วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

LONDON 2012: ก่อนอำลา กีฬาหรือการแข่งขัน ชีวิตบริทิช ที่มี Legacy passes on


ด้วยธรรมชาติของการมีสโมสรกีฬาแถวบ้าน ที่ปลูกฝังความนิยมกีฬาสดจากสนาม ที่นั่งว่างเปล่าเป็นฟันหลอบนอัฒจรรย์จึงเหมือนดูแคลนความสนใจของประเทศเจ้าภาพยิ่งนัก เกิดเป็นจุดด่างสร้างอารมณ์แง่ลบเดียวใน LONDON 2012 

ทั้งที่ Quirkiness ความประหลาด คงอยู่ควบคู่กับมุขเหน็บตัวเองอย่างต่อเนื่องประสาบริทิช ยังสามารถสร้างเหตุการณ์ร้อยรวมความรู้สึกของคนได้งดงาม ความเห็นของนานาชาติที่มองเกรทบริเทน ก็ยังฟังดูรื่นรมย์ เมื่อรู้จักและเข้าใจธรรมเนียมขบกัดระหว่างกัน

 

*

 

 

สื่ออเมริกันให้คะแนนบรรยากาศของลอนดอนเทียบเท่ากับ Disneyland ความบันเทิงสูงสุดที่คนอเมริกันรู้จัก ให้กำลังใจว่าอากาศหมองแบบฟ้าฉ่ำฝนกลับสดใสขึ้นด้วย Games Makers กับผู้คนที่หลั่งใหลมาชมการแข่งขัน และเสื้อผ้า ‘silly flag-themed’ ลวดลายธงชาติที่บริทิชใส่กันอยู่นั่นแล้ว

*

 

*

 

 

แต่อเมริกันก็เก็บอาการอิจฉาไม่มิด The New York Times  ทึ่งชาติล้าสมัยอย่างเกรทบริเทนที่ถ่ายทอดกีฬาได้ล้ำหน้ากว่า เมื่อ NBC ไม่ถ่ายทอดสดทุกรายการ แต่ BBC เปิดช่องใหม่ 24 ช่อง (+24 HD) ถ่ายทอดกีฬา 24 ประเภท คนอเมริกันแฉการถ่ายทอดของตัวเองว่า ใครชนะไม่สำคัญ ขอสัมภาษณ์แต่นักกีฬาอเมริกันแม้จะเป็นที่โหล่ แล้วตัดกลับสู่เทปชัยชนะเก่าๆ จากการแข่งก่อนๆ ที่อเมริกันเป็นผู้ชนะ

ส่วน Global Times, China บอกว่าเกรทบริเทนหวังอาศัยกีฬาปลุกสภาพเศรษฐกิจ แต่ไม่สำเร็จ เพราะมี – limited potential ศักยภาพอันจำกัด

*

 

Jiefang Ribao Daily, Shanghai บอกว่า งบน้อย ฝึกซ้อมไม่พอ บริหารแย่ ทำอะไรเข้าตัวเองตลอด – Insufficient funds, inadequate training, sloppy management – why the constant own-goals at the London Olympic Games?

Taipei Times: เห็น London Games เป็นความสำเร็จทั้งด้านการเมืองและต่างประเทศของเกรทบริเทน ที่ไต้หวันใช้เรียนรู้ได้ดี

Trud หนังสือพิมพ์รัสเซียเรียกลอนดอนว่า romantic megalopolis เมืองใหญ่ที่ให้อารมณ์ละเมียด ที่ต้องรีบมาเยือน

*

 

Economic Times, India บอกว่า ถนนว่าง เมืองสงบ ... นี่หรือคือสิ่งที่เหตุการณ์ใหญ่ระดับนี้จะช่วยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

*

 

ใครว่าอย่างไรก็ไม่ถูกอัธยาศัยลอนดอนเนอร์สเท่า France คู่รักเก่าแก่ ที่ French ถูกใช้อีกภาษาเดียวในพิธีการเพื่อเป็นเกียรติแก่ Pierre de Coubertin ชาวฝรั่งเศสผู้ก่อตั้งโอลิมปิก

 

สื่อฝรั่งเศส (ซึ่งยังอกหักจากการพลาดเป็นเจ้าภาพ 2012)ไม่สนใจชัยชนะและเหรียญทอง เป็นห่วงเรื่องลอนดอนอย่างหนักว่าจะร้างเพราะคนหนีหายในช่วงการแข่งขัน และเปรียบลอนดอนเหมือนงานวัดประจำหมู่บ้าน มี Hyde Park เป็นสวนสนุกใหญ่ ที่คนบริทิชหอบร่ม หอบเสื่อ กระเป๋าปิกนิก ครีมกันแดดไปนั่งเชียร์กีฬาฟรี

