วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เยือนเมืองขุนแผน : สุพรรณบุรี # วรรณกรรม "ขุนช้าง - ขุนแผน" จิตรกรรมวัดป่าเลไลย์


ความสำคัญของวัดป่าเลไลย์ที่ปรากฏอยู่ในวรรณคดีเรื่องขุนช้าง - ขุนแผนได้กล่าวไว้ว่า วัดป่าเลไลย์เป็นวัดที่ขุนแผนเมื่อครั้งยังเป็นเณรแก้วได้มาอาศัยบวชเรียนกับสมภารมี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดนี้ จนเณรแก้วเทศน์ได้เก่งทั้งที่อายุยังน้อย เมื่อถึงเทศกาลสำคัญ จะมีชาวบ้านมาทำบุญที่วัดป่าเลไลยก์มาก

นอกจากนี้ วัดป่าเลไลย์ยังได้ชื่อว่ามีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามมาก ซึ่งจิตรกรรมฝาผนังดังกล่าวนั้นจะอยู่บริเวณระเบียงคด เป็นเรื่องราวจากวรรณคดีขุนช้างขุนแผน ที่สวยงาม และสร้างความเพลิดเพลินได้เป็นอย่างมาก เพราะสามารถร้อยเรียงเรื่องราวในวรรณคดีขุนช้างขุนแผนได้อย่างครบถ้วน หลายตอน

ตัวละครฝ่ายพระ

ตัวละครฝ่ายนาง

ขุนช้างขุนแผนก่อเกิดจากนิทานพื้นบ้านที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ที่อิงเหตุการณ์ และสถานที่สำคัญในยุคนั้นได้อย่างสนุกสนานชวนติดตาม มีการเล่าต่อกันมา แล้วนำเรื่องราวมาผูกเป็นกลอนเพื่อใช้ขับเสภา

ขุนช้าง

พลายงาม

ภายหลังการเสียกรุงครั้งที่ ๒ บทเสภาดั้งเดิมสูญหายไปมาก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีการรวบรวมของเก่าและแต่งขึ้นใหม่ โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์ ร่วมกับกวีแห่งราชสำนักหลายท่าน หนึ่งในนั้นคือ สุนทรภู่

กำเนิดขุนช้าง - ขุนแผน

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงขุนศรีวิชัยคนขยัน
เป็นนายกรมช้างกองนอกนั้น บ้านอยู่สุพรรณพารา

เป็นเศรษฐีมีทรัพย์นับร้อย บ่าวไพร่ใหญ่น้อยก็หนักหนา
ได้นางเทพทองเป็นภรรยา อยู่ท่าสิบเบี้ยเมืองสุพรรณ ฯ ๏

ถวายตัวขุนช้าง

๏ ครั้นพระองค์ผู้ทรงเดช ทอดพระเนตรเห็นดอกไม้ธูปเทียนถวาย
ทั้งขุนศรีวิชัยกับลูกชาย แย้มพระโอษฐ์อภิปรายประภาษมา

ฮ้าเฮ้ยอ้ายขุนศรีวิไชย นั่นมึงพาลูกใครเข้ามาหวา
ดูหัวหูน่าสมเพชเวทนา เป็นเชื้อวงศ์พงศาของผู้ใด

ฤาลูกหลานว่านเครือของมึงเอง หัวล้านโจงเหม่งไม่เอาส่ำได้
จะเอามาให้กูหรือว่าไร มีธูปเทียนดอกไม้ใส่พานมา ฯ ๏

ขุนไกรต้องโทษประหารชีวิต

๏ ครานั้นพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ กริ้วโกรธตละพิษเพลิงไหม้
ดังลมกาลพานพัดขัดพระไทยไขพระสุรเสียงประเปรี้ยงมา

เหม่เหม่ดูดู๋อ้ายขุนไกรแทงกระบือน้อยใหญ่เสียหนักหนา
แกล้งแทงเล่น***เห็นอยู่เต็มตา จนแตกหนีเข้าป่าพนาไลย

เหวยเหวยเร่งเร็วเพ็ชฌฆาต ฟันให้หัวขาดไม่เลี้ยงได้
เสียบใส่ขาหยั่งให้ถ่างไว้ ริบสมบัติค่าไทอย่าได้ช้า ๏

