วันที่ อังคาร สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

: : จับตา งบปี 56 2.4 ล้านล้านบาท 15-17 ส.ค. นี้ @ สภาฯ : :



การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ในวาระ 2 ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่าง
วันที่ 15 – 17 ส.ค. 55 นี้ นั้น น่าติดตามไม่น้อยทีเดียว เพราะในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 มีการจัด
สรรกรอบวงเงินงบประมาณที่ 2,400,000 ล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุล 300,000 ล้านบาท
ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณปี พ.ศ. 2555 เพิ่มขึ้น 20,000 ล้านบาท เป็นเรื่องที่ประชาชนคน
ไทยทุกคนควรจะสนในรับฟังเป็นอย่างยิ่ง เพราะเงินงบประมาณนั้นคือเงินภาษีประชาชน เงินที่ทุกคน
มีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศผ่านกลไกการบริหารโดยรัฐบาล โดยหากจัดลำดับ 10 หน่วยงานที่ได้
งบประมาณมากที่สุด ผลปรากฏดังนี้
 
อันดับ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 460,075,180,900 บาท

อันดับ 2 งบกลาง 319,207,000,000 บาท

อันดับ 3 กระทรวงมหาดไทย 309,205,200,000 บาท

อันดับ 4 กองทุนและเงินหมุนเวียน 214,845,400,000 บาท

อันดับ 5 กระทรวงกลาโหม 180,811,400,000 บาท

อันดับ 6 กระทรวงการคลัง 179,249,000,000 บาท

อันดับ 7 รัฐวิสาหกิจ 130,238,100,000 บาท

อันดับ 8 กระทรวงสาธารณสุข 100,153,000,000 บาท

อันดับ 9 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง 97,033,300,000 บาท

อันดับ 10 กระทรวงคมนาคม 96,071,700,000 บาท

ที่มา: www.bb.go.th (สำนักงบประมาณ, สำนักนายกรัฐมนตรี)


ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าว ณ ปัจจุบัน ตัวเลขอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เนื่องจากในช่วงระยะเวลา
การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 มีการปรับลดงบ
ประมาณของกรม กระทรวงต่างๆ รวมถึงในขั้นแปรญัตติ ที่หน่วยงานกรม กระทรวง ได้ขอแปรญัตติ
กลับเข้ามา ทำให้มีการเขย่างบประมาณกันอีกรอบ แต่กรอบที่วางไว้น่าจะไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมว่า
หน่วยงานไหนเป็นหน่วยงานเกรดเอ มีความเกี่ยวเนื่องกับนโยบายของรัฐบาลมากก็จะได้รับการจัด
สรรงบประมาณตามลำดับความสำคัญ แต่ที่โฮย่าจับตาดูเป็นพิเศษก็คือ งบประมาณของหน่วยงาน
รัฐสภา โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ได้รับการจัดสรรจำนวน 6,257.1 ล้านบาท ปีงบประมาณ
พ.ศ. 2556 ได้รับการจัดสรรตามร่าง พ.ร.บ. 56 จำนวน 8,347.4 เพิ่มขึ้นถึง 2,090.3 ล้านบาท
โดยมีรายการสำคัญใหม่ๆ ได้แก่


-  โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จำนวน 892 ล้านบาท

-  ค่าก่อสร้างอาคารที่พักสวัสดิการของข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จำนวน 385 ล้านบาท

-  ค่ารักษาพยาบาลของสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 130 ล้านบาท



นอกจากนี้ มีข่าวแว่วมาว่าสำนักงานเลขาธิการสภาฯ อาจจะได้รับงบประมาณสำหรับโครงการจัดตั้ง
สำนักงานรัฐสภาจังหวัดอีกด้วย ประมาณ 18 ล้านบาท 

