกิดปัญหาอีก 10-15 ปีข้างหน้าได้"



น.ส.กอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายก ส.ผู้ส่งออกข้าวไทย บอกว่า

"ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2555 ไทยส่งออกข้าวรวม 3.45 ล้านตัน ปริมาณการส่งออกลดลงทุกตลาดรวมกันร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งขัน ซึ่งไทยกลายเป็นผู้ส่งออกตกลงมาเป็นอันดับ 3 รองจากอินเดีย และเวียดนาม"
.
.
.


นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก ปชป. บอกว่า

"โครงการรับจำนำข้าวทุจริตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่โกงชาวนาเรื่องความชื่น เรียกหัวคิวค่าเก็บ นำข้าวเก่า ข้าวเน่า ข้าวจากเขมร พม่า มาสวมสิทธิ์ สุดท้ายแอบประมูลเพื่อเอื้อประโยชน์คนของรัฐบาล"

โกงแบบบูรณาการ 3 ขั้นตอน พ่อค้า-นักการเมือง พุงปลิ้น



 โดยขั้นที่ 1 การนำข้าวจากชาวนาไปยังโรงสี ชาวนาถูกโกงความชื้น น้ำหนัก และสิ่งเจือปน ซึ่งยังไม่มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐลงไปดูแล ขั้นที่ 2 เอาข้าวไปเก็บไว้ในโกดัง โดยปกติหน่วยงานรัฐจะจ่ายค่าเช่ากระสอบละ 2 บาท แต่ในเดือนแรกจะหักให้เจ้าหน้าที่เป็นค่าต๋ง นอกจากนั้นยังมีหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพข้าวก่อนเก็บเข้าโกดัง โดยมีการเรียกเก็บค่าหัวคิว ตั้งแต่ 7-100 บาท แต่ระยะหลัง 7 บาทไม่ค่อยมี โดยอ้างว่าข้าวที่ชาวนานำมาไม่ได้คุณภาพ
      
       “ผมทราบมาว่ามีการนำข้าวที่ไม่ได้มาตรฐาน และข้าวเก่าจากโครงการเดิม ในปี 51-52 มาสวมสิทธิ์ เข้าโครงการใหม่ และนำข้าวในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศพม่า และกัมพูชา เข้ามาสวมสิทธิด้วย และจากการตรวจสอบพบว่า ตามโกดังต่างๆ จะมีข้าวเน่าผสมกับข้าวคุณภาพดีถึง 30 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้ข้าวที่มีอยู่เน่า”

ขั้นที่ 3 คือ การประมูลข้าวอย่างลับๆ ของรัฐบาล ที่ส่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทของคนใกล้ชิดกับรัฐบาล ดังนั้นตนคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล ให้เข้าตรวจสอบในเรื่องนี้ และขอให้ตั้งคณะกรรมการร่วม โดยมีฝ่ายค้านเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย และหากคิดว่าโครงการดังกล่าวมีความบริสุทธิ์ ก็ไม่น่าจะเสียหาย แต่หากรัฐบาลไม่มีการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อเข้าไปตรวจสอบข้าวตามโกดังต่างๆ จะส่อให้เห็นว่ารัฐบาลมีส่วนได้เสียกับโครงการนี้ และอยากย้ำว่านี่คือโครงการมหากาพย์ของการโกงโครงการรับจำนำของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย


(การ์ตูนล้อการเมืองจาก เซียร์ไทยรัฐ และ เอกซิติ้)
.
.
.


ธ.ก.ส. ถังแตก หลังทุ่มเงินหมดหน้าตักลุยโครงการรับจำนำข้าว อ้อนรัฐบาลจัดงบชดเชยด่วน

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) บอกว่า

“การรับจำนำข้าวรอบใหม่ ทางธนาคารได้แจ้งกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แล้ว ว่า ทางธนาคารไม่มีสภาพคล่องที่จะมาปล่อยกู้ในโครงการดังกล่าวต่อไปได้ ต้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำหารือเพื่อหาสภาพคล่องมาให้กับธนาคาร หากยังมีการรับจำนำข้าวในรอบต่อไป ซึ่งเข้าใจว่าคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) อยู่ระหว่างการปรึกษาสรุปนโยบายรับจำนำข้าวรอบใหม่อยู่”



อันที่จริง โต้งติ๊กผิด และพรรคเพื่อไทย ก็คงทราบดีอยู่แล้วว่า

โครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดนั้น จะก่อให้เกิดความเสียหาย มากมายแค่ไหน

แต่ โต้งติ๊กผิด ก็ต้องเดินหน้าต่อ เพราะเป็นนโยบายที่ ทักษิณ คิด โต้งติ๊กผิด ทำ

อีกทั้ง มีเจตนาเพื่อ ให้ พ่อค้า นายทุน และนักการเมืองในเครือข่ายของตน มีช่องทางในการหาเงินเข้ากระเป๋า

เพื่อคืนทุน และเพื่อความมั่งคั่ง มั่นคงทางการเงิน

เพื่อเป็นหลักประกัน อันอุ่นใจในชัยชนะของสงครามแห่งอำนาจ

ส่วนชาวนา และประเทศชาติ จะพินาศวอดวาย อย่างไร ก็ช่างแม่มัน !!













ขอบคุณ ภาพ และข้อมูล จาก เฟสบุ๊ค และสำนักข่าว ออนไลน์ และอื่นๆในอินเตอร์เนต

โดย เขียดขาคำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net