นางทองประศรีพาพลายแก้วหนีไปอยู่เมืองกาญจนบุรี

๏ จะกล่าวถึงพลายแก้วแววไว เมื่อบิดาบรรไลยแม่พาหนี
ไปอาศัยอยู่ในกาญจนบุรี กับนางทองประศรีผู้มารดา

อยู่มาจนเจ้าเจริญวัย อายุนั้นได้ถึงสิบห้า
ไม่วายคิดถึงพ่อที่มรณา แต่นึกนึกตรึกตรามากว่าปี

อยากจะเป็นทหารชาญไชย ให้เหมือนพ่อขุนไกรที่เป็นผี
จึงอ้อนวอนมารดาให้ปราณี ลูกนี้จะใคร่รู้วิชาการ ๏

นางทองประศรีพาเณรแก้ว กลับสุพรรณฯ

๏ ครั้นตระเตรียมสำเร็จเสร็จการ พากันออกจากบ้านเขาชนไก่
ตัดทุ่งมุ่งตรงเข้าพงไพร สามวันทันใดถึงสุพรรณ

จึงแวะเข้าวัดป่าเลไลย ตรงไปยังกุฎีขรัวมีนั่น
ทองประศรีกราบกรานสมภารพลัน ดิฉันไม่ได้มาหาคุณเลย

ขรัวมีดีใจหัวร่อร่า ไม่เห็นหน้าหลาปีสีกาเหวย
เณรนี้ลูกใครไม่คุ้นเคย ทองประศรีว่าคุณเอ๋ยลูกฉันเอง ๏

นางพิมใส่บาตรเณรแก้ว

๏ สายทองเตือนน้องให้ลงไป นางพิมพิลาไลยประคองขัน
แอบหลังบังวุ่นพัลวัน พรั่นพรั่นก้าวลงบันไดไป

ทรุดนั่งตั้งขันลงวันทา ไม่อาจแลดูหน้าเจ้าเณรได้
เทปรำค่ำขันประหวั่นใจ บุหรี่ใส่ปนปลาทั้งหมากพลู

ก้มหน้าขึ้นมาบนบันได อกใจสะทึกสะเทิ้อนอยู่
ครั้นถึงหอนั่งบังประตุ นางสายทองเหลียวดูไม่มีใคร

กระซิบเณรเพนแล้วอย่าบ่ายนัก จะพาพิมน้องรักออกไปไร่
รีบไปวัดวามาไวไว ไหนเล่าเจ้าเณรเอาเงินมา ๏

นางพิมเปลื้องผ้าสไบ บูชากัณฑ์เทศน์

๏ สัปปุรุษหญิงชายครั้นได้ฟัง เสียงสาธุดังขึ้นพร้อมหน้า
ทุกคนดลใจให้ศรัทธา นางพิมเปลื้องผ้าทับทิมพลัน

จีบจบคำรบถ้วนสามที ยินดีวางลงในพานนั่น
ถวายแล้วนอบนบอภิวันท์ พิศฐานสำคัญด้วยศรัทธา

ขุนช้างเห็นนางถวายผ้า ชะตาเข้าเป็นหญิงยังทำได้
จะมานั่งนิ่งดูอดสูใจ เรามิให้น้อยหน้านินทากัน

จึงว่าสาธุโมทนา ความศรัทธาเลื่อมใสกระไรนั่น
ถึงตัวเราไม่ได้เป็นเจ้ากัณฑ์ ก็ศรัทธามากครันในอารมณ์

ว่าแล้วเหลียวหน้ามาดูพิม ยิ้มเปลื้องผ้ากรองที่ครองห่ม
จึงจับพับถือมือประนม ยกเหนือผมแล้วพิศฐานไป

สาธุสะเดชะเมตตาจิตต์ ขอให้สมอารมอารมณ์คิดพิสมัย
ให้ได้เร็วพลันให้ทันใจ แต่ในค่ำวันนี้อย่าคลาดคลา

ว่าพลางวางเคียงผ้านางพิม ขอให้ผ้าสีทับทิมอย่าแคล้วข้า
จงบันดาลเคลื่อนคล้อยให้ลอยมา แต่เวลาค่ำวันนี้อย่านานไป ๏

พลายแก้วเป็นชู้กับนางพิมในไร่ฝ้าย

๏ ประจงจูบลูบผมแล้วชมพักตร์ น่ารักนวลเนื้อเจ้านิ่มนิ่ม
น้ำตาคลอเปลี่ยมอยู่เรียมริม เจ้าเยื้อนยิ้มสักหน่อยเถิดกลอยใจ