ลองพินิจพิเคราะห์กันดูเอาเองนะคะว่า เงินภาษีประชาชนนั้น รัฐได้นำมาจัดสรรให้เกิดประโยชน์กับ
ประเทศชาติแผ่นดินอย่างไรบ้าง งบประมาณทั้งหมดนั้น เป็นไปตามนโยบายของฝ่ายการเมือง
ซึ่งไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมข้าราชการประจำถึงไม่มีความเห็นคัดค้าน หรือข้อโต้แย้งใดๆ สำหรับ
งบประมาณบางรายการที่ดูเหมือนจะจัดสรรให้จนโอเวอร์ เรียกได้ว่า รัฐบาลสมัยนี้ ล้วงลูก ล้วงการทำ
งานข้าราชการประจำ ล้วงลึก ล้วงจนหมดไส้หมดพุง อะไรที่สามารถตั้งงบประมาณเพื่อเป็นสวัสดิการ
ให้ตัวเองได้ ก็รีบเก็บเกี่ยว นี่ยังไม่ได้กล่าวถึงการปรับแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ของสมาชิกสภาทั้ง
2 สภา ที่เอื้อให้ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย มีสิทธิประโยชน์ในทุกด้าน ในปีงบประมาณ 2556
เงินเดือนของ ส.ส. ตั้งไว้ 693 ล้านบาท เงินเดือน ส.ว. 213 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 906 ล้านบาท
อีกทั้งสามารถโดยสารเครื่องบินฟรี  เบิกค่าน้ำมันรถได้ รักษาพยาบาลฟรี เบิกค่าเบี้ยประชุมได้
มีทีมงานผู้ช่วยดำเนินงานอีกหลายอัตรา เป็นต้นว่า ส.ส. 1 คน มีผู้เชี่ยวชาญประจำตัว 1 คน มีผู้ช่วย
ดำเนินงาน 5 คน ผู้ชำนาญการประจำตัว 2 คน สรุปว่า ส.ส. 1 คน มีผู้ช่วยทำงานอย่างน้อย 8 คนแล้ว
นะคะ  กรอบอัตรา ส.ส. ของเรา 500 คน ก็เท่ากับจะมีคนกลุ่มนี้อีก 4,000 คน ส.ว. 150 คน
ก็จะมีกลุ่มผู้ช่วยทำงานประมาณ 1,200 คน ค่าตอบแทน เงินเดือน ก็ไม่ได้มาจากไหนเลยค่ะ
ก็มาจากงบประมาณนี่แหละคะ

และยังจะมีการร่างกฎหมายว่าด้วยเรื่องบำเหน็จบำนาญให้กับสมาชิกขึ้นมาอีก (โฮย่าจะได้เขียน blog
ต่อไป) เรียกได้ว่า เอาทุกทาง จริงๆ ซึ่งอันนี้ ไม่รู้ว่าข้าราชการเป็นคนชง หรือเป็นความต้องการของ
ท่านผู้ทรงเกียรติ ซึ่งจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว สมาชิกสภาทั้ง 2 สภา เป็นกลุ่มคนที่
อาสาประชาชนเข้ามาทำงานให้กับประเทศชาติ เป็นตัวแทนของประชาชน จึงไม่น่าจะเรียกร้องอะไร
มากขนาดนี้ ข้าราชการประจำยังต้องทำงานรับใช้แผ่นดินจนเกษียณอายุราชการ จึงจะมีสิทธิได้รับ
บำเหน็จบำนาญ แถมข้าราชการบางคน ทำงานรับใช้แผ่นดินมาเกือบ 30 ปี แต่ไม่เคยได้รับสาย
สะพาน บางคนเงินเดือนตัน ไม่สามารถเลื่อนขั้น เลื่อนซีได้ ดูช่างแตกต่างกันเหลือเกิน




สรุปว่า ในปีงบประมาณหนึ่งๆ งบประมาณสำหรับสมาชิกทั้ง 2 สภา ก็เป็นจำนวนมหาศาล นี่อาจเป็น
อีกเหตุผลหนึ่งที่ใครๆ ต่างอยากเป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เมื่อเข้ามาได้แล้ว ได้รู้ได้เห็นแหล่งเงิน
ประมาณผ่านช่องทางต่างๆ ก็ยิ่งทำให้ต้องหาทางตักตวงผลประโยชน์ให้ตัวเอง ทั้งๆ ที่ก่อนเข้ามาตอน
หาเสียง ปากก็พูดว่า ทำเพื่อพี่น้องประชาชน แต่จะมีสักกี่คน ที่สามารถทำอย่างที่พูดได้จริง ยิ่งในยุค
ที่การเมืองเฟื่องฟู อำนาจเบิกบานคับฟ้าเช่นนี้ เดินไปทางไหนก็มีแต่คนเรียกท่าน แม้แต่ข้าราชการยัง
ต้องยอมทำตัวอ่อนลู่ลมไปตามๆกัน ประเทศไทยเลยเป็นแบบนี้ค่ะ ปัญหาคอร์รัปชั่นก็คงยากที่
จะกำจัดไป ตราบใดที่สภาอันทรงเกียรติของเรา ไม่มีคนที่จะอาสามาทำงานให้กับบ้านเมือง
อย่างแท้จริง


