วันที่ อังคาร สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตามทริป..ชมรมพิพิธสยาม เยี่ยมชมสถานทูตโปรตุเกส เลี้ยวเข้าโรงแรมรอยอล ออร์คิด ชมห้อง Exclusive




ชื่อทริป กิจกรรม “เดินย้อนรอยพิพิธศิลปวัฒนธรรม ครังที่ ๕ "เมื่อฝรั่งเข้าเมืองสยาม"”

 

เนื้อหาบทความนี้ จะเป็นทริปของชมรมพิพิธสยาม ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ ผมไม่ได้ไปร่วมทริปด้วย แต่เห็นภาพแล้วน่าสนใจครับ จึงได้ขออนุญาต คุณ Nubthong Pu Atiruj (ชื่อบน Facebook) นำข้อมูลมาเผยแพร่ครับ...

แน่นอนทีเดียว ต้องขอขอบคุณ คุณนับทอง อติรุจ ....ซึ่งได้สรุป และเป็นเจ้าของบทความหลัก ทั้งหมด มา ณ ที่นี้ด้วยครับ.....ตลอดจนทั้งคุณ นับทอง และ คุณ Bigpigky หมูอ้วนสีชมพู รักในหลวง (ชื่อบน Facebook) ที่ประสานงานกิจกรรมที่เกิดขึ้นได้ยากแบบนี้ แต่พยายามกันจนลุล่วงไปได้อย่างดีเยี่ยม...ก็ขอบพระคุณอีกครั้ง  

.............................................................

ในเนื้อหา ที่ผมจะเขียน จะกล่าวถึงแต่สถานที่สำคัญๆ เป็นหลักครับ...เพราะในทริปนี้ บอกตรงๆ จัดกันไม่ง่ายเลยครับ...โดยเฉพาะ 2 สถานที่สำคัญ คือ สถานทูตโปรตุเกส และโรงแรมรอยอล ออคิด เชอราตัน ซึ่งเจ้าของสถานที่ ไม่บ่อยนัก จะให้บุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมชมแบบนี้ได้....อันนี้ต้องยอมรับ ชมรมพิพิธสยาม เลยครับ...ว่าเค้า แน่จริงๆ ครับ....

ก่อนจะเข้าเนื้อหาบทความนี้ ต้องขอขอบคุณ วิทยากร และผู้เกี่ยวข้องดังนี้ครับ



๑.คุณนับทอง อติรุจ –ผู้ติดต่อ ประสานงาน จัดกิจกรรม และเจ้าของบทความหลัก และ Admin แฟนเพจ ชมรมพิพิธสยาม

๒.คุณธีรนันท์ ช่วงพิชิต -วิทยากร และนักศิลปวัฒนธรรม

๓.คุณสุดารา สุจฉายา -วิทยากร และนักศิลปวัฒนธรรม

๔.อ.จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา -วิทยากร และนักศิลปวัฒนธรรม

๕.คุณสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ อดีตผู้อำนวยการเขตบางรัก ปัจจุบันเป็น รองผอ.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสา  

    ธารณภัย ผู้ร่วม กิจกรรมเสวนา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน

๖.คุณนัทธ์ นัดกระโทก เป็นผู้ดำเนินรายการ กิจกรรมเสวนา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน

๗. คุณ Bigpigky หมูอ้วนสีชมพู รักในหลวง (ชื่อบน Facebook) – เจ้าหน้าที่ประสานงานกิจกรรมชมรมพิพิธสยาม ซึ่งประสานงานในกิจกรรมครั้งนี้

ถ้าผิดพลาด ตกหล่นรายชื่อ  ขออภัย มา ณ ที่นี้ครับ....


สมาชิกที่ได้รับสิทธิ์ มันลงทะเบียน ตรงจุดรวมพล แถวศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้




วิทยากร อาจารย์ทั้ง 3 ท่าน พร้อมครับ...





อ.ธีรนันท์ บรรยาย “ปูพื้น” ก่อนไปสถานที่ต่างๆ ครับ...

 

เข้าบทความในทริปกันเลยครับ....เนื้อหาก็จะบรรยายไปครับ...ส่วนภาพจะเป็นการเก็บภาพระหว่างเดินทริปครับ...