สงสารไหว้วอนให้ผ่อนวาง รักนางมิใคร่จะไกลได้
พี่จะหอบแสนหาลาไป เหลืออาไลยที่จะทรมาน

หยิบมือพิมน้อยประทับทรวง แม่ดูดวงจิตต์ที่ออกฟุ้งสร้าน
เวลาค่ำแม่จงจำสังเกตการณ์ จะไปบ้านหาพิมพิลาไลย

ช้อนคางพลางจูบประคองชม แนบเนื้อแนมชมเจ้าผ่องใส
พวงพุ่มตูมตั้งยังเป็นไต อาไลยลูบโลมทั้งกายา

จับมือถือนิ้วเจ้าพิมชม สวยสมสิบนิ้วเสน่หา
ซบพักตร์อยู่กับตักไม่เจรจา พี่จะลาแล้วแม่ผินมาดีดี ๏

พลายแก้วเข้าห้องนางพิม

๏ ครานั้นจึงโฉมเจ้าพลายแก้ว ครั้นสายทองไปแล้วไม่นิ่งได้
ก็เยื้องย่างมาถึงห้องที่นอนใน บานประตูเปิดไว้ก็เข้ามา

ค่อยแวกว่ายมุ่งเมียงชม้ายมอง สงสารนักเห็นน้องนั่งก้มหน้า
ประทีปอัจกลับตามอร่ามตา ต้องพักตราผิวเนื้อเป็นนวลจันทร์

งามโศกตกแสกเมื่อยามเศร้า ปิ้มประหนึ่งจะเข้าประคองขวัญ
งามทรงส่งศรีฉวีวรรณ สารพันงามจริตน่าชิดชม ๏

พลายแก้วเข้าห้องนางสายทอง

๏ ครานั้นจึงโฉมเจ้าพลายแก้ว พิมหลับสนิทแล้วสมประสงค์
ออกจากห้องย่องเยื้องมาโดยจง ตรงถึงห้องสายทองด้วยทันใด

แล้วจึงเป่าคาถามหาสะเดาะ กลอนเผลาะหลุดเลื่อนออกไปได้
เยื้องย่องเข้าห้องที่นอนใน นั่งใกล้เกลียวกลมชมเชยนาง

จูบแก้มแนมนมขยำยั้ง เต้าตั้งเต่งโตอล่างฉ่าง
เอนเอียงเคียงสอดกอดนาง เป่ามนต์พลางลูบหลังให้ลานใจ ๏

พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม

๏ ครั้นรุ่งเช้าขึ้นพลันเป้นวันดี ทองประศรีจัดเรือกันยาใหญ่
เอาขันหมากลงบรรทุกขลุกขลุ่ยไป หามโหรีใส่ท้ายกันยา

ขันหมากเอกเลือกเอาที่รูปสวย นุ่งยกห่มผายจับผิวหน้า
ก็ออกเรือด้วยพลันทันเวลา ครู่หนึ่งถึงท่าศรีประจัน

จึงจอดเรือเข้าหน้าสะพานใหญ่ ตาผลวิ่งไปเอาไม้กั้น
เสียเงินทองให้ขึ้นไปพลัน ขนขันหมากขึ้นบนบันได ๏

พลายแก้วกับพญาเชียงทองรบเชียงใหม่

๏ พลายแก้วแววไวใจกล้า รีบเร่งเอาชากระทืบส่ง
มือถือดาบประทานผลาญณรงค ตรงใส่สันบาดาลที่นำกอง

ฟันฉับลาวรับด้วยปลายทวน แทงสวนหลบได้ด้วยไวว่อง
ลาวไพล่พลาดถลาในตาพอง ร้องหมาชี้แม่แร่เข้ามา

พลายแก้วฟาดฟันสนั่นฉับ คอพับตะพายแล่งตลอดบ่า
ฟ้าลั่นแลเห็นเข่นอาชา ตรงเข้าฟันพระยากำแพงเพ็ชร ๏

พลายแก้วได้นางลาวทอง

๏ ครานั้นจึงโฉมเจ้าพลายแก้ว เห็นนางมาแล้วยังแอบหลัง
ก็รู้ว่านางประหม่าละล้าละลัง อยู่ข้างหลังพี่เลี้ยงลออตา

