วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปฏิบัติธรรม..ปฏิบัติทำ



เรื่องเล่าจากงานบวช

ตอนที่ ๒

 
ปฏิบัติธรรม..ปฏิบัติทำ

อยู่ที่เรียนรู้..อยู่ที่ยอมรับ


.................

บนเส้นทางชีวิต
ไม่ได้ปูด้วยพื้นคอนกรีต ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ระหว่างทางที่ผ่านมา
สุขบ้าง ทุกข์บ้าง แต่ก็สุขมากกว่า

ระยะทางที่เหลือ
“อยากจะเดินไปในเส้นทางที่สุขและสงบ”

เป็นที่ประจักษ์ด้วยตัวเองว่า
การได้พบปะ  การได้อยู่ใกล้ การได้รับใช้
“พระธรรม”
จะนำไปพบกับ “ความสงบ และ ความสุข” ได้จริง
จึงค้นหาและไขว่คว้า..โอกาส..นั้น

...และ...
ลงมือทำทันทีเมื่อมีโอกาส

...และ...
เมื่อลงมือทำด้วยความตั้งใจก็สำเร็จดั่งที่ตั้งไว้

...และ...
ในบางครั้งผลที่ได้รับก็ดีเกินคาด

เช่นครั้งนี้

เมื่อวันที่ ๔ - ๑๓ สิงหาคม ๒๔๔๔
คุณสามีไปปฏิบัติธรรม(บวช)รวมเวลา ๑๐ วัน ๙ คืน
ยังไม่เคยเจอสถานการณ์ต้องอยู่บ้านเพียงลำพังกับลูกๆ แบบข้ามวันข้ามคืน
เป็นครั้งแรกต้องเป็นซิงเกิ้ลมัมชั่วคราวยาวนานหลายวัน
ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
รับ-ส่งลูกไปโรงเรียน ไปทำงาน กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า รีดผ้า หุงข้าว
กิจกรรมลูกและกิจกรรมตัวเองที่ถูกกำหนดไว้ก่อนแล้ว..อีกแยะ
เจ้าลูกสาวติดพ่อหนึบ อาหารการกินกับข้าวต้องฝีมือพ่อเท่านั้น
แม่ทำไม่(อร่อย)ถูกใจ...จะรอดมั๊ย..เนี๊ยะ...


คืนแรกพ่อเป็นนาคก็ต้องนอนวัดเลย
และเป็นเรื่องเลย..



“แม่คะ...หนูคิดถึง...พ่อ..ขอหนูกอดแม่หน่อยนะ”
ลูกสาวกอดแม่แถมน้ำตาและเสียงมาด้วย
“ไม่ได้นะลูก..ห้าม..!..ร้องไห้เด็ดขาด”
“พ่อไปปฏิบัติธรรมถ้าหนูร้องไห้เดี๋ยวจะเป็นบาปนะคะ”

แม้จะพยายามแล้ว...แต่คืนนั้นลูกสาวก็ยังหลับไปทั้งน้ำตา

เช้าวันรุ่งขึ้นพ่อต้องเข้าพิธีบวช
วันนี้ลูกสาวตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าสดใส
“หนูจะไม่ร้องไห้แล้วค่ะแม่”



เมื่อพ่อบวชเป็นพระเรียบร้อยต้องเดินทางไปต่างจังหวัดทันที
ขอเก็บภาพความสดใส
“หลวงพ่อไม่ต้องห่วงนะคะ..หนูจะทำให้ดีที่สุด”



แต่ก้อ..รู้ดีแก่ใจ...ว่าไม่แข็งแรงพอ
“แม่คะ..หนูขอไม่ส่งหลวงพ่อขึ้นรถนะ ขอลาหลวงพ่อตรงนี้นะคะ”


 
.....
หลวงพ่อไปปฏิบัติธรรมที่วัด
....


