วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตากฝนเชียร์ BG ที่ไอโมบาย บุรีรัมย์



ตากฝนเชียร์บีจี ที่ไอโมบาย บุรีรัมย์

 

เสาร์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๕

                วันนี้ผมมีภารกิจที่จะออกเดินทางไปพร้อมกับคณะกองเชียร์ของกระต่ายแก้ว จำนวน ๑๒ คันรถบัส เพื่อไปให้กำลังใจที่สนาม ไอโมบาย พบกับทีมบุรีรัมย์

                เราออกเดินทางกันราว ๘ โมงกว่า แวะกันไปตามทาง ด้วยขบวนอันยาวใหญ่ แวะที่ไหนก็ย่อมเสียเวลารวบรวมพลอย่างแน่นอน ผมอยู่บนรถบัสคันที่ ๑ ครับ เมื่อตอนรถออกเดินทาง ก็มีการแนะนำเพื่อทำความรู้จักกันบนรถตามธรรมเนียม และในครั้งนี้ เราต้องขอขอบคุณ บริษัท สิงห์ คอเปอเรชั่น จำกัด ที่กรุณาสนับสนุน หลาย ๆ อย่างในทริปนี้ ไม่ว่าจะ “ไปฟรี ดื่มฟรี” ซึ่งบนรถมี “ลีโอ” อุ่น ๆ แจกฟรี ที่ว่าอุ่นเพราะมันไม่ได้แช่เย็นนะสิครับ นอกจากนี้ มี น้ำดื่มตราสิงห์ Be-ing และสาหร่ายทอดกรอบ มาชิตะ

                เนื่องจากทริปนี้เป็นทริปไปกลับ และมีผู้ร่วมเดินทางจำนวนมาก และระยะทางค่อนข้างไกล เราจึงมีเวลาแวะเที่ยวน้อย มีเพียงแห่งเดียวที่เราแวะคือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ซึ่งในปีที่ผ่านมาผมก็ได้เขียนไว้ในเรื่อง เมื่อ สี่ชายไปบุรีรัมย์ แล้ว

                ที่พนมรุ้งนี้คือ แหล่งรับประทานอาหารเที่ยงของชาวเรา โดยมาถึงในเวลา ๑๔.๓๐ น. มีร้านอาหารไม่มาก แต่ทางทีมงานได้แจ้งกับทางแม่ค้าทั้งหลายไว้แล้วว่า โปรดเตรียม อาหารการกินไว้รองรับสำหรับนักท่องเที่ยวผู้หิวโหยและกระหายจำนวนราว ๖๐๐ ชีวิต

                เมื่อมาถึงผมก็เลือกร้านที่สอง ไม่แน่ใจว่าชื่อร้านป้าต้อย หรือะไรนี่แหละครับ ไปจองโต๊ะนั่งกินกันรวม ๖ คน เราก็สั่งอาหารพวกส้มตำ ไก่ย่าง มากินกัน แต่พนักงานในร้านมีเพียง ๒ คน เมื่อแขกเยอะเข้าก็เลยชุนละมุนวุ่นวายกันไปตามเรื่อง ต่อมาเราสั่ง “ปลาย่างเกลือ” มาตัวหนึ่ง ก็มาแกะกินกัน ปรากฎว่า ป้าแกคงย่างเตรียมไว้ตั้งแต่เช้า หรือเมื่อวาน ทำให้ปลาแห้งสนิท เหมือนปลาตากแห้งรมควัน นี่นะหรือ ปลาย่างปราสาทหิน

                เสร็จจากนั้น เรายังพอมีเวลาเร่ร่อนอยู่กับการเข้าไปชมปราสาทหินพนมรุ้งอีกครั้ง ผมจำไม่ได้ว่ามาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ น่าจะประมาณ ๑๐ กว่าครั้ง แล้ว ป่านนั้นก็ยังไม่สามารถระลึกชาติได้ว่าทำไมจะต้องมาบ่อยขนาดนี้ แล้วชาติก่อน ๆ เคยมาทำอะไรที่นี่ เป็นกรรมกร เป็นวิศวกรรม หรือเป็นช่างปั้น ไปไกลแล้วครับ

                แต่นี่เป็นครั้งแรกสำหรับหลาย ๆ คนทีได้มาเยือนปราสาทหินพนมรุ้ง ก็อย่างที่รู้กันว่า การท่องเที่ยวของบ้านเรา น้อยที่ที่จะมีผู้แนะนำ เล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของโบราณสถานแห่งนั้นให้ได้เข้าใจและเรียนรู้ ตระหนักถึงความสำคัญ ส่วนใหญ่เราก็จะมาชม มาถ่ายรูป กระโดด ๆ กัน แล้วก็กลับ แต่ไม่ค่อยจะมีใครได้ความรู้กลับไป มันก็ไม่ต่างกับการมาเยี่ยมชมก้อนหินก้อนอิฐที่วางเรียงราย พอถามว่า เคยไปหรือยัง ก็จะตอบได้ว่า “เคยไปมาแล้ว” แต่เราภาคภูมิใจอะไรกับการได้ไปเยือนในสถานที่เหล่านั้นบ้าง....