พินิจน้องผ่องผิวเจริญพักตร สวาทรักมิได้วายเสน่หา
นึกถวิลยินดีปรีดา ยิ้มเยื้อนสนทนาปราไศรยนาง

ร้อยชั่งนั่งขึ้นเป็นไรเจ้า อย่าบังเงาเชิญนั่งข้างสว่าง
สนทนากันเล่นเย็นเย็นพลาง ขอถามนางทุกข์ร้อนแต่ก่อนไร ๏

นางพิมเปลียนชื่อเป็นวันทอง

๏ ครานั้นจึงท่านขรัวตาชู พิเคราะห์จับยามดูหาช้าไม่
ครั้นดูรู้ประจักษ์ก็ทักไป ออพิมพิลาไลยนี่เคราะห์ร้าย

มันตกลงที่นั่งนางสีดา เมื่อทศพักตรลักพาไปสูญหาย
ถ้าแม้นไม่จากผัวตัวจะตาย ถ้ายักย้ายแก้ไขไม่เป็นไร

ผลัดชื่อเสียพลันว่าวันทอง จะครอบครองทรัพย์สินทั้งปวงได้
โรคนั้นพลันจะคลายหายไป หาบรรไลยไม่ดอกสีกายาย ๏

แต่งงานขุนช้างกับนางวันทอง

๏ พระเข้าไปในหอนั่งรออยู่ จับมงคลคู่ไว้คอยท่า
ฝ่ายยายศรีประจันผู้มารดา ให้ลูกยานุ่งขาวห่มขาวพลัน

นางพิมขัดใจไม่ยอมนุ่ง แกตีผลุงเข้าที่หลังดังสนั่น
อีว่ายากปากกล้าเอาผ้าพัน ปล้ำกันอุตลุดฉุดมือมา

นางพิมเกี่ยวสายยูประตูแน่น แกฉุดแขนตัวสั่นตีนยันฝา
มือหลุดล้มไถลไปเป็นวา แกเดือดด่าแปรลแปร้นลุกแล่นไป ๏

พลายแก้วได้เป็นขุนแผน

๏ ครานั้นพระองค์ได้ทรงฟัง จึงดำรัสตรัสสั่งพระหมื่นศรี
ประทานของต้องตามความชอบมี เจียดกระบี่เสื้อใส่ได้ประทาน

ตัวอ้ายพลายให้ตั้งเป็นขุนแผน อยู่รักษาเขตต์แดนที่ปลายด่าน
คุมไพร่ห้าร้อยคอยเหตุการณ แล้วประทานเรือยาวเก้าวา

ทั้งพระยากำแพงระแหงเถิน ได้รางวัลนั้นเกินที่อาสา
ถาดหมากคนโททองของนานา บังคมลาพระองค์ผู้ทรงธรรม์

ออกจากวังในมิได้ช้า รีบลงนาวาขมีขมัน
เชียงทองก็ครรไลไปด้วยกัน สิบห้าวันถึงบ้านสำราญใจ ๏

ขุนแผนขึ้นบ้านขุนช้าง

๏ พอขุนช้างเหลือบแลเห็นขุนแผน ลุกแล่นไปปิดประตูผาง
เข้ามากอดหมอนลงนอนคราง บอกนางวันทองด้วยตกใจ

ขุนแผนขึ้นมาที่บนเรือน เพื่อนพาตำรวจมาเป็นไหนไหน
เห็นจะเกิดถ้อยความลุกลามไป มิมีรับสั่งใช้ฤาจึงมา ๏

กำเนิดกุมารทอง บุตรนางบัวคลี่

๏ แล้วชักมีดตั้งท่าง่าขยับ ใจกลับมืออ่อนสะท้อนจิตต์
แล้วกลับนึกขึ้นถึงนางวางยาพิษ เอาชีวิตเสียเถิดอย่าไว้มัน

เอามือคร่ำตำอกเข้าต้ำอัก เลือดทะลักหลวมทะลุตลอดสัน
นางกระเดือกเสือกดิ้นสิ้นชีวัน เลือดก็ดั้นดาดแดงดังแทงควาย

แล้วผ่าแผ่แล่แล่งตลอดอก แหะหวะฉะรกให้ขาดสาย
พินิจแน่แลเห็นว่าเป็นชาย ก็สมหมายดีใจไม่รั้งรอ