...
สามแม่ลูกปฏิบัติทำที่บ้าน
...
ภาระกิจในเช้าวันนี้
(วันจันทร์ที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๕)
ตื่นนอนตอนตีสี่
ปลุกลูกๆ ลุกโดยไม่อิดออด
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ตีห้าครึ่งพากันออกจากบ้าน

ถึงโรงเรียนตั้งแต่ตีห้าห้าสิบ..ไอ๋หยะ..ไวกว่าที่คิด
ลูกสาวบอกว่าหนูง่วงค่ะแม่ ขอหนูนอนต่อบนรถอีกหน่อยนะ
ก็เลยให้นอนต่ออีกสิบนาที พอหกโมงก็ปลุกลูกสาว ส่งเข้าโรงเรียน

เพราะวันนี้ลูกชายมีงานดนตรีที่โรงเรียนจึงต้องไปถึงแต่เช้า


 
วงโยธวาทิต สาธิตรามคำแหง
ในกิจกรรม  “นานาอารยะ ศิลปะอาเซียน”





ตกเย็นเลิกงานแล้วก็รีบบึ่งไปรับลูก
“แม่คะ..วันนี้มาเช้าเกิน....ร้านอาหารยังไม่เปิด..หนูหิวค่ะแม่”
บอกลูกว่าพรุ่งนี้เช้า
“แม่จะตื่นมาเตรียมอาหารไว้ให้หนูก่อนนะคะ”

ส่งลูกสาวเข้านอนเสร็จ ก็ไปซักผ้าและรีดผ้าเท่าที่พอใส่
ลูกชายยังไม่นอนคอยช่วยตรวจตราความเรียบร้อยของบ้าน
ทุกอย่างเรียบร้อย แม่ลูกกอดกัน วันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี
เย้...ในที่สุดเราก็ผ่านมาได้แล้ว ๓ วันแล้ว

....

เช้าวันต่อมาตื่นตีห้าครึ่ง
หุงข้าวและเตรียมอาหารเช้าให้ลูกก่อน
(ถ้าพ่ออยู่..มื้อเช้า..คงเป็น..แฮม ไส้กรอก ไข่ดาว..หรือไม่ก็ข้าวต้ม)
  แต่พอดีเมื่อวานรถติดมาก กว่าจะถึงบ้านก็ดึก เลยลืมซื้อของ
ไข่ต้ม..รองท้องไปก่อนนะคะ  ค่อยไปกินอย่างอื่นที่โรงเรียน

 


แต่ด้วยเวลาอันจำกัด...ไอ๋หยะ..ไข่ไม่สุก..ทำงัยให้ไวดีล่ะ
เปิดตู้เย็น..เห็นกุ้งนึ่ง..แม่เอามาฝากจากปักษ์ใต้
ได้การล่ะ..เอากุ้งออกมา..เอาไข่ใส่เข้าไป..ค่อยกลับมาต้มใหม่
..เย็นนี้ค่อยกินแล้วกันนะ..ไข่ต้ม..


 
เลิกงานแล้วก็พยายามจะรีบไปรับเด็กๆ
แต่เส้นทางไป-กลับที่ทำงานเป็นแบบนี้บ้าง




แบบนี้บ้าง

 


จะต้องตั้งสติให้มั่นฉันจะเก็บหลุมไหนก่อนดี
หลุมเล็ก..หลุมใหญ่..ไม่เกี่ยงเก็บเรียบทุกหลุม


 
ถึงแม้จะเป็นหลุมเป็นบ่อบ้าง
บางบ่อใหญ่ บางบ่อเล็ก  บางหลุมยับ  บางหลุมเยิน ไปบ้าง

 


แต่เส้นทางสายนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด
ยังมีบางช่วงที่ราบเรียบวิ่งฉิวได้ดี

 


ไม่ต่างจากเส้นทางชีวิต
ที่บางช่วงก็ประสบปัญหา แต่บางคราก็สุขเหลือหลาย

ปัญหามีไว้ให้แก้ไข
แม้ว่าไข่ไม่สุกแต่หัวใจสุขมากมาย
..ก็พอ..