งบประมาณอีกด้านที่อยากจะติดตาม คือ ก.ศึกษาธิการ ตั้งไว้สูงถึง 460,075 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากปี
งบประมาณ 2555 จำนวน 39,585 ล้านบาท เป็นกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงเป็นอับดับ
1 เกือบทุกปี แต่เมื่อมาดูคุณภาพของนักเรียนไทย อุปกรณ์การเรียนการสอน คุณภาพครู ดูจะไม่สอด
คล้องกับงบประมาณสักเท่าไหร่ หรือยังตั้งน้อยไป เด็กนักเรียนไทยทุกวันนี้เรียนหนักมากกว่าชาติ
อื่นๆ หลายประเทศ จากผลการวิจัย พบว่าใน 1 ปี เด็กไทยมีชั่วโมงเรียนถึง 1,200 ชั่วโมง สังเกตว่า
ประเทศในโซนยุโรปภาพโชว์อยู่ที่สีเขียวอ่อน จำนวนชั่วโมงอยู่ที่ประมาณ 599 – 727 ชั่วโมงต่อปี
หรือแม้กระทั่งเยาวชนในกลุ่มประเทศที่ เราอาจจะคิดว่าเค้าเรียนหนักกว่าเราเช่น จีน หรือ ญี่ปุ่น ก็มี
ชั่วโมงเรียนน้อยกว่าเรา


ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก www.whereisthailand.info

ดังนั้น เราน่าจะประเมินได้ว่าคุณภาพของการศึกษาไม่ได้ขึ้นกับจำนวนชั่วโมงเรียนเพียงอย่างเดียว
เมื่อเรากล่าวถึงเรื่องการบริหารจัดการศึกษา ทั้งในเรื่องงบประมาณ บุคลากร และอุปกรณ์การเรียน
การสอน เรามีความพร้อมแค่ไหน ดูจากการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปี ที่ภาครัฐทุ่มเทงบประมาณ
ลงไป สิ่งที่สะท้อนกลับมาอาจจะทำให้เราต้องมานั่งมองกันใหม่ และอาจถึงเวลาที่จะต้องปฏิรูประบบ
การศึกษากันอีกรอบ ทุกวันนี้ ครูก็มุ่งทำผลงานในการเลื่อนขั้นตัวเอง จนไม่มีเวลาดูแลและให้ความรู้
แก่นักเรียน เด็กนักเรียนก็นิยมไปเรียนพิเศษ เรียนเสริมตามสถาบันต่างๆ นอกเวลาเรียน ไม่ใช่ไม่ดี
แต่ทำไมต้องไปเรียนเสริมข้างนอกกันอีก ครู อาจารย์ที่โรงเรียน สอนไม่ดี สอนไม่รู้เรื่อง อุปกรณ์ไม่
พร้อม หรือเพราะอะไร หรือเพราะแฟชั่น แล้วถ้าหากเหตุผลว่าทำไมครู อาจารย์สอนไม่รู้เรื่อง ไม่เข้า
ใจ นั่นเป็นเพราะนักเรียนไม่ตั้งใจเรียน หรือผู้ใหญ่ไม่ดีจริง (ไม่ได้ว่าใครนะคะ เพราะเชื่อว่าบุคลากร
ทางการศึกษาในประเทศไทยที่มีคุณภาพนั้นมีเยอะ) พูดถึงอุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน ทุกวันนี้เป็น
ยุคการสื่อสารไร้พรมแดน การศึกษาหาความรู้ สามารถทำได้หลายช่องทาง ยิ่งมีโนบาย
1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน (One Tablet PC Per Child) ที่รัฐบาลมั่นใจนักหนา
ว่าจะช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของนักเรียนได้ดี แต่เรื่องนี้ คงมีคนเขียนถึงกันเยอะแล้ว โฮย่าคงไม่
วิจารณ์อะไรมาก เอาเป็นว่ารอดูผลว่าจะเป็นอย่างไร เหมือนที่เรากำลังเห็นผลของนโยบายจำนำข้าว
 .......

