วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เส้นทางปราสาทหิน ถิ่นบั้งไฟ กู่กาสิงห์ : วัดศรีอริยวงศ์ กู่เมืองบัว บ้านเมืองบัว


ตักบาตรพระเช้า และอาหารเช้าของหมู่เฮา

รุ่งเช้าจากคืนแห่งสายฝนโปรยปราย อากาศเย็นสบาย หลังจากที่พลาด ลูกทุ่งหมอรำ "ประถมบันเทิงศิลป์" เมื่อคืน เราตื่นแต่เช้าตระเตรียมข้าวของเพื่อลงมาใส่บาตรที่หน้าบ้าน แม่นิดกุลีกุจอช่วยเหลือแนะนำ พาเราลงมาตักบาตรที่หน้าบ้าน ก่อนที่จะตั้งสำรับสำหรับมื้อเช้า ก่อนที่จะออกไปยังบ้านพี่สุริยาซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายกับอาจารย์อำคา เพื่อเดินทางไปชมชุมชนเมืองบัว ซึ่งเป็นชุมชนก่อนประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของทุ่งกุลาร้องไห้

พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ วัดศรีอริยวงศ์ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน

ชุมชนเมืองบัวมีภูมิประเทศด้านทิศตะวันออกเป็นที่เนินสูงและที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ด้านทิศตะวันตกและทิศใต้พื้นที่เป็นที่ราบลุ่มในหมู่บ้านจะมีหนองน้ำต่างๆ ตั้งอยู่ภายในบริเวณของชุมชน ปัจจุบันได้รับงบประมาณมาบูรณะให้ดอนกู่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และสถานที่พักผ่อนเพื่อสุขภาพ อดีตการกินอาหารของชาวเมืองบัวอยู่กินแบบง่ายไม่มีพิธีรีตอง  เพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านเมืองบัวมีอาชีพทำนา อาหารหลัก คือ  ปลาแดกบอง  ตำบักหุ่ง ลักษณะของอาหาร

เจดีย์ทราย

วิทยากรรับเชิญ ท่านผู้ใหญ่บ้าน บ้านเมืองบัว และท่านเจ้าอาวาสวัดศรีอริยวงศ์

ศาสนาและความเชื่อ  เป็นสิ่งสำคัญคู่กับชนชาวไทยมาโดยตลอด  แม้ชาวจังหวัดร้อยเอ็ดโดยเฉพาะคนเชื้อสายไทย – ลาวที่เข้ามาอยู่ในบ้านเมืองบัวแห่ง นี้นับถือพระพุทธศาสนา  มาตลอดจากอดีตนานมาแล้ว  จะเห็นได้จากที่พระครูโพนสะเม็ด  เป็นผู้นำในการอพยพของชาวเวียงจันท์สายตะวันออกเฉียงใต้ไปตามลำน้ำโขง  จารย์แก้วที่เป็นคนนำขบวนอพยพผู้คนมาตั้งบ้านแปงเมืองที่บ้านทุ่งและคนที่มาสร้างบ้านเมืองบัวก็ล้วนแล้วแต่เป็นทิศ เป็นจารย์ และเป็นเซียง  ผ่านการบวชเรียนมาทั้งนั้น  เพราะฉะนั้น คนในบ้านเมืองบัว  99.99 เปอร์เซ็นต์  นับถือพระพุทธศาสนา  ผสมกับการนับถือผีบรรบุรุษ

สิ่งของเครื่องประดับต่าง ๆ ที่ชุดพบได้ที่บ้านเมืองบัว และข้าวของจากชาวบ้านที่เก็บรวบรวมไว้

