วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รู้ไว้ใช่ว่า.."กาแฟขี้ชะมด"ความเห็นส่วนตัว





ด้วยเรื่องราวจากบล๊อกเกอร์โอเค.เนชั่น "คุณอ้อยดอยหล่อ"เมื่ออาทิตย์ก่อน..
กาแฟแก้วนี้แพงที่สุดในชีวิต...รู้ทั้งรู้ แต่ก็อยากลอง
ด้วยหลักการและเหตุผลแล้ว เราเห็นควรจะรวบรวมเรื่องนี้มาเสนอต่อ ให้พอเป็นบรรทัดฐาน
สำหรับสมาชิกที่สนใจ"ด้วยแนวความคิดเห็นเป็นส่วนตัวครับ"ในเรื่องกาแฟขี้ชะมด...
เพราะเป็นคนที่อยู่ในวงการกาแฟ ข้อความอาจจะไปพาดพิง-กระทบให้เสียหายในวงการได้
ต้องขออภัยไว้ด้วยครับ....เพราะตัวเองมองเห็นว่าเป็นวิวัฒนาการ ต่อยอดให้เกิดกระแสนิยม
สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เกินกว่าความเป็นจริงเรียกแบบชาวบ้านว่า"เว่อ"ไม่ได้เป็นไปตาม
กลไกของตลาดและความเป็นจริง เช่นกาแฟที่ดีด้วยรสชาติของประเทศต่างๆ ที่มีความดี
เหมาะสมกับราคา ก็ไม่ว่ากัน สำหรับเรื่องนี้เราเองรับไม่ได้ "และไม่ยอมซื้อกินแน่ครับ"



วันนี้ขอหยิบยกเอาเนื้อความที่ผู้มีความรู้ระดับครู ในบางตอนมาให้สมาชิกได้รับรู้กันครับ
ของ"คุณวุฒิ" Seat2Cup Coffee ที่เขียนบันทึกไว้ใน facebook เรื่องกาแฟขี้ชะมด..

Seat2Cup Coffee

กาแฟโกปิล๊วกคือคำตอบของวัฒนธรรมนี้ !
เรื่องราวพิศดาร เป็นกาแฟจากขี้สัตว์ แลดูน่าขยะแเขยง แต่กลับได้รับคำชมจากผู้เชี่ยวชาญ
ว่าให้น้ำกาแฟที่มีกลิ่นรสล้ำเลิศ และยังเป็นของหายากทำให้ราคาแพงลิบลิ่วจนผู้คนที่
เดินดินกินเข้าแกงฟังแล้วถือเป็นเรื่องขบขัน
ความเป็นจริงของกาแฟขี้ชะมดอย่างสั้นๆ คือ เป็นกาแฟที่ถูกตัวชะมดเช็ดหรือที่เรียก
ปาล์มซีเว็ทแค็ทที่มีอยู่ในป่าบางแห่งในเอเซียเรากินเข้าไปเป็นเป็นอาหาร ตามธรรมชาติ
ชะมดจะเลือกกินแต่ผลกาแฟที่สุกสมบูรณ์ดี เมื่อตกอยู่ในท้องเกิดการย่อยเอาเปลือกและเนื้อ
ของผลกาแฟออก เหลือเป็นกะลากาแฟซึ่งท้องชะมดย่อยไม่ได้จึงถูกขับถ่ายออกมาเป็นขี้
อาจรวมถึงไขมันพิเศษของตัวชะมดที่อยู่ตรงทวารหนักจึงทำให้มูลที่มีเมล็ดกะลากาแฟ
กอดตัวกันดีและมีปฏิกิริยาเคมีบางอย่างช่วยในกระบวนการหมักหรือ fermentation
ของตัวเมล็ดกาแฟส่งผลดีกับกลิ่นรสของกาแฟที่ออกมาเป็นขี้นั้น
กาแฟที่ออกมาจากก้นชะมดนั้นมีกะลาซึ่งก็เหมือนเปลือกของข้าวเปลือกห่อหุ้มอยู่
อย่างมิดชิด กะลาติดขี้นี้จะถูกนำไปตาก บางคนก็นำไปล้างก่อนแล้วจึงไปตากจนแห้ง แล้วจึง
สีเปลือกนี้ออกทำให้ได้กาแฟสารซึ่งอยู่ข้างในออกมาเป็นเมล็ดกาแฟดิบรอการคั่วต่อไป
ใครที่คิดว่าเราเอาขี้ชะมดมาดื่มกินจึงอาจถูกแค่ครี่งเดียว และไม่ได้น่าสอิดสะเอียนเหมือน
การนำขี้หมาขี้วัวมากินอย่างใด
เมื่อกาแฟขี้ชะมดมีชื่อเสียงโด่งดังและราคาทะลุกิโลกรัมละหลายหมื่นบาท
จึงมักถูกตั้งข้อสงสัยถึงคุณภาพการดื่ม ความคุ้มค่า และอย่างไรจึงจะมั่นใจได้ว่า
"มันเป็นของจริง"