อุ้มเอาทารกยกจากท้อง กุมารทองมาเถิดไปกับพ่อ
หยิบเอาย่ามใหญ่ใส่สวมคอ เอาผ้าห่อลูกชายสะพายไป ๏

ขุนแผนตีดาบฟ้าฟื้น

๏ เอาเหล็กยอดพระเจดีย์มหาธาตุ ยอดปราสาททวารามาประสม
เหล็กขนันผีพรายตายทั้งกลม เหล็กตรึงโลงตรึงปั้นลมสลักเพ็ชร

หอกสัมฤทธิ์กฤชทองแดงพระแสงหัก เหล็กปฏักสลักประตูตะปูเห็ด
พร้อมเหล็กไหลเหล็กหล่อบ่อพระแสง เหล็กกำแพงน้ำพี้ทั้งเหล็กแร่

ทองคำสัมฤทธิ์นากอแจ เงินที่แท้ชาติเหล็กทองแดงดง
เอามาสุมคุมควบเข้าเป็นแท่ง เผาให้แดงตีแผ่แช่ยาผง

ไว้สามวันซัดเหล็กนั้นเล็กลง ยังคงแต่พองามตามตำรา
ซัดเหล็กครบเสร็จถึงเจ็ดครั้ง พอกระทั่งฤกษ์เข้าเสาร์สิบห้า

ก็ตัดไม้ปลูกศาลขึ้นเพียงตา แล้วจัดหาสารพัดเครื่องบัตรพลี
เทียนทองติดตั้งเข้าทั้ง ศีรษะหมูเป็ดไก่ทั้งบายศรี

เอาสูบทั่งตั้งไว้ในพิธี เอาถ่านที่ต้องอย่างวางในนั้น
ช่างเหล็กดีฝีมือลือทั้งกรุง ผ้าขาวนุ่งผ้าขาวห่มดูคมสัน

งวสายสิญจน์เสกลงเลขยันต์ คนสำคัญคอยดูซึ่งฤกษ์ดี
ครั้นได้พิไชยฤกษ์ราชฤทธิ์ พระอาทิตย์เที่งฤกษ์ราชสีห์

ขุนแผนสูบเหล็กให้แดง นายช่างตีรีดรูปให้เรียวปลาย
ที่ตรงกลางกว้างงามสามนิ้วกึ่ง ยาวถึงศอกกำมาหน้าลูกไก่ ๏

ขุนแผนถึงเตียงขุนช้างกับวันทอง

๏ วางน้องย่องย่างออกจากเตียง พลิกหมอนข้างเคียงประคองข้าง
จากห้องย่องเหยียบแต่เบาบาง พลางผูกใบดาลสำราญใจ

สับบั่นหั่นย่อยลงร้อยทบ ฟันตระหลบม่านมุ้งไม่เป็นส่ำ
เห็นขุนช้างกางกอดอยู่กำยำ หมื่นดำดาลเดือดเสียดายนาง

วันทองน้องน้อยหนึ่งเท่านั้น จะเคียงมันก็ไม่ถึงสักครึ่งข้าง
เงื้อดาบจะใคร่ฟาดให้ขาดกลาง ง้างหัวมาจะสับให้ยับลง

กุมารทองป้องปัดสกัดดาบ ประณมกราบขอโทษยิ่งโกรธส่ง
ถีบต่อยเตะตกจากเตียงลง กุมารตรงยึดขวางไม่วางมือ ๏

ขุนแผนพาวันทองหนี

๏ นี่อะไรตกใจไปเปล่าเปล่า นิจจาเจ้าช่างไม่เชื่อน้ำใจผัว
โดดขึ้นหลังม้าเถิดอย่ากลัว ประคองตัววันทองย่องเหยียบโกลน

นางหวั่นหวั่นครั่นคร้ามไม่ขึ้นได้ ขุนแผนกดสีหมอกไว้มิให้โผน
ม้าดีฝีเท้าไม่ก้าวโจน นางกลัวตัวโอนเข้าแนบชิด

สองมือกอดผัวให้ตัวแน่น ขุนแผนยิ้มหยอกศอกสะกิด
เบือนหน้าว่าเจ้าเข้ามาให้ชิด ขอจูบนิจหนึ่งแล้วจะรีบไป

