วันที่ พุธ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จีนกับญี่ปุ่นกำลังใช้ กระแสชาตินิยมห้ำหั่นกัน


ถ้ารัฐบาลจีนกับญี่ปุ่นไม่รีบลงมาแก้ไขปัญหา หรือมีใครสร้างกระแสชาตินิยมสุดขั้ว อย่างที่เห็นกลางถนนทั้งสองชาติขณะนี้ ความตึงเครียดทางการเมืองในเอเชียจะเสื่อมทรุดต่อเนื่องไปอีกหลายระดับ

หมู่เกาะ "เตี๊ยวหยู" ที่จีนเรียก หรือ "เซนกากู" อย่างที่ญี่ปุ่นเรียกขาน เป็นเหตุแห่งการเผชิญหน้ากลางถนนรอบใหม่ในจีนที่น่าเป็นห่วง

ที่ผ่านมาหากเป็นเพียงการที่คนจีนหรือญี่ปุ่น ไปรวมตัวกันหน้าสถานทูตของอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อประกาศความไม่พอใจของตน ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลมากมายนัก เพราะถือเป็นวิถีปฏิบัติปกติ

แต่ครั้งนี้คนจีนในหัวเมืองใหญ่ๆ หลายเมืองออกมาด้วยอารมณ์มุ่งร้ายทำลายข้าวของ และก่อหวอดกลางถนนอย่างมีนัยทางการเมืองที่ส่อไปในทางการสร้างกระแสฝูงชน ที่อาจบานปลายกลายเป็นการจลาจลได้

เหตุการณ์เช่นว่านี้ปะทุทั้งเมืองใหญ่อย่างกวางตุ้ง, เสิ่นเจิ้น, เซี่ยงไฮ้และอื่นๆ พร้อมๆ กัน โดยที่ผู้คนที่ก่อเหตุต่อต้าน

ญี่ปุ่นหลายกลุ่มใช้ความรุนแรงเป็นวิธีการแสดงออกที่ไม่ใช่กติกาปกติ เช่นทำลายทุบรถยี่ห้อญี่ปุ่น, บุกเข้าทุบข้าวของร้านอาหารญี่ปุ่นและขู่จะทำร้ายคนญี่ปุ่นในบางเมืองอีกด้วย

นี่ย่อมไม่ใช่การประท้วงเรื่องข้อพิพาทสิทธิเหนือหมู่เกาะปกติ เพราะกรณีในทะเลจีนตะวันออกจุดนี้เป็นประเด็นระหว่างสองยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียมาช้านานแล้ว มิใช่เพิ่งจะเป็นกรณีในวันสองวันนี้แต่อย่างไร

เหตุการณ์ที่จุดประกายความขัดแย้งล่าสุดคือการที่นักเคลื่อนไหวจีนจากฮ่องกงและไต้หวัน 10 คนว่ายน้ำขึ้นฝั่งที่เกาะแห่งนี้เพื่อปักธงจีน ถูกเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นจับตัวเอาไว้หลายชั่วโมงก่อนจะปล่อยตัวออกมา

การก่อหวอดกลางถนนของคนจีนในเมืองใหญ่ๆ ทั่วจีนรอบนี้ย่อมถูกมองได้ว่าได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมาหรือไม่

เพราะคราวนี้ตำรวจจีนก็ไม่ได้ห้ามปรามหรือจับผู้ก่อเหตุที่ต้องถือว่าเป็นภัยต่อความสงบสุขของประชาชนอยู่ไม่น้อย

หากจะมีเหตุการณ์ทำนองเดียวกันในเมืองต่างๆ ของญี่ปุ่นเป็นการตอบโต้จีนก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนักการเมืองมีความสามารถพิเศษในการ "จัดตั้ง" เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดุดันเพื่อเข้าทางหรือให้สอดคล้องกับวาระทางการเมืองของตนอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองของประเทศที่มีพรรคการเมืองปกครองประเทศเพียงพรรคเดียว ที่ต้องการตอกย้ำภาพความเป็นผู้ชนะเพื่อนบ้านเพื่อคงอำนาจการปกครองให้เหนียวแน่นต่อไป

หรือประเทศที่มีหลายพรรคที่ต้องการจะหาเสียงด้วยการปลุกระดมให้เกิดกระแสต่อต้านอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง

เพราะกระแส "ชาตินิยมสุดขั้ว" ยังใช้เป็นเครื่องมือของนักปั่นอารมณ์ฝูงชนให้เป็นเหยื่อของกลุ่มตนได้เสมอ

หากเป็นเช่นนี้ย่อมสะท้อนถึงความไร้ความรับผิดชอบของผู้นำทั้งจีนและญี่ปุ่น ที่ควรจะต้องมีวิธีการเจรจาทางการทูตและการเมือง เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่จะกระทบความมั่นคงในภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกทั้งยังจะเป็นการนำไปสู่การเลียนแบบในกรณีความขัดแย้งเรื่องหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับสมาชิกอาเซียนบางประเทศว่าด้วยสิทธิเหนือหมู่เกาะสแปรตเลย์และพาราเซลอีกด้วย

จีนในฐานะเป็นคู่กรณีในข้อพิพาทกับเพื่อนบ้านในทะเล ทั้งทางตะวันออกและทางใต้จะต้องสำแดง "ความเป็นผู้ใหญ่ผู้ใฝ่หาสันติ" อย่างเป็นรูปธรรมกว่าที่เห็นอยู่

และญี่ปุ่นในฐานะเป็นชาติใหญ่ที่สำคัญต่อเสถียรภาพของเอเชียก็ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการแสวงหาทางออกของปัญหาอย่างผู้มีวุฒิภาวะมากกว่าที่เห็นอยู่วันนี้

เพราะหาไม่แล้ว "เพื่อนร่วมเสวนา" อย่างอาเซียนหลายชาติที่หวังพึ่งพาในความเป็น "เพื่อนผู้อาวุโสกว่า" ก็จะหมดความหวังจะพึ่งพา หันไปหา "เพื่อนจากข้างนอก" เพื่อมาถ่วงดุลอำนาจในอาณาบริเวณนี้

ก็จะกลายเป็นศึกเสือเหนือใต้ ที่มีส่วนผสมของสงครามเย็นเก่า กับสงครามร้อนรอบใหม่ที่ไม่มีใครพึงปรารถนาแน่นอน


โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net