1.เริ่มจากที่ว่าจริงไม่จริงนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าต้องเสี่ยงกันเอาเองครับ ด้วยความที่
ราคามันหลุดโลกขนาดนั้นเราคงยากที่จะหาประสบการณ์ได้มากพอจนสามารถเปรียบเทียบได้
ว่าอันไหนของจริงหรือไม่ แต่ที่พอเป็นข้อมูลให้ได้คือกาแฟประเภทนี้โด่งดังมาจากอินโดนีเซีย
รสชาติมหัศจรรย์พันลึกที่ผู้เชี่ยวชาญพูดถึงนั้นมักหมายถึง โกปิล๊วกที่มาจากอินโดนีเซีย
กาแฟขี้ชะมดสัญชาติอื่นนั้นยังต้องพิจารณาเป็นตัวๆ ไปว่ามีรสชาติหรือบุคลิกลักษณะเป็นอย่างไร
แต่จากประสบการณ์ที่ผมเคยได้ชิมโกปิล๊วกจากอินโดนีเซียมาบ้างบอกได้เลยว่ากลิ่นรส
ไม่เคยเหมือนกันซักครั้ง และคุณภาพการดื่มก็ต่างกันมากบ้างน้อยบ้าง นั่นหมายความว่า
นอกจากท่านจะเสี่ยงกับว่าเป็นของจริงหรือไม่แล้ว แม้เป็นของจริงท่านยังต้องเสี่ยง
กับคุณภาพที่หลากหลายอีกด้วย

2.คุ้มค่าราคาที่จ่ายไปมั๊ย ? ผมเคยได้โกปิล๊วกคุณภาพดีมากไปหิ้วมาจากโรงงานที่เมดานเอง
 และนำมาคั่วด้วยตัวเองโดยคั่วอ่อนมาก ยอมรับว่ากลิ่นมันพิเศษเป็นโทน sugar browning
แบบพวกคาราเมล บัตเตอร์สก๊อตช์ ตลบอบอวล อซิดิตี้ต่ำแต่ไม่ flat สุดยอดแห่งความ mellow
บอดี้ดีพอให้เหลืออาฟเตอร์เทสยาวๆ ทั้งที่คั่วมาอ่อนมาก เป็นความประทับใจแบบครั้งหนึ่งในชีวิต
เสียค่าเมล็ดกาแฟไปขีดละประมาณ 100 usd ส่วนตัวผมถือว่าโอเค เพราะไม่ได้คิดจะดื่มทุกวัน
เอาแค่เป็นประสบการณ์ ในขณะที่โกปิล๊วกที่ได้จากอีกโรงงานในเมดานมีราคาถูกกว่าแต่คุณภาพ
ก็ต่ำกว่าชัดเจน สรุปว่าคุ้มไม่คุ้มอยู่ที่ท่านได้ชิมอะไรเข้าไป และความประทับใจส่วนตัวนั้น
แต่ละคนก็ต่างกันไปตามประสบการณ์และความคาดหวัง แต่ถ้าเป็นแก้วที่ผมกล่าวถึง
และมีราคาซัก 5-6 ร้อยบาทในบรรยากาศที่พิเศษสักหน่อย สำหรับผมถือว่าคุ้มแล้ว