เพราะชีวิตคือชีวิต
มีสุขสม มีผิดหวัง หัวเราะ หรือ หวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน
อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน

และ
ทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด


วันนี้ถึงบ้านสองทุ่มครึ่ง
“ไข่ต้มกะแกงไตปลาจึงกลายเป็นอาหารมื้อดึก”
แกงไตปลาน้าฝากมากับแม่ บอกว่าแช่ตู้เย็นเก็บไว้กินได้หลายวัน
(จากพระเปลี่ยนเป็นทิดก็ยังกินไม่หมดเลย..แกงไตปลา..)

 


นึกขึ้นได้..แม่ซื้อ..ลูกตาล..จากเมืองเพชรมาฝากด้วย
กินไม่ไหวแล้ว แต่ปอกแช่ตู้เย็นไว้ก่อน ตอนเช้าจะได้หยิบกินสะดวก


 
ยังไม่หมดค่ะ
ยังมีเจ้านี่อีกลูกนึง..
พลิกไปพลิกมา..จะปอกงัยดี..
นั่งมองมาสองสามวันแล้ว
กินอย่างเดียว ไม่เคยปอกเอง
วันนี้ก็เลยได้รู้ว่าแม่ค้าทุเรียนเค้าก็ลำบากเหมือนกัน
(จะยกไปที่ร้านขายทุเรียน ซื้อใหม่ลูกนึงให้แม่ค้าช่วยปอกลูกนึง ก็ไม่ไหวใครจะช่วยกิน)


 
จนปัญญาจริงๆ
จะยกให้ใครเขาก็ไม่ได้
เพราะของที่แม่ให้มา..ไม่ได้กิน
ถ้าแม่ถาม..จะตอบไม่ได้ว่ารสชาติเป็นไง
(คิดในใจว่า..แหม..นี่ถ้าหลวงพี่อยู่คงได้กินไปนานแล้ว)
มันไม่ง่ายเหมือนปอกลอกอเลยนะคะ..พี่สาวชบา
น้องปล้ำตั้งอยู่นาน..ไม่ยอมออก..ก็เลยเอามีดเสียบคาไว้แบบนี้ล่ะ
หมดแรง...ขอไปนอนก่อน

 


พอเข้าสู่คืนที่ห้า ส่งลูกเข้านอนเสร็จ
ไปลาก “ทุเรียน” มาวางกลางบ้าน ยังไงคืนนี้ฉันต้องจัดการเธอให้ได้
ไม่กลัวแล้วล่ะ..ฉันมีเพื่อนคอยให้กำลังใจ
 


หลังจากที่เอามีดเสียบไว้  ไส้ก็เริ่มอ่อนข้อยอมให้แงะโดยดี
แต่เนื้อเริ่มจะนิ่ม กลิ่นไม่ต้องพูดถึง หอมโฉไปทั้งบ้านเลย

 


จะกินคนเดียวก็กลัวจุก..จะแบ่งเพื่อนบ้านก็หลับกันหมดแล้ว
ใส่กล่องเสร็จ ใส่ถุงซ้อนสองชั้น มัดอย่างแน่น 
พรุ่งนี้เช้าเอาไปให้น้องๆ ที่ทำงานช่วยกิน
พอถึงที่ทำงาน..แค่เปิดประตูรถเอง
“พี่เอาทุเรียนมาหรือ”

ณ ที่ทำงาน
พนักงานทุกคนจะมากินอาหารพร้อมกันที่โรงอาหาร
พอถุงเปิดออก...หลายคนมองหาต้นตอของกลิ่น
คนชอบ...ก็กินอย่างเอร็ดอร่อยไป
คนไม่ชอบ...เฮ้อ..จะเป็นลม




เข้าสู่วันที่หกแล้ว (แต่เป็นวันที่ ๙ สิงหา) ฝนกระหน่ำลงมาก่อนเลิกงาน
ออกจากที่ทำงานกลางทุ่ง..มุ่งหน้าเข้ากรุงก็เลยเป็นแบบนี้



 

