วันที่ อังคาร สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตะวันไม่ส่องแสงทองผาภูมิ


“ทองผาภูมิ” กับการเดินทางครั้งแรกของฉันเริ่มขึ้นวันที่ 12 สิงหาคม 2555 เวลา 03.00 น. ล้อหมุนจากกรุงเทพตามเส้นทางนครปฐมเข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรีเพื่อให้ถึงจุดหมายชายแดนสุดทางตะวันตกของประเทศไทย.....

 

ตลอดการเดินทางเม็ดฝนกระหน่ำลงมาตลอดเส้นทางที่รถวิ่ง    ความชุ่มฉ่ำของสายฝนและภูเขาที่เขียวทำให้การเดินทางในครั้งนี้มีสีสันที่ฉันนั่งมองสองข้างทางแบบไม่มีความรู้สึกเบื่อหน่าย

เวลา 07.00 น. ฉันมาถึงตลาดอำเภอทองผาภูมิ  การจับจ่ายซื้อวัตถุดิบเพื่อไปปรุงอาหารคึกคักทั้งผู้คนต่างถิ่นและผู้คนในถิ่น...

 ผักสด  ปลาสด  วางขายเยอะแยะ  ทำให้ฉันอยากทำอาหารขึ้นมาเสียแล้วซิ   แต่ยอมรับว่าชีวิตฉันได้อำลาความเป็นแม่ครัวมาเนิ่นนาน  นานจนอุปกรณ์เครื่องครัวในบ้านไม่ได้ใช้งานมาเป็นแรมๆปี   แต่เรื่องสูตรอาหารแต่ละเมนูที่ฉันทำได้ยังไม่เคยลืมเลือนไปจากฉันเลย.....

สายฝนคงโปรยปรายฉันขับรถเข้ามากราบพระที่วัดท่าขนุน  วันนี้ผู้คนมาทำบุญเยอะ  บรรยากาศภายในวัดท่าขนุนนั้นบางมุมเงียบสงบ  ชาวบ้านในระแวกนั้นต่างมาถือศีล 

บริเวณภายในวัดจะมีสะพานไม้เล็กเชื่อมระหว่างตลาดกับวัดเช้าๆของทุกวันพระจะใช้เส้นทางนี้ในการเดิน

บิณทบาตร.......  

เส้นทางที่คดเคี้ยวสูงชัน  ถนนหนทางที่คับแคบ  นานๆจะมีรถวิ่งสวนมาสักคัน  ฉันกำลังมุ่งหน้าไปอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ    ฉันรู้ว่าการเดินทางในครั้งนี้จะต้องเจอฝน  แต่ทองผาภูมิหน้าฝนก็สวยด้วยไอหมอกที่ลอยเหนือต้นไม้ใหญ่......

เจอแล้ว!!!!!!  แจ๋วแหวว   นกเงือก  ที่ใครมาเยือนที่นี่จะต้องได้พบเจอ  ฉันอยากเข้าไปกอดแต่เจ้าหน้าที่บอกว่าเจ้าแจ๋วแหววจิกเจ็บมากนะค่ะ  ฉันเลยหยุด!!!!ทั้งความคิดและภาคปฎิบัติ     ฉันไปเยือนเขาใหญ่หลายต่อหลายครั้งหวังว่าสักวันจะได้เจอนกเงือก แต่วันนี้ฉันได้เจออย่างใกล้ชิด ณ.อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ แห่งนี้...... 

ฝนยังคงตกไม่มีที่ท่าว่าจะหยุด   ท้องเริ่มร้องแล้วซิ.......อาหารง่ายในมื้อนี้   “กระเพราไก่ไข่ดาว”   พละกำลังเรี่ยวแรงเริ่มมีแล้ว  ฉันเดินไปที่จุดกลางเต็นท์  บ้านต้นไม้ที่สูงตระหง่าน    จุดชมวิวที่หมอกและละอองฝนปิดมิด  พื้นดินแฉะไปด้วยน้ำฝน  แต่บรรยากาศชังสดชื่นเมื่อได้มายืนอยู่ทามกลางอ้อมกอดของภูเขา    

ทองผาภูมิในวันนี้.....  ได้เข้ามาอยู่ในใจฉันอีกสถานที่หนึ่งไปเสียแล้ว   ความคิดของฉันในเวลานั้น   ฉันอยากทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างและมาใช้ชีวิตที่เรียบง่าย    ความเงียบและธรรมชาติ   มันอาจจะเป็นคำตอบสำหรับชีวิตฉันที่ผ่านอะไรต่อมิอะไรมาเยอะแยะ   ความเจริญ  สังคมในเมือง  ที่ทุกคนปราถนาที่อยู่  แต่แท้จริง  ทุกคนก็โหยหาธรรมชาติ  ฉันควรที่จะหยุดชีวิตความศิวิไล   หันหลังให้กับเมืองหลวง   และเอาชีวิตเหลืออยู่  มาใช้ชีวิตและเรียนรู้ธรรมชาติแต่ทุกอย่างที่ฉันคิดจะต้องค่อยๆเริ่ม   ฉันเหมือนมนุษย์ที่เริ่มเกิดใหม่อีกครั้ง   ฉันจะค่อยๆเริ่มและจะเติมโตไปกับธรรมชาติ   สักวันหนึ่งฉันจะทิ้งคราบของมนุษย์เมืองให้สิ้นซาก  และจะใช้ชีวิตที่เรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้......   

โดย vipada

 

กลับไปที่ www.oknation.net