ในขณะเดียวกันก็มีความเชื่อสิ่งที่มีอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติอยู่เช่นการนับถือผีปู่ตา  ผีบรรพบุรุษ  และผีปอบ  ผีบ้านผีเรือน  อื่น ๆ อีกมาก    สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นก็จะยกให้มีตัวตนโดยตั้งชื่อให้ตามที่ตนคิดโดยอ้างว่ามาเข้าร่างทรงให้เป็นเจ้าพ่อ  เจ้าแม่ เจ้าปู่เจ้าป่า เจ้าเขา  ฯลฯ  จะมีคนกลางเป็นคนทำพิธีกรรมหรือให้ความสะดวกแก่คนอื่น ๆ ที่มีความประสงค์จะติดต่อกับผีเจ้าเหล่านั้น  คนภาคอีสานและชาวบ้านเมืองบัวเรียกว่า  “ เฒ่าจ้ำ  ”  หรือหมอผี 

คุณยายและครอบครัวมาช่วยเป็นวิทยากรสอนการสาวไหม

พอสรุปได้ดังนี้ ความเชื่อเกี่ยวกับเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์   มีพระอินทร์  เทวดา  เป็นต้น  ความเชื่อเกี่ยวกับผี  เช่น  ผีมเหศักดิ์หลักเมือง  ผีประจำบ้าน  ผีตาแฮก  ผีเชื้อผีบรรพบุรุษ  ผีปอบ    ผีแถนหรือผีฟ้า  และผีเทพารักษ์   ความเชื่อเรื่องขวัญ 

บน รูปปั้นฤษี ล่างซ้าย หินหลักเมืองบัว ล่างขวา ผู้สร้างเมืองบัว 

กู่เมืองบัว

ความเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม  ความเชื่อเรืองดาวเพดาน  ความเชื่อพิธีกรรมของเชียงข้อง  ความเชื่อเรื่องมงคลและเรื่องอัปมงคลและความเชื่อทางพระพุทธศาสนา เช่น  พระพุทธศาสนานอกจากเป็นศาสนาประจำชาติแล้ว  ยังเป็นต้นกำเนิดแห่งศีลธรรม  จริยธรรม    กฎหมาย  จารีตประเพณี 

ตลอดถึงการดำเนินวิถีชีวิตของคนในบ้านเมืองบัว  คำสอนทางพระพุทธศาสนามีส่วนขัดเกลาจิตใจ  ให้เป็นคนมีศีล มีธรรม  รักษารูปแบบวัฒนธรรม จริยธรรม ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี  และคุณธรรมอันดีงามสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน  ชาวบ้านเมืองบัวเป็นผู้มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาตลอดเป็นคนใจบุญสุนทรทาน โดยยึดแบบอย่างตาม  ฮีตสิบสอง  จะมีเปลี่ยนแปลงไปบ้างเพื่อให้เกิดความกลมกลืนตามภาวะปัจจุบัน 

หอยกลายเป็นหิน

สิม หรือ พระอุโบสถโบราณ

บ้านเมืองบัวเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์มีแหล่งโบราณสถานหลายแห่งเช่น ทั้งสุสานมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หรือแม้นกระทั้งกู่เมืองบัวซึ่งมีศิลปะขอมแบบบาปวนคูน้ำคันดินล้อมรอบชุมชนของคนโบราณ ตั้งอยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้

พระพุทธรูปไม้ภายในสิม

มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นชุมชนและเมืองโบราณที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน คือ ที่ตั้งหมู่บ้านเป็นเนินดินสูงมีคันดินคูน้ำล้อมรอบด้านทิศเหนือ ตะวันออกและทิศใต้ พบหลุมฝังศพ โครงกระดูก พบภาชนะดินเผาลายเชือกทาบเคลือบโคลนสีแดงในหลุมฝังศพ นักวิชาการโบราณคดีสันนิษฐานว่าเป็นแหล่งโบราณยุคเดียวกันกับโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี มีอายุประมาณ 2,500 ปี มาแล้ว

ท่านผู้ใหญ่บ้านว่า โดนปลวกกินไปเสียแยะ

สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 8 อุบลราชธานี ได้มาขุดค้นสำรวจแหล่งโบราณสถานของบ้านเมืองบัวเมื่อปี 2541 พบหลักฐานหลายอย่างว่าบ้านเมืองบัวเป็นชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์มีอายุประมาณ 1,800 – 2,500 ปีมาแล้ว    

จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ แห่งแรกที่เราแวะทันทีที่มาถึงบ้านเมืองบัว คือ วัดศรีอริยวงศ์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนและถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมืองบัว ซึ่งก็ได้วิทยากรรับเชิญ คือ ท่านผู้ใหญ่บ้าน บ้านเมืองบัว และท่านเจ้าอาวาสวัดศรียอริยวงศ์นั่นเอง มาให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะวัตถุโบราณที่ขุดค้นได้ ณ บ้านเมืองบัวแห่งนี้ และยังได้คุณยายอีกท่านมาเป็นวิทยากร สาธิตการทอไหม ปั่นไหมพื้นบ้านให้เราได้ชมกัน

ที่เก็บกระดูก

ศาลเพียงตาบริเวณหลุมขุนค้น

จากนั้นพวกเราก็เดินทางมุ่งสู่หลักเมือง เมืองบัว ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นเพียงก้อนหิน ที่มีตำนานซึ่งอาจารย์อำคาและท่านผู้ใหญ่บ้านเล่าให้ฟัง ขอจับแต่ใจความมาเล่าต่อว่า ชาวบ้าน ๆ เมืองบัวนี้ หลังจากที่ย้ายถิ่นมาจากสุวรรณภูมิ จับจองที่ดินทำกิน แต่เนื่องจากเจ็บป่วยไข้ตายกันเป็นอันมาก

เจ้าหน้าที่ประจำพิพิธภัณฑ์รับหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายร่วมกับอาจารย์อำคา

จึงได้อัญเชิญพระฤษีมาที่หมู่บ้าน พระฤษีเพ่งกษิณมองว่า มาอยู่ทับที่ผีป่า จึงได้เสกก้อนหินและให้นำไปวางไว้ที่มุมของหมู่บ้าน เพื่อปัดเป่าและกำหนดเป็นพื้นที่ ให้ชาวบ้านเมืองบัวได้อาศัยอยู่ ปัจจุบันเหลือก้อนหินที่ว่านั่นเพียงก่อนเดียว และได้มีการปั้นรูปปั้นพระฤษี (ขออภัยจำชื่อไม่ได้) โดยช่างปั้นศิลปินอีสาน สุริยา แจ้งสนาน เอาไว้เพื่อสักการะบูชา

ภาชนะดินเผาภายในหลุมขุนค้น

จากนั้นเราจึงเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองบัว ซึ่งจะอาจารย์อำคาบอกว่า ไม่ว่าขุดลงไป ณ จุดใด ก็จะเจอศิลปวัตถุ ซากไห หม้อ และพาเราไปชมหลุมขุดค้นเก่า ที่ปัจจุบันเลิกทำการขุดค้นไปแล้ว เนื่องจากขาดงบประมาณ กลางบ้านเมืองบัว ซึ่ง ณ ที่นี่เราเห็นซากการขุดค้น และการตั้งศาลเพียงตากันกลางหมู่บ้านเลยทีเดียว นั่นคือ กู่เมืองบัว

ไหฝังศพโบราณ หรือแคปซูลฝังศพ

ก่อนที่เราจะเข้าไปชมในวิหารเก่า ซึ่งจัดเก็บพระพุทธรูปไม้โบราญ และหลักฐานที่บ่งบอกว่า บ้านเมืองบัวแห่งนี้ เคยเป็นแหล่งน้ำสำคัญ นั่นคือ ซากหอยกลายเป็นหิน จากนั้น จึงเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์บ้านเมืองบัว ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมบรรดาสิ่งของทางประวัติศาสตร์สำคัญนั่นคือ ไหฝังศพ หรือที่เรียกว่า แคปซูลฝังศพ รวมถึงเครื่องภาชนะต่าง ๆ ที่ใช้ในพิธีฝังศพที่ถูกเก็บไว้อย่างมากมาย ณ ที่นี่ ก่อนที่เราจะเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่าง ๆ ภายในสุวรรณภูมิปฐพีนี้ต่อไป

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net