จะทุ่มแล้วนะ..ยังอยู่ตรงนี้เลย โทรบอกลูก
“กว่าแม่จะถึงคงอีกนาน..ลูกทำงานทำการบ้านไปก่อนเลยนะคะ”

 


เกือบทุ่มครึ่งเพิ่งจะมาถึงโรงเรียน
(ลูกหลับไปหรือยังก็ไม่รู้)


 
“วันนี้หนูมีกิจกรรมเต้นแอโรบิคออกด้วยค่ะแม่”
“หนูทำการบ้านเสร็จแล้วค่ะ”


 
“งั้นหนูหลับไปได้เลย...ถึงบ้านแล้ว..แม่ค่อยปลุก”
หันไปถามลูกชาย  “ของลูกล่ะ วาดรูปเสร็จหรือยัง ระบายสีเสร็จหรือยัง”
ได้รับคำตอบ “เรียบร้อย...ครับแม่”


 
แม้จะต้องอยู่คอยแม่ที่โรงเรียนจนค่ำ
แต่ระหว่างรอคอยลูกก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้เปล่า
วาดภาพระบายสีงานที่จะต้องส่งคุณครู
ภาพวาดได้ถูกส่งเข้าประกวดในกิจกรรมสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์


 
ไม่ได้คาดหวัง...แต่ได้รับรางวัล

 


ถูกใจจริงเชียว “เจ้าหมูหัน” หมูในร่างหมาหน้าตาน่ารักเชียว
ไม่ต้องให้น้ำ ไม่ต้องให้อาหาร ไม่ต้องพาไปอึ
คุณครูช่างรู้ใจจังจัดของรางวัลได้เหมาะเจาะจริง

 


วันนี้ถึงบ้านเกือบสามทุ่ม
“กุ้งนึ่งกะแกงไตปลาจึงกลายเป็นอาหารมื้อดึกอีกวัน”

จนกระทั่งคืนที่หกแล้ว..ยังผ่านไปได้ด้วยดี
ลูกสาวไม่ร้องไห้เลย
ส่วนลูกชายไม่ต้องห่วงเลยแถมยังช่วยดูแลน้องอีกด้วย

 


มาถึงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕
(เข้าสู่เช้าของวันที่เจ็ดแล้ว)
วันนี้ตื่นตีสีเพราะเด็กๆ มีกิจกรรมงานวันแม่
ลูกชายเล่นดนตรี  ส่วนลูกสาวมีรำ
ต้องไปถึงโรงเรียนตีห้า เพราะต้องแต่งตัวแต่งหน้าแบบนี้


 
ส่งลูกสาวเสร็จ..ของีบในรถเอาแรงสักสองชั่วโมง ตื่นมาแปดโมงพอดี
ไปร่วมกิจกรรมได้เฉพาะของลูกสาว(จัดที่หอประชุมพ่อขุน)
ส่วนลูกชายจัดงานที่โรงพละของโรงเรียน
บอกกับลูกชายว่า
“งานลูกอยู่คนละที่ เวลาพร้อมกัน แม่วิ่งไม่ทัน แม่ต้องไปของน้องนะครับ”
“ไม่เป็นไรครับแม่”
มีลูกมากกว่าหนึ่ง พอถึงงานวันแม่ทีไร เป็นได้วิ่งทุกปี



วันนี้วันศุกร์ลางานทั้งวันเลย
กะว่าเสร็จภาระกิจของลูกๆ ในช่วงเช้าแล้ว
จะไปตามล่าหาของสำคัญในช่วงบ่าย


“ชบาตานี” พี่สาวฉัน
ส่งของมาให้ตั้งแต่วันจันทร์..วันอังคารคนอื่นเขาได้รับกันหมด
เหลือแต่ฉัน...วันศุกร์แล้วก็ยังไม่เห็นวี่แวว



