วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จับตาคดี91ศพรื้อคดีเกมบีบ'มาร์ค-เทพ'ปรองดอง? : ขยายปมร้อน



               คดีผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 จำนวน 91 ศพ เป็นเรื่องร้อนขึ้นมาอีกครั้ง หลังชัดเจนว่ามีความพยายามที่จะรื้อเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมายังไม่สามารถเอาผิดใครได้
       
                  การรื้อคดีครั้งนี้ มี "กรมสอบสวนคดีพิเศษ" (ดีเอสไอ) เป็นเจ้าภาพ ต่อมาได้มอบหมายให้ "พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข" รองอธิบดีดีเอสไอ ผู้ที่ถูกมองว่ามีแนวทางการสอบสวนที่สวนทางกับพนักงานสอบสวนชุดแรก มารับไม้ต่อ
      
                  มีการตั้งข้อสังเกตว่า คดีความในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดงส่วนใหญ่จะถูกโอนมาอยู่ในความรับผิดชอบของ "พ.ต.อ.ประเวศน์" ยกเว้นคดีก่อการร้าย ที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาไปก่อนหน้านี้แล้ว
      
                  การรื้อคดีครั้งนี้ เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว โดยนัดแรกซื้อใจมวลชนเสื้อแดง ด้วยการเปิดฉากรื้อคดี เพื่อเอาผิดคนสั่งการให้ติดอาวุธสลายการชุมนุม ส่วนนัดที่สองเป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ คือการดิสเครดิตฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ คือ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรค ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงเกิดเหตุการณ์ และ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงขณะนั้น
      
                  สำหรับแนวทางนี้ถูกมองว่าพยายามบีบให้ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ยอมเข้าสู่เส้นทางปรองดองตามแนวที่ฝ่ายรัฐบาลกำหนด คือ "พ.ร.บ.ปรองดอง" เพื่อนิรโทษกรรมให้แก่ทุกฝ่าย รวมทั้งอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร
      
                  การสอบสวนคดีสมัย "รัฐบาลอภิสิทธิ์" จำแนกกลุ่มการเสียชีวิตและบาดเจ็บออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นการเสียชีวิตของทหาร-ตำรวจ ซึ่งการสอบสวนพบหลักฐานว่าเป็นฝีมือกองกำลังชุดดำ กลุ่มที่ 2 การเสียชีวิตของประชาชนที่น่าเชื่อว่าเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และกลุ่มที่ 3 ประชาชนที่เสียชีวิตจากกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ซึ่งในกลุ่มนี้รวม "พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล" หรือเสธ.แดง ที่ถูกลอบสังหารด้วย
      
                  การรื้อคดีและเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนเกิดขึ้นหลังจากอำนาจเปลี่ยนมือจาก "รัฐบาลอภิสิทธิ์" มาเป็น "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"
      
                  โดยเริ่มจากปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้เซ็นอนุมัติแต่งตั้ง "พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข" จากผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ เป็น "รองอธิบดีดีเอสไอ"
      
                  ต่อมา "พ.ต.อ.ประเวศน์" ได้วางแนวทางการสอบสวนใหม่ จากเดิมที่กำหนดเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ ตายเพราะชายชุดดำ ตายเพราะเจ้าหน้าที่รัฐ และตายจากฝีมือกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นการสอบสวนแยกตามวันเวลาที่เกิดเหตุ 3 จุดใหญ่ที่มีการเสียชีวิตจำนวนมาก
      
                  โดยไม่มีการระบุถึงชายชุดดำ มีแต่ชายชุดเขียว และชายชุดแดง เท่านั้น!
      