 

ขอกล่าวถึงงบปี 56 ของ ก.การท่องเที่ยวและกีฬาอีกสักนิดนะคะ เนื่องจากกำลังอินกับกีฬาโอลิมปิก
ลอนดอน 2012 ที่เพิ่งปิดฉากไปเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยสรุปประเทศไทยอยู่อับดับที่ 57
ในขณะที่ปักกิ่งเกมส์ ปี 2008 ไทยอยู่อันดับที่ 31 ของโลกเพราะได้เหรียญทองมาถึง 2 เหรียญ
น่าใจหายค่ะ โอลิมปิกคราวนี้อันดับตกลงไปเยอะมาก แม้เราจะยังคงเป็นที่ 1 อาเซียน (มองโลกในแง่ดี) แต่ผลงานกลับลดลง ไม่ทราบว่าในแต่ละปีที่ ก.ท่องเที่ยวฯ ได้รับจัดสรรงบไปหลายพันล้าน
ได้นำไปใช้ในการพัฒนาการกีฬาอย่างไรบ้าง ปี 55 ก.ท่องเที่ยวฯ ได้รับจัดสรรงบ 1 หมื่นล้านบาท
สำหรับปี 56 ลดลงไป 1 พันล้านบาท เหลือ 9 พันล้านบาท หวังว่าคงมีงบส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนานัก
กีฬาของไทยบ้างนะคะ ไม่ใช้เอาแต่ก่อสร้างสนามกีฬา และสุดท้ายก็ปล่อยให้รกร้าง สิ้นเปลืองงบ
โดยใช่เหตุ ไม่เกิดประโยชน์อะไรแม้แต่น้อย มาดูงบปี 56 ของกระทรวงนี้กันค่ะ ว่าลงที่กรมอะไรบ้าง


-   สำนักปลัดฯ 1,457 ล้านบาท

-   กรมพลศึกษา 2,747 ล้านบาท

-   กรมการท่องเที่ยว 2,600 ล้านบาท

-   สถาบันการพลศึกษา 2,378 ล้านบาท

นอกจากนี้ เรายังมีกองทุนการพัฒนากีฬาแห่งชาติ ได้รับจัดสรรงบ 450 ล้านบาท และกองทุนกีฬา
มวย ได้รับจัดสรรงบ 90 ล้านบาท จะเห็นว่า เรามีหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทางด้านกีฬาถึง 2 หน่วย
คือ กรมพลศึกษา และสถาบันพลศึกษา และมีกองทุนอีก 2 กองทุน ที่จะเป็นแหล่งงบประมาณสำคัญ
ในการช่วยพัฒนาการกีฬาบ้านเราได้ นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจ คือ การกีฬาแห่ง
ประเทศไทย ที่ปี 56 ได้รับงบ 3,700 ล้านบาท ก็หวังว่า ด้วยงบประมาณเหล่านี้ อนาคตเราน่าจะได้
เห็นฮีโร่ของเราเพิ่มมากขึ้น อยากให้นำงบประมาณที่ได้มาส่งเสริม สนับสนุน กันตั้งแต่ตอนนี้
ผู้สนับสนุนทุกคนก็น่าจะมองภาพในองค์รวมด้วยว่า ถ้าหากมีการสนับสนุน ส่งเสริมกีฬาไทยให้กับ
ทุกๆ สมาคมอย่างทั่วถึงแล้ว คุณภาพของนักกีฬาไทยคับแก้วแน่นอน และถ้าทุกหน่วยได้บริหารงาน
ร่วมกันแบบบูรณาการอย่างแท้จริง เชื่อว่า อนาคตประเทศไทยกับการกีฬาก็น่าจะไปได้ดี



สุดท้าย ยังไงก็ขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาไทยทุกท่าน ที่ได้ทำหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรี
ในโอลิมปิกเกมส์ ลอนดอน 2012


สรุปแล้วก็คือ อยากให้ติดตามดูการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2556 ครั้งนี้กันนะคะ
ฝ่ายค้านจะนำข้อมูลเด็ดอะไรมาเสนอให้ประชาชนได้รับทราบกัน และรัฐบาลจะมีข้อมูลอะไรมา
สนับสนุนและโต้แย้งฝ่ายค้าน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของประชาชนคนไทยทุกคนนะคะ
ว่าเงินภาษีของคุณ รัฐได้นำไปใช้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง คุ้มค่า และโปร่งใสหรือไม่ 


โดย โฮย่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net