แล้งร้องสั่งนางพรายสิ้นทั้งห้า เร่งตามไปในป่าให้จงได้
สั่งแล้วขับม้าคลาไคล ออกไปทางประตูตาจอม ๏

ขุนแผนพาวันทองลงเล่นน้ำ

๏ ว่ายกระทุ่มเที่ยวท่องในท้องน้ำ ผุดดำปรีดิ์เปรมเกษมสานต์
หัวระริกซิกซี้กันสำราญ บัวบานเกสรอ่อนลออ

น้ำใสไหลหลั่งศิลาลาด ใสสะอาดจริงจริงหนอเจ้าหนอ
แสนสบายว่ายรี่เข้าคลีคลอ ระริกรี้หัวร่อแล้วหยอกเย้า

ทำยื่นแขนแอ่นอ่อนให้เมียสี ไฮ้อะไรขยำขยี้ที่นั่นเล่า
มิใช่การวานอย่ามาแกะเกา เปล่าดอกนั่นผงฤาอะไร

ติดเต้านมน้องอยู่ดำดำ ลูบคลำหัวร่ออ่อเป็นไฝ
เอาน้ำสาดนมน้องคะนองใจ ไฮ้จู้จี้จ้านรำคาญจริง ๏

ขุนช้างตามนางวันทอง

๏ จะกล่าวถึงโฉมเจ้าขุนช้าง ครวญครางร้องไห้อยู่ไพรสณฑ์
ครั้นรุ่งเช้าหาบ่าวได้หลายคน เสื้อหมวกตกหล่นก็ได้มา

ขุนช้างเจ็บจิตต์ให้คิดแค้น อ้ายขุนแผนมันทำกูเป็นหนักหนา
จะไปทูลพระองค์ทรงศักดา คิดหากองทัพมาจับมัน

คิดพลางทางสั่งศรพระยา ผูกช้างเร็วหวาขมีขมัน
เร่งรัดจัดคนให้พร้อมกัน ให้ทันเวลาจะคลาไคล

ศรพระยาได้ฟังขุนช้างว่า รีบผูกช้างมาไม่ช้าได้
ผู้คนหาบหามตามกันไป ที่เจ็บไข้พวกพ้องประคองกัน ๏

ขุนช้างฟ้องว่าขุนแผนเป็นกบฏ

๏ ครานั้นสมเด็จพระพันวษา ทรงตรึกตราเนื้อความไปตามเรื่อง
เหม่เหม่อ้ายขุนแผนทำแค้นเคือง แต่ยักเยื้องอยู่กระไรไอ้ขุนช้าง

เท็จจริงอย่างไรมิได้เห็น จะเป็นเหมือนมันว่าก็ผิดอย่าง
เกิดรบพุ่งกันที่กลางทาง จริงบ้างเท็จบ้างกูคิดดู

อ้ายขุนแผนพาเมียไปจากขาง อ้ายขุนช้างตามไปมันต่อสู้
อ้ายขุนแผนกล้าดีมีความรู้ อ้ายขุนช้างเหมือนปูจึงย่อยยับ

ต่อจะวิ่งกระเจิงเข้าเชิงหวาย ใส่ร้ายเอาว่ามันเฆี่ยนขับ
ฟังความข้างเดียวเห็นเลี้ยวลับ จึงตรัสกับจมื่นศรีจมื่นไวย ๏

กำเนิดพลายงาม

๏ นางวันทองร้องเสือกกลิ้งเกลือกไป ขุนช้างได้หมอนรองประคองคอ
เรียกหาค่าคนอลหม่าน บนนอกชานพวกผู้หญิงออกวิ่งสอ

ให้ไปรับยายสายกับยายยอ แต่ล้วนหมอตำแยแซงแซ่มา
เข้าถือท้องต้องถูกว่าลูกด่ำ เอาหน้าค่ำไขว่ขวางไปข้างขวา

ช่วยผันแปรแก้ไขใกล้เวลา บ้างตำยาขยำส้มต้มน้ำร้อน
นางวันทองร้องไห้ใจจะขาด พอกรรมชวาตวาตะประทะถอน

อรุณฤกษ์เบิกสุรินทร์ทินกร อุทรคลอนเคลื่อนคลอดไม่วอดวาย
พอพ้นท้องร้องแว้นางแม่หวีด หน้าซีดอกสั่นมิ่งขวัญหาย