                  โดยแยกเป็น 3 จุดใหญ่ จุดแรก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 แยกคอกวัว จุดที่ 2 วันที่ 13-18 พฤษภาคม 2553 บริเวณรอบพื้นที่ชุมนุมราชประสงค์ ซึ่งทหารตรึงกำลังรอบ และจุดที่ 3 วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 บริเวณดินแดง บ่อนไก่ รางน้ำ วัดปทุมวนาราม พร้อมกันนี้ยังให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่เคยให้การเป็นพยาน เปลี่ยนสถานะมาเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องคดีพยายามฆ่า
      
                  เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา "พ.ต.อ.ประเวศน์" ได้เสนอขอให้เปลี่ยนคณะพนักงานสอบสวนยกชุด โละของเก่าทิ้ง โดยระบุว่าเป็นพนักงานสอบสวนชุดใหญ่เกินไป สนธิกำลังหลายฝ่าย แต่คดีไม่มีความคืบหน้า โดยเปลี่ยนพนักงานสอบสวนจากพลเรือน ทหาร ตำรวจ เป็นตำรวจยกชุด 50 นาย ซึ่งดูจากรายชื่อพนักงานสอบสวนเป็นตำรวจ มีตำแหน่งประจำการอยู่ใน สภ.ต่างจังหวัด
      
                  แต่คดีนี้ได้กลายมาเป็นประเด็นใหญ่อีกครั้ง หลังจาก "พ.ต.อ.ประเวศน์" ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับผลการสอบสวนคดี โดยระบุว่า บางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีหลักฐานยืนยันว่าการเสียชีวิตน่าจะมาจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมทั้งระบุว่ามีคลิปพลแม่นปืนขณะยิงอยู่ด้วย และเตรียมจะออกหมายเรียกเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้มาสอบสวน
      
                  ทำให้ "กองทัพ" ไม่พอใจการให้สัมภาษณ์ของ "พ.ต.อ.ประเวศน์" อย่างมาก พร้อมมอบให้ "พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด" โฆษกกองทัพบก ออกมาแถลงตอบโต้ และชี้ให้เห็นถึงความไม่เหมาะสมที่นำผลการสอบสวนที่ยังไม่แล้วเสร็จมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพราะอาจส่งผลต่อรูปคดีและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทหาร ในฐานะผู้ปฏิบัติงาน
      
                  ซึ่งการกระทำดังกล่าวของ "พ.ต.อ.ประเวศน์" อาจจะเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในเรื่องของการสอบสวน ทำให้ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีดีเอสไอ ต้องโทรศัพท์มาขอโทษขอโพย "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมรับปากต่อไปจะเป็นผู้ดูแลเรื่องการให้สัมภาษณ์ในคดีนี้ด้วยตัวเอง
      
                  และวันที่ 27 สิงหาคมนี้ "พ.ต.อ.ประเวศน์" ได้เชิญ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อดีตนายกรัฐมนตรี และ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" อดีต ผอ.ศอฉ.เข้าให้ข้อมูล โดยจะสอบว่า การปฏิบัติแต่ละขั้นตอนหลักเกณฑ์ และหลักกฎหมายอะไรมารองรับการตัดสินใจว่าจะปฏิบัติจากเบาไปหาหนักหรือไม่ ตั้งแต่วันแรกของการชุมนุมจะสอบถามทั้งหมด รวมทั้งกำลังรวบรวมคำสั่งของ ศอฉ.ทุกฉบับ เพื่อส่งให้ ศอฉ.ยืนยันว่า ครบทุกคำสั่งหรือไม่ นำมาประกอบการสอบสวนต่อไป
      
                  ซึ่งการสอบสวนครั้งนี้ "พ.ต.อ.ประเวศน์" บอกว่า มีทีเด็ดในการสอบสวน ส่วนจะเป็นเรื่องอะไร และเด็ดแค่ไหน จะเด็ดถึงขั้นทำให้ "อภิสิทธิ์" กับ "สุเทพ" ถึงทางตันจนต้องยอม "ปรองดอง" หรือไม่ ต้องติดตามดู!
   
   
    .........
   
    (หมายเหตุ : จับตาคดี91ศพ รื้อคดีเกมบีบ'มาร์ค-เทพ'ปรองดอง? : ขยายปมร้อน โดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย http://www.komchadluek.net/detail/20120827/138616/รื้อคดีเกมบีบมาร์คเทพปรองดอง.html)

โดย คมชัดลึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net