วันนี้จึงได้กลับบ้านเร็วกว่าทุกวัน
ได้พบเห็นหน้า รปภ. ตอนที่ยังมีแสงพระอาทิตย์ส่อง
“มีพัสดุนะครับ มาหลายวันแล้ว”
อ่า..เจอซะทีมาค้างอ้างแรมอยู่กับ รปภ.นี้เอง
ไปรษณีย์หวังดีค่ะ ฝากของไว้ที่ รปภ. และปกติ รปภ. จะนำมาให้ที่บ้าน
แต่หกวันที่ผ่านมาออกจากบ้านตีสี่ตีห้ากลับถึงบ้านสามสี่ทุ่ม
รปภ. ไม่กล้ารบกวน รอเอามาให้วันหยุด



รีบแกะกล่องทันที
พบของฝากจากปัตตานี้ยังอยู่ดีครบถ้วน
ปอกชิมเลย “สละอินโด” ที่พี่สาวปลูกเอง
ฝากมาเพราะอยากให้ชิม

รสชาติอร่อยมาก
แต่ทว่า..ชื่นใจและสุขใจ..มากกว่า
ขอบคุณมากนะคะ
“พี่สาว”





เช้าวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ วันนี้ได้ตื่นตีห้า
(กินสละรองท้องก่อนออกจากบ้าน)


 
พาลูกสาวไปส่งค่ายพัฒนาคุณธรรม ๓ วัน ๒ คืน
ที่โรงเรียนสาธิตรามคำแหง(ฝ่ายประถม)เสร็จแล้ว
ไปประชุมของฝ่ายมัธยมที่หอประชุมพ่อขุนจนถึงเย็น



กลับถึงบ้านค่ำๆ อัพบล๊อกงานวันแม่ไว้ก่อนเดี๋ยวจะไม่ทันเหตุการณ์
http://www.oknation.net/blog/nrong/2012/08/12/entry-2 
http://www.oknation.net/blog/nrong/2012/08/12/entry-1

รุ่งเช้าวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
พาลูกชายไปหาหลวงพ่อที่วัดบัวงาม


 
ตอนค่ำไปร่วมกิจกรรมลูกสาวที่โรงเรียน


 

วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๕ มาถึงวันสุดท้ายของการปฏิบัติ
คุณสามีกำหนดลาสิกขาบทวันนี้หลังเพลที่วัดบัวงาม
ส่วนลูกสาวเลิกค่ายตอนบ่ายสองโมง
ต้องให้พี่ชายไปรอรับน้องสาวที่สาธิตประถม
เพราะแม่ติดอีกภาระกิจที่สาธิตมัธยม



วันนี้พากันกลับถึงบ้านหกโมงเย็น
เด็กๆ คิดถึงเครื่องดนตรีขอเล่นให้ชื่นใจก่อนนะครับ
(สองพี่น้องกำลังเรียนรู้และฝึกฝนค่ะ)




จากที่เคยกลัว
กลัวการอยู่คนเดียว
กลัวจะทำไม่ได้ กลัวจะทำไม่ทัน
และ...อีกสาระพัดจะกลัว

เพราะไม่เคยลอง...จึงไม่รู้
เพราะไม่รู้...จึงกลัว

จึงต้องลองเพื่อให้รู้ พอได้รู้ก็จะไม่กลัว


 ๑๐ วัน ๙ คืน
กำแพงแห่งความกลัวได้ทลายลง
ได้เกิดการเรียนรู้
ได้ฝึกความอดทน
ได้ฝึกใจตนเอง ได้ฝึกฝนลูก ๆ
ได้พบกัลยาณมิตรคอยเป็นกำลังใจ

ปฏิบัติธรรม...ปฏิบัติทำ
มีแต่ได้กับได้


……

เพราะชีวิตคือชีวิต
มีสุขสม มีผิดหวัง หัวเราะ หรือ หวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน
อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน
และ
ทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด



ขอบคุณบทเพลง
Live and Learn - กมลา สุโกศล




ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยือนและคอยให้กำลังใจเสมอมา

พบกันใหม่นะคะ

_/\_
 สวัสดีค่ะ  _/\_

 .........
 
 

โดย นรอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net