วันที่ อังคาร สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

'แก้ว พงษ์ประยูร' กับวิถี‘ชกอย่างรัดกุม’



ผมเห็นภาพนี้แล้วก็ประเมินความรู้สึกของ “แก้ว พงษ์ประยูร” กับนักมวยจีน “โจวซื่อหมิง”

ทางด้านขวาเมื่อเช้าตรู่วันอาทิตย์ (เวลาเมืองไทย) ได้ดี

“แก้ว” พยายามจะส่งสัญญาณว่า “งง” ที่ถูกตัดคะแนนในยกสาม ทั้งๆ ที่ตนไม่ได้ทำอะไรผิด แต่แม้ฝ่ายไทยจะขอคัดค้าน ก็ไม่เกิดผลเพราะเขาอ้างว่ายื่นช้าเกินกว่า 5 นาทีหลังกรรมการตัดสินแล้ว

แต่กระนั้น “แก้ว” ก็ทำดีที่สุด และได้เหรียญเงินมาให้กับคนไทยทั้งประเทศอย่างน่าชื่นชม

"แก้ว" สื่อสารได้เก่งและจริงใจ เขาบอกหลังรู้ผลว่าแพ้ว่า “ผมไม่มีเหรียญทองไปคล้องคอแม่ ผมมีแต่น้ำตาที่หลั่งไหล ผมทุ่มสู้ สุดชีวิตเพื่อคนไทย ผมเสียใจเพราะทำได้แค่นี้ แต่ผมได้ชกอย่างดีที่สุดแล้วครับ”

ใครที่ติดตามการชกและคำให้สัมภาษณ์พร้อมกับลีลาการชกของ "แก้ว" จะรู้ว่า "แก้ว"  ชกด้วยสมอง  อย่างน่าวิเคราะห์ยิ่ง

ผมชอบที่ทุกครั้ง เขาจะใช้คำว่า “ผมจะชกอย่างรัดกุม” และจะวิเคราะห์คู่ต่อสู้อย่างรอบด้านและไม่เคยประมาท

แม้คืนก่อนชกกับจีน, "แก้ว" ประกาศว่าโอกาสที่เขาจะชนะอยู่ที่ 50-50 “แต่ผมจะสู้อย่างสุดชีวิต”

คำว่า “ชกอย่างรัดกุม” มีความหมายลุ่มลึก และสังเกตจากการชกของ "แก้ว" และการทำหน้าที่ของโค้ช, น่าจะสรุปได้ว่าเขาเป็นนักกีฬาที่มีวินัยและวิธีคิดที่ทำงานอย่างมืออาชีพ

หัวใจอยู่ที่คำว่า “รัดกุม” ซึ่งผมเชื่อว่าควรจะนำมาใช้ในการบริหารบ้านเมืองด้วยอย่างยิ่ง เพราะหมายถึงการคิดให้รอบคอบถี่ถ้วน, วิเคราะห์ปัญหาทั้งของตนเองและของฝ่ายตรงกันข้าม อย่างตรงไปตรงมา ไม่เข้าข้างตนเอง ไม่ประมาทและไม่ประเมินปัญหาต่ำเกินไป

“แก้ว” ไม่เคยประกาศก่อนชกว่าจะ “ชนะแน่นอน” ตรงกันข้ามจะพูดตรงกับความจริงว่าทุกอย่างมีโอกาสพลาดได้ทั้งนั้น เขาจึงมักจะพูดเสมอว่า 50-50

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาลังเลหรือไม่มั่นใจ "แก้ว" จะเสริมต่อทุกครั้งว่าเขาจะทุ่มเทสุดกำลัง และจะเอาชัยชนะมาให้กับคนไทยทั้งประเทศ

เหมือนกับการบริหารประเทศที่จะต้องไม่ประมาท ไม่ประกาศว่าจะทำได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ขณะที่ทุกคนรู้ว่าเป็นเพียงคำมั่นสัญญาลมๆ แล้งๆ แต่ต้องแสดงถึงการทุ่มเทอย่างเต็มเปี่ยม และพร้อมที่จะยอมรับว่าทำไม่สำเร็จหากผิดพลาดหรือเพราะวิธีแก้ปัญหานั้นไม่ตรงเป้าที่ควรจะเป็น

ที่ผ่านมาเรามักจะเห็นการทำงานของผู้อาสามารับใช้ประชาชนที่ไม่เคยคำนึงถึง “ความรัดกุม” เพราะเพียงแต่ต้องการจะหาเสียงสนับสนุนให้ตนเองอยู่ในตำแหน่งต่อไปโดยไม่ทำการบ้าน, ไม่ทุ่มเท, และไม่จริงใจกับประชาชน

อะไรๆ ที่เป็นการทำงานให้กับสาธารณะนั้นหากไม่จริงใจและจริงจัง เป็นเพียงแค่การสร้างความนิยมโดยไม่ทำอะไรให้ “รัดกุม” นั้นท้ายที่สุดก็ถูกจับได้ว่าไร้มาตรฐานและขาดความเป็นมืออาชีพ

ต้องชื่นชมว่า “แก้ว พงษ์ประยูร” ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม แม้จะไม่ได้เหรียญทอง แต่เหรียญเงินที่ได้มาก็สมศักดิ์ศรี และที่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมดคือการแสดงให้คนไทยได้เห็นว่าเขาคือนักมวยอาชีพที่มีมาตรฐานการทำงานอย่างเป็นระบบและเป็นตัวอย่างให้กับคนไทยในทุกสาขาวิชาชีพได้อย่างดีเยี่ยม

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net