วันที่ พุธ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ภูสอยดาว เดินเล่นในลานสนยลดอกไม้งาม 1


ภูสอยดาว จ. อุตรดิตถ์

ในฤดูฝนเต็มไปด้วยดอกหงอนนาค ไม้ดอกม่วงที่ดึงดูดผู้คนจากทุกทิศให้มาเยือน 

การเดินทางเริ่มต้นที่หน้าสำนักงานเล็กๆ แห่งหนึ่งแถวสนามเป้า ละอองฝนโปรยปรายเมื่อเคลื่อนรถออกจากสำนักงาน เราถึงน้ำตกภูสอยดาวในเวลาประมาณตีห้า บริเวณที่ทำการชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝน น้ำตกภูสอยดาวใสสะอาด แต่ไหลแรง

ฉันขึ้นภูสอยดาวหลังจากพายุชื่อขนุนพัดผ่านประเทศไทย (กันยายน 2548) ต้นสนหลายร้อยต้นบนภูถูกพัดโค่นแบบถอนรากถอนโคน 

แอบหมายมั่นว่าขาลงจากภูจะลงแช่ให้ชื่นใจหายเหนื่อย หลังจากล้างหน้า จัดสัมภาระและรับประทานอาหารแล้วเช้าแล้ว พวกเราจึงทะยอยเดินเรียงแถวกันมุ่งสู่ลานสน ฉันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ยังมีเมฆฝนบางๆ ลอยเรี่ยอยู่กับยอดเขา ไม่น่าแปลกใจที่ระหว่างการเดินทางจะมีฝนเม็ดเล็กๆ โปรยลงมาสลับกับแสงแดดอ่อนจาง

ทริปนี้ไม่ต้องแบกสัมภาระเอง

เส้นทางเดินเท้าขึ้นภูสอยดาว

ดอกไม้มากมายระหว่างทาง

เนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินเสือโคร่ง เนินมรณะ

ก่อนที่เราจะขึ้นสู่ลานสนบนยอดภู เนินมรณะเป็นเนินสุดท้ายที่ค่อนข้างชันและบีบแคบจนแทบจะต้องเดินเรียงเดี่ยว สายฝนเม็ดใหญ่ก็เริ่มโปรยลงมาจนต้องคว้าเสื้อกันฝนมาเป็นตัวช่วย เม็ดฝนยังตามไปส่งเราจนถึงจุดกางเต้นท์ คงไม่ต้องบอกว่า 3 วันที่ภูสอยดาวที่มีทั้งฝนตกและแดดออกสลับกันไปนั้นจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นมากกว่ากัน

ความสวยงามระหว่างเดินอยู่ในเส้นทางเนินมรณะ

ด้านหลังเป็นต้นสนที่หักโค่นเพราะแรงพายุ

ระหว่างการเดินไปจุดพักแรมจึงเป็นการเดินที่ทั้งชุ่มฉ่ำและชื่นใจ

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทำให้เกิดทั้งหมอกฝน แสงเรื่อเรืองและสายรุ้ง เมื่อรวมกับดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ บนภูสอยดาวจึงเต็มไปด้วยสีสันมากมาย

"ดอกหงอนนาค" นางเอกของภูสอยดาว

ผู้พิชิต

เมื่อสิ้นสุดเนินมรณะ

เมื่อสิ้นสุดเนินมรณะเราก็พบกับทุ่งหญ้าและป่าสนกว้างใหญ่ เมื่อสังเกตดีๆ เราจะเห็นดอกไม้เล็กๆ บอบบางยืนหยัดสู้กับสายฝนที่หล่นลงมากระทบ สวยงามเกินบรรยาย

ตลอดทางเดินขึ้นเขาที่ค่อนข้างชันและมีฝนตก แม้จะมีความสวยงามให้ชื่นชมตลอดทาง แต่ยังแอบบ่นในใจว่าเป็นความลำบาก บัดนี้มลายหายไปสิ้น

ระหว่างทางเดินไปจุดพักแรม

เมื่อช่วยกันกางเต้นท์ จัดเก็บสัมภาระและอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปยังริมผาทางทิศตะวันตกกัน ระหว่างรอเวลาพระอาทิตย์ตกดิน เพียงแค่ฉาก 2 ฉาก ด้านหน้าและด้านหลัง ก็มีการเปลี่ยนแปลงมากมายให้เราเฝ้าติดตาม

ไม่ว่าจะเป็นหมอกบางๆ ที่มาพร้อมกับสายฝนเม็ดเล็กๆ ปิดบังภูเขาจนขาวโพลนไปทั้งเทือก

แสงแดดอ่อนๆ ที่สาดกระทบสายหมอก

สายรุ้งจากละอองฝน

การแปรปรวนของก้อนเมฆบนท้องฟ้า

หมอกฝน

สายรุ้ง

รุ้งตัวเดิมในฉากใหม่

สีธรรมชาติมิได้แต่งเติม พอดีท้องฟ้าด้านหลังเราเปิดแดดส่องมาค่ะ

สีของท้องฟ้าภายในเวลาไม่กี่นาที

ในหุบเขา

เมื่อชื่นชมกับความสวยงามจนกระทั่งพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว พวกเราก็ร่วมล้อมวงกินข้าวเย็นที่ทางทีมงานจัดหาไว้ให้ ละอองฝนยังคงโปรยปรายลงมา อากาศเย็นแต่ความรู้สึกอบอุ่น

แม้เมฆฝนท้องฟ้าจะมากมายจนไม่สามารถมองเห็นดวงดาว แต่ภูสอยดาวตอนกลางคืนก็ยังสวย

พรุ่งนี้เราจะไปเดินเล่นบนลานสนกัน....

 

โดย มารูโกะ

 

กลับไปที่ www.oknation.net