เมื่อฝรั่งเศสฉงนใจว่า Team GB คว้า 7 เหรียญทองจาก 10 ของการปั่นจักรยานไปครองได้อย่างไร จึงถึงเวลาเอาคืน

*

*

 

บริทิชที่เพิ่งคว้าชัยชนะ Tour de France ก่อนเริ่ม LONDON 2012 เฉลยเคล็ดลับความสำเร็จว่า คือ ล้อจักรยานที่กลมเป็นพิเศษ จึงกลายเป็นข่าวใหญ่ให้สื่อฝรั่งเศสขุดคุ้ยหาแหล่งที่มาของผู้สร้างอุปกรณ์ทันที เรื่องนี้เป็นที่ขบขำในเกรทบริเทนอยู่นานจนความแตกว่าล้อจักรยานของ Team GB ทั้งหมดสั่งตรงจากประเทศฝรั่งเศส

*

*

 

สื่อนานาชาติว่าอย่างไรก็ตาม คนบริทิชก็มีมุมมอง และความกังวลในแบบของตนเอง

เรื่องเมืองจะร้างเกิดขึ้นช่วงไม่กี่วันแรก ทั้งที่รัฐบาลผ่อนผันกฎหมายค้าขายขยายช่วงเวลาให้เป็นกรณีพิเศษสำหรับกรุงลอนดอนในวันอาทิตย์เพื่อบริการนักท่องเที่ยว ก็ไม่อาจรับประกันยอดขายมากขึ้น เพราะเมื่อมีคนมาเดินเต็มถนนแล้วนั้น จำนวนไม่น้อยเป็นบริทิชถือโอกาสเข้ากรุงมาเที่ยวกันเอง แต่อีกมากก็เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ

(ทุกวันอาทิตย์ร้านค้าเปิดได้หกชั่วโมง ตามกฎหมายเก่าแก่ที่อิงศาสนา แม้กฎหมายจะโบราณและควรยกเลิกเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ คนบริทิชในฐานะผู้บริโภคไม่ได้เดือดร้อน)

เมื่อกรรมการโอลิมปิกต้องการเอาใจสปอนเซอร์ แล้วแนะผู้เข้าชมไม่ให้ใส่เสื้อผ้าของสินค้าคู่แข่ง คนบริทิชก็ข้องใจมากมาย รองเท้าได้ไหม อะไรได้ไม่ได้บ้าง จนเรื่องเงียบไป นิตยสาร Private Eye ที่ไม่เคยเข้าข้างใคร เอามาล้อเลียนขึ้นปกสนุกปากซ้ำ ถึงจะไม่เถียงเรื่องเสื้อผ้าที่มีข้อความทางการเมืองใดๆ ที่ถูกห้ามเข้าสนามเด็ดขาด

*

 

อนาคตของ Olympic Park ก็เป็นความห่วงใยที่นานาชาติมีให้

สาธารณชนบริทิชไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พอกันกับผู้เสนอประมูลเพื่อบริหารพื้นที่ต่อไปอีก 4 รายที่ยังรอการพิจารณา คือ West Ham United ที่มี Leyton Orient ฟุตบอลคลับรอร่วมสนับสนุน University of East London, University College of Football Business และรายล่าสุดที่อาจเปลี่ยนโฉมสถานที่อย่างสิ้นเชิงด้วยการดึงการแข่งรถ Formula One เข้าร่วม

*

 

เรื่องการถ่ายทอดโทรทัศน์มากช่อง เป็นธรรมดาของชาติ หากมีการแข่งขันที่ทีมชาติลงเล่นโทรทัศน์ส่วนกลางต้องได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดก่อน โดยช่องเอกชนสามารถถ่ายทอดด้วยได้

เมื่อ BBC ประกาศจำนวนช่องมากมายที่ถ่ายทอดกีฬา เป็นชาติอื่นคงชอบ แต่บริทิชต้องโวยวายถามหารายการปกติก่อน

*

 

พอถึงเวลาจริงก็ดู ดูกันถึง 90% และเมื่อเป็นกีฬาระดับนี้ นิสัยใกล้ชิดกันของผู้คน ทำให้ไปรวมกันเชียร์ร่วมกันจากจอยักษ์อย่างน้อย 8 แห่งทั่วกรุง รวมทั้งที่ Hyde Park

ไม่ต้องนึกถึงที่ Olympic Park ที่ยิ่งรวมคนทุกระดับ..ที่มีตั๋ว

*

*

 

เมื่อเกรทบริเทนมีความเป็นตัวเองเสียแบบนี้ ที่ไม่สมบูรณ์แบบ มีถูกและมีผิด มีที่ไม่พร้อมเพรียง แต่มีชีวิตชีวาและจิตใจ  ช่วงสั้นๆ ของ LONDON 2012 จึงมีหลายเรื่องเกิดขึ้น ที่ประชาชนบริทิชสนใจ และถูกใจ

แม้อาจไม่เหมือนใคร...