ชมรมพิพิธสยามกับกิจกรรมเดินย้อนรอยพิพิธศิลปวัฒนธรรม ครังที่ ๕ 

"เมื่อฝรั่งเข้าเมืองสยาม" 

Copy// เครดิต Nubthong Pu Atiruj  https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150986620177522.411998.734717521&type=1&fb_source=message

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก หลักจากที่เปิดรับลงทะเบียนเพียงไม่นานก็เต็มตามจำนวนที่กำหนดไว้ จนต้องเปิดรับเพิ่มเติมอีกหนึ่งวัน จากเดิม ๓๐ คน เป็น ๕๐ คน และในวันจัดกิจกรรม สภาพอากาศก็เอื้ออำนวยกับการเดินชมสถานที่ต่างๆ ที่เราได้กำหนดตามหัวข้อเมื่อฝรั่งเข้าเมือง การขยายแนวคูคลองในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะขยายพระนคร โดยการขุดคลองขึ้นมาอีกหนึ่งสายและทรงพระราชทานนามว่า "คลองผดุงกรุงเกษม" คลองดังกล่าวเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างภายในพระนครกับนอกพระนครในสมัยนั้น ซึ่งในปัจจุบัน ถ้าเขตที่อยู่ภายในเขตคลองผดุงกรุงเกษม คือเขตสัมพันธวงศ์ หลังแนวคลองออกมาเป็นเขตบางรัก คำว่าผดุงกรุงเกษม หมายถึง การช่วยกันค้ำจุนดูแลรักษาให้ประชาชนมีความสุขเกษม นี่คือแนวคิดที่ต้องการขยายเมืองเพื่อให้เกิดความเจริญภายในประเทศเพื่อให้ชาวตะวันตกที่เข้ามาได้เห็น นอกจากนี้ยังมีการตัดถนนเส้นที่ยาวที่สุดในสมัยนั้นอีกหนึ่งสายซึ่งบนถนนสายนี้มีสะพานที่สวยงามอยู่สองสะพานคือ สะพานดำรงสถิต และสะพานทิพยสเถียร ถนนดังกล่าวคือถนนเจริญกรุง ลักษณะทางภูมิศาสตร์ในปัจจุบันเราจะเห็นจุดเริ่มต้นของถนนเส้นนี้อยู่บริเวณสวนเจ้าเชตุ(กรมการรักษาดินแดน) หรือบริเวณประตูทางเข้าวัดโพธิ์ฝั่งทิศตะวันออกหรือประตูทางเข้าด้านพระอุโบสถ แล้วทอดยาวไปจนสุดสายที่ถนนตก โดยในปัจจุบันพาดผ่านพื้นที่การดูแลของสำนักเขตถึง ๖ เขต อันได้แก่ เขตพระนคร,เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย,เขตสัมพันธวงศ์,เขตบางรัก,เขตยานนาวา,เขตสาทร,และเขตบางคอแหลม เมื่อถนนเจริญกรุงสร้างเสร็จใหม่ๆ ยังคงไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการจึงเรียกกันทั่วไปว่าถนนใหม่ หรือในภาษาอังกฤษว่า New Road ชาวจีนเรียก ซินพะโล้ว แปลว่าถนนตัดใหม่ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงพระราชทานนามว่า "เจริญกรุง" ซึ่งมีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง เช่นเดียวกับชื่อถนนบำรุงเมืองและถนนเฟื่องนคร ที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในคราวเดียวกัน นอกจากนี้บ้านเรือนของผู้ที่อยู่อาศัยกันในบริเวณนี้ส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ และมีที่ตั้งของศุลกสถาน ด่านขนอน หรือด่านเก็บเงินภาษีศุลกากร และในบริเวณใกล้กับศุลกสถานในปัจจุบันนี่เอง เป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ในกรณี รศ.๑๑๒ ฝรั่งเศสได้นำเรือรบเข้ามาปิดอ่าวไทยและรุกล้ำน่านน้ำเจ้าพระยาเข้ามาทอดสมอเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากไทย จนเป็นเหตุให้ต้องนำเงินถุงแดงที่เก็บในพระคลังในสมัยรัชกาลที่ ๓ ออกมาเพื่อจ่ายให้กับฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแผลที่กรีดลึกลงในพระราชหฤทัยของรัชกาลที่ ๕ มาก และสำหรับผู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์ในกรณีนี้ คงรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากถึงแม้จะผ่านมานานนับร้อยปีแล้วก็ตาม



เดินออกมาจากจุดนัดหมาย ไม่ไกลเท่าไหร่ จะเป็นแยก ระหว่างเจริญกรุง-สี่พระยา ซึ่งในอดีต ช่วงร้อยปีที่ผ่านมา ก็มีความเจริญ มาแต่เก่าก่อนแล้วครับ





จากสี่พระยา เดินเท้ากันมาที่ ศุลกากรสถาน มาตามตรอกนี้ครับ....




