วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทริปขับรถเที่ยวต่างแดนน่าน-พงศาลี (2)





ในวันที่สองจากเมืองอุดมไชย กลุ่มแลนด์โรเวอร์และคณะก็เดินทางถึงท่ามกลางสายฝน
พงศาลีเป็นแขวงเหนือสุดของประเทศลาว ที่นักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติไปเยือนน้อยที่สุด
แต่ด้วยความมีเสน่ห์น่าค้นหา ทำให้กลุ่มที่เดินทางไปมาแล้วบอกต่อกันไปทำให้พงศาลีเป็น
สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจของนักเดินทางหลายๆ คน จากสภาพภูมิประเทศเมือง
ถูกขนาบข้างด้วยประเทศจีนทางตะวันตกจรดทิศเหนือถึง 330 กิโลเมตร มีด่านชายแดนท้องถิ่น
เฉพาะคนลาว และจีนถึง 3 ด่าน ส่วนทางด้านตะวันออกติดกับประเทศเวียดนามเป็นระยะทาง
 320 กิโลเมตร มีด่านชายแดน 2 แห่ง หนึ่งในนั้นเป็นด่านสากลสู่เมืองที่มีความสำคัญทาง
ประวัติศาสตร์มากที่สุดเมืองหนึ่งในภูมิภาคนี้ ส่วนทิศใต้ติดกับแขวงอุดมไซทางถนน
และแขวงหลวงพระบางที่สามารถเดินทางถึงกันได้เฉพาะทางน้ำเท่านั้น





มีชนเผ่าอยู่รวมกัน20กว่าชนเผ่า  ประกอบด้วยเมือง (อำเภอ) พงศาลี เมืองสำพัน เมืองขวา
เมืองใหม่ เมืองบุนใต้ เมืองบุนเหนือ และเมืองยอดอู ด้วยความสูงของเมืองโดยเฉลี่ย
1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล กับความสมบูรณ์ของผืนป่าทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี
โดยในฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -5 ถึง -10 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว



พระธาตุพูฟ้า เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพงสาลี สามารถนำรถยนต์ขึ้นไปจอด
บนยอดพูได้ หรือจะจอดที่จุดปิกนิกกลางเขาแล้วเดินขึ้นบันไดกว่า 400 ขั้นจากเชิงเขา
บนยอดพระธาตุพูฟ้ามีความสูง 1,627 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์เมืองที่สวยงาม
ของเมืองนี้คณะแวะเข้าที่พักกันเสียก่อน ก่อนที่จะออกไปทำบุญที่วัดพระธาตุแห่งนี้





กว่าคณะจะย่ำเที่ยวตัวเมืองและตลาดย่านการค้าก็ปากันเข้าไปเกือบค่ำมืด
ถึงจะได้ซื้อข้าวของ เทียนพรรษา และ เครื่องไทยทานหอบหิ้วขึ้นไปถวายพระที่วัด
พระธาตุพูฟ้า รับศีลรับพรก่อนกลับมาพักค้างคืน ที่พักในตัวเมือง



เช้าวันรุ่งขึ้นหลังอาหารเช้าแล้วคณะก็เตรียมตัวเก็บข้าวของออกเดินทางกลับ
ผ่านเมืองอุดมไชย ต่อไปยังหลวงพระบาง ก็ต้องลุยน้ำ-ลุยโคลนในเส้นทางขากลับเหมือนเดิม
 









ลุยกันหนักก็แวะพักเหนื่อยเติมพลังที่พักริมดอยในบางจุด และ แวะเที่ยวชมไร่ชา 400 ปี
ตั้งอยู่ที่บ้านกอแมน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตรจากเมืองพงสาลีไปทางทิศตะวันตก
เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวจีนที่อพยพมาปักหลักสร้างบ้านเรือนเมื่อหลายร้อยปีก่อน และปลูกชา
ขายมาตั้งแต่นั้น จนถึงปัจจุบันสามารถผลิตได้ถึง 60-70 ตัน/ ปี มีโรงงานผลิต และห้องเก็บรักษา
ชาไว้ถึง 10 ปี เพื่อรสชาติที่ดีของชา  ใกล้กันจะพบต้นชาที่อายุเก่าแก่ถึง 400 ปี





แวะพักคน-พักรถกันอีกครั้งก็แถวเมืองอุดมไชย แล้วออกเดินทางต่อไปยังเมืองพระบาง
เพื่อพักผ่อนเที่ยวเมือง ก็เลือกได้ที่พักชานเมือง และ เช้าวันรุ่งขึ้นร่วมทำบุญกันในช่วงเข้าพรรษา
นี้ร่วมตักบาตรข้าวเหนียวตามแบบฉบับเมืองหลวงพระบาง แล้วออกย่ำตลาดเช้าตามธรรมเนียม









เอนทรี่นี้ก็จบเอากันสั้นๆด้วนๆแหละครับ เพราะกลุ่มนี้และเราก็ได้นำเสนอและคุยกัน
มาหลายครั้งแล้วเรื่องเมืองหลวงพระบาง ก็เลยตัดเอาดื้อๆเอาเลยกลับเข้าเมืองไทย
ที่ด่านห้วยโก๋น จังหวัดน่าน สู่ประเทศไทยเช่นเดิมคราบ ขอบคุณที่ติดตามมาเที่ยวด้วย

  

โดย cm_coffee

 

กลับไปที่ www.oknation.net