*

*

 

ตั้งแต่มุขเล็บงดงามเอาไว้คว้าเหรียญรางวัลของเจ้าภาพ รูปธง Union Jack แพร่ระบาดเป็นที่นิยมในกลุ่มนักกีฬาไม่จำกัดเชื้อชาติ

*

*

*

 

มีมุขลุ้น Bradley Wiggins ผู้ชิงเหรียญทอง Cyclist จากบริทิชทุกหัวระแหง

*

*

*

*

*

 

แรงเชียร์จากเพื่อนร่วมรบ

*

*

*

 

 

มีความภูมิใจกับสถานที่แข่งขันเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมืองเก่าแก่

*

*

*

*

 

 

กับผู้แข่งขันที่เป็นหลานของ Queen Elizabeth II

*

*

*

*

 

มีเกียรติให้นักกีฬาเหรียญทอง ด้วยการทาตู้ไปรษณีย์สีทองในเมืองบ้านเกิด มีดวงตราไปรษณียากรให้เก็บเป็นที่ระลึก แม้ไม่มีเงินให้

*

*

*

 

ตื่นเต้นกับแค่หนึ่งเหรียญ สีอะไรก็ได้ในกีฬาแปลกหน้าที่ตั้งใจแนะนำให้คนรุ่นใหม่รู้จัก อย่าง Taekwondo, Judo และ Boxing หญิงที่เพิ่งบรรจุอยู่ในการแข่งขันครั้งนี้

 

มี Queen ใหม่ จากนักกีฬาขวัญใจมวลชน  Queen Victoria (Cyclist) และ Queen Jessica (Gold medal Heptathlon) และมีการคาดหมายว่าทารกเกิดใหม่เพศหญิงปีนี้จะมีชื่อตาม Jessica Ennis

*

*

*

 

มีความรักเบ่งบาน Golden couple เกิดอีกหลายคู่

*

*

*

 

สิ่งสำคัญที่สุด คือมี The Wall of Sound ที่ผู้บรรยายกีฬาออกปากถึงความกระหึ่มก้องของประชาชนบริทิช โดยมีนักกีฬาต่างชาติออกปากยืนยันว่าไม่เคยพบที่สนามใดมาก่อน

*

*

 

แถมมีทีมเชียร์ให้กำลังใจนักกีฬาไม่ซ้ำใคร

*

*

*

*

 

มีสิ่งน่าสนใจของการรวมกันเป็น British ที่มั่นคง

*

 

ตามปกติคนทุกชาติของเกรทบริเทน ตอบคำถามสัญชาติตนเองว่า ‘บริทิช’ เมื่อถูกถามว่าเป็นคนอะไรจึงจะตอบว่าเป็นอังกฤษ เว้ลช สกอตติช นอร์ทเทิร์นไอริช(ไอริช/บริทิช) ตามแต่กำเนิด การเรียกรวมคนบนเกาะนี้ว่า คนอังกฤษ บ่อยครั้งนับเป็นการดูถูกเชื้อชาติที่แท้จริง การเรียกว่าบริทิช จึงสุภาพและเหมาะสมกว่า

LONDON 2012 นี้ มีความหมายงดงาม เมื่อ Team GB ทั้งหมดและประชาชนบริทิชมีความเหนียวแน่น และใช้ Union Jack เป็นสัญลักษณ์รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ในการเชียร์กึกก้อง จนเกิดคำว่า The Power of Home Crowd 

การส่งเสียงเชียร์ของบริทิชไม่จำกัดเฉพาะ Team GB ในหลายกรณีบริทิชเชียร์ขาดใจกับนักกีฬาผู้มาเยือน โดยยึดที่เกณฑ์เดียว คือ Performance ความสามารถ

*

 

 