ด้านหน้าริมน้ำเจ้าพระยา เป็นมุมยอดฮิต ปัจจุบัน เป็นที่ทำการสถานีดับเพลิงบางรัก


ต่อจากนั้น ก็เดินต่อไปไปรษณีย์กลาง ผ่านสถานทูตฝรั่งเศส แวะถ่ายรูปหน้าประตูกันหน่อยครับ...






ไปรษณีย์กลาง


ตอนนี้จะเข้าสถานที่สำคัญ ซึ่งเข้าไม่ง่ายนักครับสำหรับบุคลทั่วไป คือ สถานทูตโปรตุเกส


ประตูทางเข้าสถานทูต คณะชมรมพิพิธสยาม ได้รับโอกาสในการชม....

 

กิจกรรมในครั้งนี้เราได้รับความกรุณาจากทางโรงแรมรอยัลออคิด เชอราตันและพันธมิตรในย่านเขตสัมพันธวงศ์ เขตบางรัก เปิดโอกาสให้กับชมรมพิพิธสยามได้นำผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญๆ ในครั้งนี้สองสถานที่ไฮไลต์คือ

๑.สถานทูตโปรตุเกส

๒.โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน

ซึ่งโดยทั่วไปหาโอกาสน้อยมากที่จะเปิดต้อนรับให้กับผู้ที่สนใจขนาดนี้ ในส่วนของสถานทูตโปรตุเกสคุณแอนนาซึ่งท่านเป็นเลขาท่านทูตได้ให้เกียรติต้อนรับคณะพร้อมเจ้าหน้าที่อีกหนึ่งท่านซึ่งต้องของประทานอภัยที่จำชื่อเธอไม่ได้ คุณแอนนาได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ภายในสถานทูตเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงโปรตุเกส และมีคุณกิ๊กเจ้าหน้าที่ของทางโรงแรมรอยัลออคิด แปลในรายละเอียดให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับฟัง เราได้ร่วมชื่นชมบรรยากาศอันร่มรื่นของภายในสถานทูตกันประมาณกว่าครึ่งชั่วโมง คุณแอนนาได้แนะนำอาคารสถานทูตซึ่งปัจจุบันเป็นที่พำนักของท่านทูต ลักษณะของอาคารเป็นลักษณะสถาปัตยกรรมการก่อสร้างแบบโคโลเนียล ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น ๑๕ ปี เมื่อหมดข้อซักถาม ได้ขอโอกาสถ่ายภาพหมู่ร่วมกันหน้าอาคารสถานทูต 



ในสถานทูตได้รับการต้อนรับอย่างดี....พร้อมชมบรรยากาศรอบๆ 





ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

 

จากนั้นร่ำลากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดินเท้าต่อมายังโรงแรมรอยัลออคิด เชอราตัน ไปสู่ห้องริเวอร์ไซต์ ๕ ภายในห้องจัดกิจกรรมเสวนา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนโดยมี คุณสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ อดีตผู้อำนวยการเขตบางรัก ปัจจุบันเป็น รองผอ.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และคุณธีรนันท์ ช่วงพิชิต กรรมการชมรมสยามทัศน์และที่ปรึกษาชมรมพิพิธสยาม ร่วมเสวนา โดยมีคุณนัทธ์ นัดกระโทก เป็นผู้ดำเนินรายการ แต่ก่อนที่จะเริ่มการเสวนา มีการแสดงเล็กๆน้อยๆ จากน้องๆ โรงเรียนกุหลาวิทยา พร้อมกันนั้นภายในห้องริเวอร์ไซต์ ๕ ยังมีการตั้งบูธออกร้านแนะนำอาหารขนมไทย ของดีของแต่ละที่ ที่พันธมิตรที่ร่วมมือจัดงานในครั้งนี้นำมาเสนอให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับชมรมแบบ Exclusive 