ขุนช้างมองร้องอ้ายหนูเป็นผู้ชาย ทั้งย่ายายเลี้ยงลูกให้หยูกยา
แล้วทอดเตาเข้าไฟไม่ไข้เจ็บ ครั้นจะเก็บความกล่าวยาวหนักหนา

ค่อยกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงไว้จนใหญ่มา กระทั่งอายุเจ้าได้เก้าปี ๏

พลายงามตามหาขุนแผน

๏ พลางกอดพลายงามแอบไว้แนบอก น้ำตาตกพร่างพรายทั้งซ้ายขวา
โอ้มีกรรมทำไว้แต่ไรมา พอเห็นหน้าลูกแล้วจะแคล้วกัน

มาหาพ่อพ่อไม่มีสิ่งใดผูก ยังแต่ลูกประคำจะทำขวัญ
อยู่หอกปืนอยู่ยงคงกระพัน ได้ป้องกันกายาภายหน้าไป

เจ้าพลายงามความแสนสงสารพ่อ น้ำตาคลอคลอตกซกซกไหล
รับประคำร่ำว่าประสาใจ ฉันจะใคร่อยู่ด้วยช่วยบิดา

ได้ตักน้ำตำข้าวทุกเช้าค่ำ ที่พอทำฟืนผักจะหักหา
ให้พ่อพ้นทนทุกข์แล้วลูกยาจะอุตส่าห์เล่าเรียนค่อยเพียรไป ๏

พลายงามอาสา

๏ ครานั้นจึงโฉมเจ้าพลายงาม ฟังความรับสั่งใส่เกศา
ขอเดชะพระองค์ทรงศักดา อันชีวาอยู่ใต้ฝ่าละออง

กระหม่อมฉันจะขอรับอาสา เอาพระเดชามาปกป้อง
จะจับเจ้าเชียงใหม่ใจคะนอง มิให้ต้องร้อนใจแก่ไพร่พล

ขอพระราชทานโทษโปรดบิดา ไปเป็นคู่ปรึกษากันกลางหน
ทั้งจะได้ช่วยเหลือเผื่ออับจน แก้กลศึกสู้ศัตรูนั้น

แม้นว่าได้ร่วมคิดกับบิดา จะขอรับอาสาจนอาสัญ
ถ้าพ่ายแพ้แก่พวกเชียงใหม่มัน ขอถวายชีวันทั้งโคตรปราณ ๏

ขุนแผนยกทัพ

๏ ครานั้นขุนแผนแสนศักดา ดูท้องฟ้าเห็นจำรัสรัศมี
สบยามตามตำราว่าฤกษ์ดี สั่งให้ตีฆ้องไชยไว้เดโช

ยกจากวัดใหม่ไชยชุมพล พวกพหลพร้อมพรั่งตั้งโห่
พระสงฆ์ส่งสวดชยันโต ออกทุ่งโพธิ์สามต้นขับพลมา

โห่ร้องฆ้องลั่นมาหึ่งหึ่ง นายจันสามพันตึงเป็นกองหน้า
กองหลังศรีอาจราชอาญา พวกทหารสามสิบห้าต่างคลาไคล ๏

พลายงามได้นางศรีมาลาเป็นเมีย

๏ มาถึงเรือนที่ศรีมาลาอยู่ แอบบังเงาดูด้วยสงไสย
หลังนี้ดอกกระมังยืนชั่งใจ แสงไฟวับวามตามตะเกียง

คิดพลางทางร่ายมนต์สะกด หลับหมดเงียบดีไม่มีเสียง
สเดาะกลอนถอนหลุดแล้วเมียงมอง เลี่ยงเข้าในห้องย่องเดินมา

อัจกลับตามวางกระจ่างแสง เจ้าตกแต่งเครื่องเรือนไว้หนักหนา
เครื่องแป้งจัดตั้งไว้หลังม้า ขันล้างหน้าพานรองของผู้ดี ๏

เดินชมภาพจิตรกรรมฝาผนังเสียเพลินจนหมดเวลา กว่าจะมารู้ว่ายังมี "เรือนขุนช้าง" ให้ชมอีก ก็ไม่ทันเสียแล้ว เลยต้องจากลา "วัดป่าเลไลย์" มาด้วยความเสียดาย และหวังเอาไว้เป็นอย่างยิ่งว่า จะได้กลับมาเที่ยวชมให้สมอรรถรสอีกครั้ง

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net