เรื่องที่หายไปชั่วคราว คือ การเมือง จากช่วงจังหวะ Summer recess ตามปกติของทุกปีที่ปิดสภาและนักการเมืองสามารถไปปฏิบัติภารกิจอื่นได้ แม้ 3 กันยายน จะเป็นกำหนดกลับมาทำงาน แต่เมื่อผลงานของ Team GB สร้างกระแสให้ประชาชนตื่นตัวอย่างฉับพลัน พ่อแม่รับรู้ได้ถึงความตื่นเต้นของลูกหลาน การสมัครเป็นสมาชิกกับศูนย์กีฬาแถวบ้านที่เป็นบริการของรัฐเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

*

 

จนนายกรัฐมนตรีอังกฤษพร้อมนักการเมือง รีบออกมาแสดงความเห็นในการตั้งงบประมาณด้านกีฬา และเพื่อสนับสนุนเรื่องสุขภาพพลานามัย ขจัดปัญหาสังคมอ้วนเทอะทะ จึงถูกประชาชนรุมกลับอย่างรุนแรง จากผลงานการตัดงบช่วยเหลือบริการสาธารณะที่รัฐบาลผสมชุดนี้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและเลือดเย็น

คำพูดของ David Cameron ที่ต้องการให้สร้างบรรยากาศของการแข่งขันตั้งแต่ระดับโรงเรียน ถูก Queen Jessica ขวัญใจคนทั้งประเทศ  โต้ทันควันว่า การเล่นกีฬาต้องเกิด Enjoyment ความสนุกสนาน เป็นสำคัญ ก่อนเกิดอารมณ์ต่อสู้ชิงชัย

Alex Salmond ผู้นำรัฐบาลสกอตแลนด์ก็ไม่น้อยหน้า เสนอความคิดให้ Cyclist แยกทีมสกอตแลนด์จาก Team GB จึงถูก Sir Chris Hoy หัวหน้าทีม Cyclist ผู้ครองเหรียญทองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกรทบริเทน ตัดบททันควันว่ามีความภูมิใจที่เป็นส่วนของ Team GB ทั้งที่เกิดมาเป็น Scottish และสัญชาติ British

*

 

LONDON 2012 ปิดฉากลงแล้ว ความสำเร็จของแต่ละชาติคงต้องวัดจากความตั้งใจและวัตถุประสงค์ที่ต้องการบรรลุ ไม่ว่ายุคสมัยใดบทบาทของกีฬาไม่เคยถูกกำหนดให้เป็นเครื่องสร้างความเกรียงไกรกว่าใครอื่น ชาติที่ยังไม่บรรลุเป้าหมายตามฝันยังมีโอกาสพิจารณาทบทวนสร้างเป้าหมายที่เป็นไปได้ และยังประโยชน์แก่ประชาชนของตนเองอย่างแท้จริง

*

 

สำหรับเกรทบริเทน ชาติที่รวมสี่ประเทศเข้าไว้ด้วยกันแล้วยังมีประชาชนเพียง 62 ล้านคน   ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน LONDON 2012 ราว 550 คน และ Paralympics อีก 350 คน มีเคล็ดลับที่โจ่งแจ้ง คือเป้าหมายของการสร้างคนที่มีจิตใจแข็งแรงสมบูรณ์ มีการสนับสนุนจากครอบครัว เพื่อให้รู้จักการใช้ชีวิตกับเพื่อนร่วมโลก

ไม่ใช่ชัยชนะจากการแข่งขัน ไม่ใช่แค่การรู้แพ้รู้ชนะ

*

*

 

บางที ข้อคิดที่เป็น Legacy มรดกส่งให้คนรุ่นถัดไปได้ น่าจะมาจากคำพูดของ Oscar Pistorius  ที่บริทิชเชียร์ขาดใจใน Memorable moment หนึ่งของเหตุการณ์นี้ 

*

 

Pistorius เสียขาทั้งสองข้างตั้งแต่อายุ 11 เดือน ไม่เคยย่อท้อหยุดเพียงแค่การใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติ แต่มีความสามารถถึงขึ้นเข้าร่วมแข่งขันกับคนปกติได้ Kirani James ผู้ชนะในการแข่งนั้น บอกกับ Pistorius ว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมวิ่งด้วย และขอแลกป้ายชื่อเป็นที่ระลึก

*

 

Pistorius ให้สัมภาษณ์กับ BBC ภายหลังถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้ก้าวมาถึงขึ้นนี้ว่า

Don’t dwell on your disability, use your ability…

ใช้ความสามารถที่มี

อย่าจมอยู่กับความง่อยเปลี้ยของตนเอง

*