                ผมไม่ได้เข้าไปในตัวปราสาท เพราะมัวแต่ถ่ายรูป และฝนกำลังจะตก อีกทั้งเวลาจะหมดแล้ว ก็เลยรีบกลับขึ้นรถ ก่อนจะออกเดินทางไปยังสนามไอโมบาย ไปถึงก็เกือบ ๖ โมง ฝนตกตลอดทางตั้งแต่บ่ายสี่โมงกว่า

                เมื่อเข้าสนาม ผมไม่ได้เตรียมชุดกันฝนไป และอกหลาย ๆ คนก็เข้าไปยืนแออัดกันบนอัฒจันทร์ บอลเริ่มแข่งแล้ว สายฝนก็โปรยปรายลงมาแม้ไม่หนัก แต่ตลอดการแข่งขัน ๙๐ นาที ฝนไม่เคยหยุดตกเลย บนอัฒจันทร์ชั้นสูง ๆ ลมพัดโชยมาเป็นครั้งคราว ความเหน็บหนาวก็มาเยือน เรากองเชียร์บางกอกกล๊าส ต่างยืนตากฝนเชียร์ทีมที่รักของตัวเองอย่างเนืองแน่นเกือบ ๑,๐๐๐ ชีวิตสำหรับทีมเยือน ด้วยเหตุนี้ทำให้ผมไม่สามารถถ่ายภาพบรรยากาศในสนามได้มากนัก

                บางกอกกล๊าสทีมอันดับ ๔ ของตารางพบกับ บุรีรัมย์ ทีมอันดับ ๓ แต้มห่างกันแค่ ๓ แต้ม หากบางกอกกล๊าสชนะ ก็จะมีแต้มเท่ากัน แต่เป็นความโชคไม่เข้าข้างของเราเล็กน้อย ทำให้เราพ่ายไปอย่างน่าเสียดาย ๒-๓ ประตู

                ในความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ กลับไม่ทำให้เรารู้สึกเสียใจมากนัก เพราะเราได้เห็นความทุ่มเทของนักเตะ และเราต่างเป็นกำลังใจให้กัน เมื่อหมดเวลาการแข่งขัน พวกเรากองเชียร์ยังคงยืนร้องเพลงให้กำลังใจนักเตะของเรา ที่มายืนฟังอยู่ตรงหน้า มันเป็นการส่งความรู้สึกให้แก่กันและกัน ว่าเราจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ

                ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปลาย เราร่วมร้องเพลงมาร์ช กระต่ายแก้ว ที่เราเคยทำเสมอ ๆ ทั้งก่อนแข่งและหลังแข่ง ความซาบซึ้งในบรรยากาศนี้ ทำให้บางคนถึงกับน้ำตาคลอ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจริง ๆ

                สนามไอโมบาย บนพื้นที่หลายร้อยไร่แห่งนี้ ที่ยังเห็นไม่เป็นระเบียบคือ การจอดรถ แม้ด้านหลังจะมีที่ว่างและลานกว้าง แต่ก็ไม่มีใครไปจัดให้จอดรถอย่างเป็นระเบียบ จอดรถกันตามข้างทางเดินรถ ทำให้รถบัสผ่านยาก และเนื่องจากไม่ได้ตีช่องไว้ ทำให้รถจอดกันตามสบาย ๆ เปลืองพื้นที่ไปหน่อย

                เราเดินทางกลับในเวลาราว ๓ ทุ่ม มีรถบางคันที่เสียมาตามทางตั้งแต่เช้า ก็ซ่อมกันไป แม้รถคันของผมก็ส่อแววจะมมีปัญหา แต่ก็ผ่านไปได้ มีน้องคนหนึ่งทักทายกันตอนกินข้าวที่เขาพนมรุ้ง “เหนื่อยมากเลยครับพี่ ช่วยกันเข็นรถขึ้นเขา” ป๊าด รับบทหนักจริงนะครับแฟนบอลบางกอกกล๊าส น่าจะเป็นรถคันที่ ๖ มั้งครับ อิๆๆ ถือว่าได้ออกกำลังนะน้องนะ

                แวะรับประทานอาหารดึกตามรายทางแถว อำเภอนางรอง ตอน ๕ ทุ่ม แล้วเราก็เคลื่อนพลกลับ มาถึงบ้านตอน ตีสี่ ไม่ต้องหลับต้องนอนกันละครับพี่น้อง

                อยากจะเชิญชวนเพื่อน ๆ หรือผู้ที่สนใจ ว่าง ๆ ช่วยมาเชียร์ บางกอกกล๊าสที่สนามลีโอได้นะครับ ส่งเสริมการกีฬา ดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ไม่มีประโยชน์ มาเชียร์กีฬาก็มีความสุขนะครับ พี่น้องแถบธัญบุรี ลำลูกกา หนองเสือ คลองหลวง รังสิต ปทุมธานี สนามลีโอจุได้ราว ๑๒,๐๐๐ คน ยังไหวครับ  (ปกติจะมีผู้ชมราว ๕,๐๐๐ คนในนัดที่แข่งกับทีมทั่วไป)

                ในวันพุธที่ ๒๙ นี้ ลีโอก็จะเปิดบ้านรับชัยนาทอีกครั้งใน FA Cup และอย่าพลาดวันอาทิตย์ที่ ๒ กันยายน เปิดบ้านพบกับ เมืองทองครับ งานนี้รีบจับจองตั๋วกันนะครับ

                ขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่มีมิตรไมตรีที่ดีทุก ๆ ท่าน ขอบคุณแฟนบอลบีจีที่เหนียวแน่น ขอบคุณนักฟุตบอลและทีมงานของสโมสรบางกอกกล๊าส

ขอบคุณภาพประกอบจาก BGFC Reporter 

ชมภาพบางส่วนที่ไม่ซ้ำจากเวปนี้ได้ที่เวป Canon life


เรื่องแนะนำ

Paralympic