3.กาแฟขี้ชะมดของไทย ? ที่จะว่าแท้หรือไม่แท้นั้น ลำดับแรกเลยคือต้องเข้าใจว่ามันไม่ใช่
โกปิล๊วกที่ชาวโลกรู้จักเพราะ โกปิล๊วกที่โด่งดังมีชื่อเสียงกำเนิดในอินโดนีเซียเท่านั้น
แต่เมื่อเราเรียกว่ากาแฟขี้ชะมด ถ้าจะเป็นของแท้อย่างน้อยมันต้องออกมาจากก้นชะมดจริงๆ
อันนี้ยังพอถือได้ว่าเป็นกาแฟขี้ชะมดแท้ๆ ซึ่งท่านก็ต้องเสี่ยงกันเองว่ามันจะแท้หรือไม่แท้
ด้วยเหตุผลเดียวกับ 2 ข้อที่กล่าวไปข้างต้น ส่วนคุณภาพการดื่มหรือความคุ้มค่านั้นก็เช่นกัน
ส่วนตัวผมเคยได้ชิมมาบ้างแต่ขอละไว้ฐานที่มันก็ไม่ไกลตัวท่านนัก
"หากท่านใดมีประสบการณ์ในเรื่องนี้มาบ้างอยากให้เล่าแบ่งปันกันครับ"



เพื่อเสริมความเห็นจากผู้ที่อยู่ในวงการกาแฟ ได้คอมเม้นท์ไว้เพิ่มเติม...
Chartree Treelertkul ผมมีโอกาศ นำเข้ามาอยู่ตลอด ส่วนใหญ่ ก็รู้สึกว่า Kopi Luwak จริง ๆ
ควรมาจากอินโดเท่านั้น ไม่รู้ว่าฟาร์มที่ซื้อกันมานั้น เลี้ยง Civet กันอย่างไร แต่พบว่า แต่ละครั้ง
รสชาติมันก็จะแตกต่างกัน พอสมควร น่าจะเป็นเรื่องของ แหล่งปลูกแต่ละแห่งเป็นสำคัญด้วย
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตุได้คือ character ของกาแฟตัวนี้ จะมีกลิ่นและรสที่โดดเด่นอย่างชัดเจน
มันจะรู้สึกได้ในช่วงโพรงของลำคอ เป็นเอกลักษณ์ของ kopi luwak ที่ผมได้มาทุกครั้งที่ได้ชิม
แต่ส่วนตัวผมยังรู้สึกชอบ กาแฟจากแหล่งปลูกที่มีความน่าสนใจมากกว่า process แบบนี้ครับ

Pichan Sujaritsatit ผมเองเคยลองครั้งนึงครับ แล้วก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจจริงๆ ประทับใจกับ
 after taste ที่ได้หลังจากการดื่มมาก เป็นประสบการณ์นึงของคนที่ชอบดื่มกาแฟ ส่วนตัวผมเอง
มองว่ามันก็เป็นกาแฟชนิดนึงที่ดี แต่ดันถูกกลไกบางอย่างปั่นมันขึ้นไป ของดีถ้ามีและมั่นใจว่า
ใช่จริงก็ดื่มครับ ไม่มีไม่ใช่ก็ไม่ได้เสียใจ

Peera Montreeprasat ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เขามีฟาร์มคับ ใครอยากรู้อยากลอง
ก็ไปดูได้ เขาขายแก้วละ 199 เองคับ ของแท้แน่นอน เพราะมีฟาร์มอยู่หลังร้านเลย



รูปภาพสุดยอดเมล็ดกาแฟ ชื่อว่ากาแฟขี้ชะมด ขณะนี้ผลิตได้แล้วบนดอยช้าง เชียงราย ราคาแพงระยับ ก.ก.ละ 60,000 บาท นายวิชา พรหมยงค์
ผู้บริหารกาแฟแบรนด์ดอยช้าง เผยเป็นกาแฟที่ถ่ายออกมาจากตัวชะมด ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของทั่วโลก โดยเปิดให้คนไทยชิมแก้วละ 900 บาท หวังนำรายได้สร้างโรงเรียนให้เด็กชาวเขาบนดอยวาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย อายุระหว่าง 2-8 ขวบได้เรียนฟรี เพื่อเพิ่มโอกาสการศึกษาให้แก่เด็กเชาวเขาทัดเทียมคนพื้นราบ


                          "ประมวลเรื่องราวทั้งหมดวันนี้ ก็ฝากไว้ในดุลย์พินิจ-พิจารณาของท่าน
                           สมาชิกฯบล๊อกเกอร์ และ คอกาแฟทั้งหลายครับ"
  

โดย cm_coffee

 

กลับไปที่ www.oknation.net