วันที่ พุธ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิเคราะห์ 6มาตรการคุมบาทแข็ง ของ ครม. ღ


นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุตสาหกรรม

วิเคราะห์ 6มาตรการคุมบาทแข็ง ของ ครม. 

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 50 ได้เห็นชอบ 6 มาตรการตามข้อเสนอของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ในการดูแลค่าเงินบาท

นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์

ซึ่งประกอบด้วย

1.การอนุญาตให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นำเงินออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศได้ไม่เกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี โดยบริษัทดังกล่าวจะต้องมีส่วนผู้ถือหุ้นเป็นบวก และไม่อยู่ในกลุ่มที่เข้าข่ายถูกเพิกถอนจากการจดทะเบียน

2.การอนุญาตให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในประเทศไทยฝากเงินตราต่างประเทศกับสถาบันการเงินได้คล่องตัวขึ้น โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ที่มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศนั้น หากเป็นผู้ที่มีภาระผูกพันเป็นเงินตราต่างประเทศ กรณีเป็นบุคคลธรรมดาสามารถฝากได้ไม่เกิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ และนิติบุคคลฝากได้ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนผู้ทีไม่มีภาระฯ หากเป็นบุคคลธรรมดาจะสามารถฝากได้ 1 แสนเหรียญสหรัฐ และนิติบุคคล 5 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ส่วนผู้ที่มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศจากในประเทศไทย หากเป็นผู้ที่มีภาระผูกพันเป็นเงินตราต่างประเทศ กรณีบุคคลธรรมดาสามารถฝากเงิน 5 แสนเหรียญสหรัฐ นิติบุคคล 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนผู้ที่ไม่มีภาระเป็นเงินตราต่างประเทศ บุคคลธรรมดาสามารถฝากได้ 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ และนิติบุคคล 2 แสนเหรียญสหรัฐ

3.ขยายเพดานการโอนเงินข้ามประเทศเป็นไม่เกิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ/คน/ปี สำหรับการโอนไปให้ญาติที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ การบริจาคเงิน และการซื้ออสังหาริมทรัพย์

4.ให้ผู้ที่มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศถือครองเงินตราต่างประเทศภายนอกประเทศได้นานขึ้น โดยให้นำเข้ามาในประเทศภายใน 360 วัน จากเดิมกำหนดไว้เพียง 120 วัน

5. ยกเลิกระยะเวลาถือครองเงินตราต่างประเทศภายในประเทศจาก 15 วันเป็นไม่จำกัดระยะเวลา

และ 6. การปรับปรุงเงื่อนไขการนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศของนักลงทุนประเภทสถาบันในรูปเงินฝากกับสถาบันการเงินต่างประเทศได้โดยไม่ต้องขออนุญาต โดยให้นับรวมกับวงเงินที่สามารถไปลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ

ด้าน นางธาริษา วัฒนเกษ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุว่า มาตรการแก้ไขปัญหาการแข็งค่าของเงินบาททั้ง 6 มาตรการที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีจะมีผลตั้งแต่วันนี้ ส่วนการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(SME)ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาบาทแข็ง วงเงิน 5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นข้อเสนอของภาคเอกชนนั้น นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุตสาหกรรม คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้

นางธาริษา กล่าวว่า มาตรการที่จะพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่ การอนุญาตให้ผู้ค้าทองคำสามารถทำประกันความเสี่ยง โดยการซื้อสัญญาล่วงหน้าได้

คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบ 6 มาตรการแก้ปัญหาบาทแข็งค่า ให้บริษัทจดทะเบียน(บจ.)ลงทุนโดยตรงในต่างประเทศได้ไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์ต่อปี และให้นักลงทุนประเภทสถาบัน ลงทุนด้วยการฝากเงินในต่างประเทศได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจาก ธปท.ฯลฯ ด้าน ผู้ว่า ธปท. ชี้มีผลทันที ส่วนการตั้งกองทุน SME 5 พันล.เริ่มสิ้นเดือนก.ค.

ดร. วีระพงษ์ รามางกูร

สัมมนาทางวิชาการ เกี่ยวกับค่าเงินบาท

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า มาตรการครั้งนี้ถือว่าเพียงพอกับสถานการณ์ และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเชื่อว่าค่าเงินบาทน่าจะเริ่มเข้าสู่เสถียรภาพ และไม่ผันผวนรุนแรงถึงสิ้นปี จะเห็นได้ว่า หลังจากการประกาศ ลดอัตราดอกเบี้ย ของธปท. แบบถนอมเนื้อถนอมตัว เนื่องจาก ธปท. คงเล็งเห็นว่า การให้ยาแรง แบบที่ นักวิชาการอย่าง ดร.โกร่ง นั้น อาจไม่ได้ช่วยอะไรมาก เนื่องจากหาก พิจารณาถึงองค์ประกอบแห่งปัญหา การแข็งค่าของ บาท มาจากตัวแปร 2 ประการ ได้แก่

คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า คาดว่ารัฐจะออกมาตรการเพิ่มเติมอีก เพราะที่ออกมาเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น

นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.การคลัง กล่าวว่า คงไม่สามารถบอกได้ว่าหลังออกมาตรการนี้แล้ว ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าที่ระดับเท่าไร แต่ต้องการให้คนถือเงินต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

1. ดุลการชำระของประเทศ เกินดุล เหมือนมีเงินแต่เงินถูกดองไว้ ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในระบบ

2. การไหลเข้าของเงินทุน จากนอกประเทศ

การลดดอกเบี้ย ครั้งเดียว เหมือน การให้ยาเข็มเดียว ซึ่งหากมองแล้ว การเกิดปัญหาเรื่องอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา นั้น ยังคงต้องมีอย่างยืดเยื้อ

มาตรการ 6 ข้อ ที่ออกมา ก็จะเป็นการแก้ปัญหาค่าเงิน ในระยะสั้น (ที่ให้ผลด้านจิตวิทยา)และเสริมด้วยโอกาส การลงทุนในต่างประเทศของภาคเอกชน ซึ่ง ประกอบด้วย

  • ตลาดการค้าเงินเพื่อให้ทันกับโลกาภิวัฒน์ แห่ง เศรษฐกิจยุคใหม่ (Speculation Economy) พร้อมกันนี้ ก็ควรมีมาตรการปรับปรุงหน่วยงานที่กำกับ ดูแล และ ตรวจสอบในด้านนี้ เช่น กลต. เป็นต้น เนื่องจากเรากำลังออกไปสู่ตลาดเงินระดับโลกที่มีจำนวนเงินมหาศาล

  • การลงทุน ในทรัพย์สิน หรือ ลงทุนในการสร้างธุรกิจที่ก่อให้เกิด ผลิตผล

เหนือสิ่งอื่นใด การอัดฉีดจากภาครัฐ โปรดคำนึงถึง

1. สร้างความแข็งแกร่งให้กับ Real Sector การแก้ปัญหาในระยะยาวที่จะต้องเร่งปูพื้นฐานกันให้ชัดเจนปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาภาคเอกชน (Real Sector )โดยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ปรับปรุงเทคโนโลยี เพื่อลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากอุตสาหกรรมของเราเป็นลักษณะของการพึ่งพาแรงงาน หากเงินบาทแข็งจะมีผล กระทบต่ออุตสาหกรรมโดยตรง มาตรการช่วยเหลือด้านนี้ ได้แก่มาตรการทางภาษี (มาตรการการคลัง) เช่น ลดภาษีเครื่องจักรนำเข้าเพื่อมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต นโยบายคืนภาษีเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้ภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังรวมถึงการปรับปรุง โครงสร้างภายใน เพื่อปรับปรุงด้านโลจิสติก ซึ่งล้วนต้องอาศัยการวางแผน

2. เพิ่มแรงจูงใจ ภาคครัวเรือน ให้มีการจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจมีการขับเคลื่อน เกิดการหมุนเวียนของเงิน.ในระบบ หากจะให้ดี ก็ควรจะเสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ การบริโภค ภาคครัวเรือนเป็นการบริโภคบนพื้นฐานที่เป็นจริง

3. บริหาร ดุลการชำระเงินที่มีเกินอยู่มาก และจัดการกับเงินไหลเข้าที่ผิดปกติ เพื่อพลิกสถานการณ์ให้เป็นโอกาส

ดุลการชำระเงิน ที่มา: ธปท.

ทุนสำรองระหว่างประเทศ ที่มา: ธปท.

ทุน สำรอง 70,000 กว่าล้านเหรียญดอลล่าร์ สรอ. สามารถ นำไปใช้ได้ โดยรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ โดยนำไปพัฒนาระบบโครงสร้างภายในและ ความสามารถในการแข่งขัน เสริมความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมใหม่ๆที่ไทยเราถนัด เช่น อุตสาหกรรมภาคการบริการ....เลิกเป็นฉันทนากันได้โดยปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมการบริการที่มีมูลค่าเพิ่มมากกว่า

ดัชนีผู้บริโภคที่มา: ธปท.

หากประชาชนมีเงินในกระเป๋า และมีความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอย ก็เท่ากับว่าระบบทั้งระบบ ของเรามีชีวิตชีวา การหมุนเวียนของเงินในระบบเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

http://www.posttoday.com/topstories.php?id=180695

http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=news&id=180708

ลาวดวงเดือน/ ฟองน้ำ ใช้ฟังประกอบเรื่อง

สนใจเพลงโปรด อุดหนุนสินค้าลิขสิทธิ์

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net