จบการเสวนาคุณกนกนาฎ สุทธศิริ Director of Human Resources ของโรงแรมรอยัลออคิด เชอราตัน ได้เปิดพื้นที่ของโรงแรมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เยี่ยมชมเป็นกรณีพิเศษ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สัมผัสบรรยากาศที่สวยงามในห้องพักชั้นบนสุดที่กษัตริย์จิ๊กมี่ แห่งภูฏาณเคยมาประทับ พร้อมชมวิวทิวทัศน์สองฝั่งโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุดเท่าที่มีโอกาสได้เห็นกัน จากนั้นลงมาสู่บริเวณ Garden Pool สระน้ำที่พักผ่อนของนักท่องเที่ยว ชมต้นโพธิ์ต้นใหญ่ที่มีอายุกว่า ๑๐๐ ปี จากนั้นถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกันก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน 







อัลบั้มภาพบรรยากาศอีกหลายร้อยภาพ เพิ่มเติมมากมาย ดูได้ที่ลิ้งก์นี้เลยครับ.... 

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151119870884837.463689.561609836&type=3&fb_source=message

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150986620177522.411998.734717521&type=1&fb_source=message

 

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เราได้เรียนรู้ในเรื่องราวของการพัฒนาประเทศให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศเพื่อเตรียมพร้อมกับการเข้ามาของชาติตะวันตก และประวัติศาสตร์ของทั้งการเริ่มต้นของคลองคูเมืองเส้นใหม่คือคลองผดุงกรุงเกษม และสถานที่สำคัญๆ ที่ตระหง่านผ่านกาลเวลามาจนถึงปัจจุบันให้เราได้เรียนรู้เหตุการณ์สำคัญๆ ต่างๆ ผ่านอนุสรณ์แห่งกาลเวลา เมื่อฝรั่งเข้าเมืองสยาม และเมื่อเมืองสยามได้ประสบวิกฤตการณ์จากฝรั่ง และในวันนี้สยามก็ยังจะพยายามละทิ้งความเป็นอัตลักษณ์ของตัวเองที่มองว่าเชยล้าสมัยไปเป็นฝรั่ง ในขณะที่ฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทยมาดูความเป็นไทย รากเหง้ามีความจำเป็นมั้ยที่ต้องเก็บรักษาหรือจะตัดทิ้งให้สูญสิ้นไป สิ้นสุดศิลปวัฒนธรรมไทย เพราะอยากจะเป็นแบบฝรั่ง ทั้งๆที่พระพุทธเจ้าหลวงทรงไถ่ประเทศจากฝรั่งมาเพื่อรักษาความเป็นเอกราชมาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ประเทศเราในปัจจุบันไม่ได้เป็นเมืองขึ้นใครแต่คนในปัจจุบันก็ถวิลหาอยากให้เป็นเมืองขึ้นตามค่านิยมตะวันตกที่ครอบงำความคิด และการดำเนินจนลืมวิถีและรากเหง้าของตัวเองไป

 

และต้องขอขอบพระคุณอย่างสูงสุดอีกคำรบที่กิจกรรมในครั้งนี้สำหรับลุล่วงไปได้ด้วยดี ด้วยสาระที่น่าสนใจทางประวัติศาสตร์ในอดีตซึ่งได้รับความกรุณาจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่นานๆ เราจะได้รับโอกาสจากท่านที่โคจรมารวมกันในงานนี้ถึง ๓ ท่าน และเป็นกำไรสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มากๆ ซึ่งได้แก่

๑.คุณธีรนันท์ ช่วงพิชิต

๒.คุณสุดารา สุจฉายา

๓.อ.จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา

ขอขอบพระคุณพี่ๆ ทั้ง ๓ อย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ครับ ที่ทำให้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สมบูรณ์และเติมเต็มครบถ้วนเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ไทย



แนะนำเครือข่ายท่องเที่ยว เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ที่มีประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับกิจกรรมทางด้านนี้โดยตรง “ชมรมพิพิธสยาม” ตามลิ้งก์ https://www.facebook.com/PhiphithSiam





โดย ชมวิวทิวทัศน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net