วันที่ อังคาร สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สมเด็จพระนเรศวรฯ ในประวัติศาสตร์ไทใหญ่





โดยความประทับใจแห่งรอบปีที่ผ่านมา ในชีวิตการเดินทางท่องเที่ยวของเราที่ต้องบันทึก
ไว้ในความทรงจำตลอดไป คือการเดินทางผ่านชายแดนไทยทางภาคเหนือ ตะเข็บชายแดน
ของปางมะผ้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านขุนเขาท้องถิ่นทุรกันดาร ไปตามลูกดอยสลับซับซ้อน
ข้ามไปเข้าสู่เขตแดนแห่งรัฐฉาน ประเทศพม่าหรือเมียนม่า ที่ต้องใช้ความสามารถส่วนตัว
เพื่อเดินทางไปยังดอยไตแลง ที่ตั้งของหน่วยกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ (SSA-Shan State Army)
ภายใต้การนำของพันเอกเจ้ายอดศึก ที่เราถือว่าเค้าเป็น"พระเอกในดวงใจ"ของเรามาแสนนาน
ที่จะได้สัมผัสกับ"ตัวจริง-เสียงจริง"นักต่อสู้ในสนามชีวิตในครั้งนี้ ประทับใจยิ่งกว่าได้พบดาราใดๆ
และ ในฐานะวีรบุรุษแห่งบ้านพี่-เมืองน้องจริงๆ ในอดีตแต่เดิมมา ที่มีความผูกพันธุ์อย่างดี
ตลอดชายแดนไทยด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปจนถึงเชียวดาว ฝาง และ แม่สายเชียงราย





การเดินทางข้ามแดนไปยังถิ่นต้องห้ามของรัฐบาลพม่าในช่วงปีที่แล้ว ที่ต้องเสี่ยงต่อการ
ถูกแบรคลีสต์ของรัฐบาล โดยต้องส่งสื่อประสานงานกันล่วงหน้า โดยเพื่อนของเราคนหนึ่ง
ที่มีสัมพันธุ์ภาพอันดีกับกองกำลังนี้ ผ่านเสนาธิการฝ่ายทหารของ SSA ที่ต้องแจ้งรายละเอียด
จำนวนรถ และ จำนวนคน พร้อมสิ่งของที่คณะเรานำไปช่วยเหลือ กับเด็กกำพร้าของไทใหญ่
ที่พ่อ-แม่ เสียชีวิตระหว่างการสู้รบป้องกันเอกราช และ ท้องถิ่นที่เคยเป็นของรัฐฉานในอดีต
ที่มีจำนวนมากกว่า 200 คน ในความดูแลของกองกำลังนี้



ในช่วงที่เราและคณะไปในต้นฝนที่ฐานที่มั่นแห่งนี้ได้ผ่านการโจมตีจากทหารรัฐบาล
ไปไม่นานแม้จะได้รับความเสียหายไปพอควร แต่ก็ยังคงรักษาฐานแห่งนี้ไว้ได้
โดยคณะเราได้รับการยืนยันจากกองกำลังแห่งนี้ว่า ได้รับบารมีคุ้มครองจาก..
"สมเด็จพระนเรศวรมหาราช"ที่ได้สร้างอนุสาวรีย์บูชาไว้ ณ หน้าฐานกองกำลังแห่งนี้
ได้เห็นภาพการบวงสรวงบูชาไหว้ศาลสมเด็จพระนเรศวรฯ ที่ฐานเนินกองคาของทหารไทใหญ่
และได้เห็นหนุ่มน้อยทหารไทใหญ่ต่างมีเหรียญทองแดงรมดำรูปสมเด็จพระนเรศวรฯ
แขวนเชือกป่านห้อยคอเป็น "ของขลัง" ประจำตัวนั้น ถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจยิ่ง ว่าเหตุใด
ชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะทหารไทใหญ่ จึงได้เคารพนับถือสมเด็จพระนเรศวรฯ บุรพกษัตริย์
นักรบไทยอย่างหนักแน่นมั่นคงเช่นนี้...



พันเอกเจ้ายอดศึกผู้นำกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ยุคปัจจุบัน ตอบคำถามสั้นๆ ถึงที่มาทาง
ประวัติศาสตร์อันทำให้ทหารไทใหญ่นับถือสมเด็จพระนเรศวรฯ อย่างที่สุดว่า..
"พระนเรศวรฯ กับเจ้าคำก่ายน้อยเจ้าฟ้าของไทใหญ่ ท่านเป็นเพื่อนกัน มีจุดมุ่งหมายเหมือนกัน
คือต้องการรบพม่า ต้องการขับไล่พม่าออกจากแผ่นดินไทยและแผ่นดินไทใหญ่ คนไทใหญ่
ถือว่าถ้าพระนเรศวรฯ ยังอยู่ ไทใหญ่จะไม่ลำบากอย่างนี้ เพราะท่านมีนโยบายปราบพม่าให้หมดสิ้น
คนไทใหญ่ทุกคนรู้เรื่องนี้ ผมศึกษาประวัติศาสตร์ ได้รู้ และเชื่อถือมาก ทหารไทใหญ่ทุกคนเชื่อ
เพราะรู้ประวัติศาสตร์ ผมอธิบายให้ฟังทุกคน"

เราได้รับเหรียญที่ภาคภูมิใจจากมือวีรบุรุษเจ้ายอดศึก คือเหรียญสมเด็จพระนเรศวรของกองกำลังฯ
เราได้มีโอกาศรับฟังคำชี้แจงจาก ร้อยเอกจายกอน ซึ่งรับผิดชอบควบคุมดูแลฐานด้านหน้าเล่าให้ฟังว่า
ในปีก่อนช่วงการสู้รบครั้งนี้ สื่อมวลชนไทยและสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งทั้งเอพี รอยเตอร์ บีบีซี
ได้มีโอกาสขึ้นไปยอดดอยไตแลง ที่ตั้งของกองบัญชาการสูงสุดกองทัพ SSA และได้เข้าไปจนถึง
"หน้าศึก" หรือ "จุดสู้รบ" บริเวณฐานป่าไม้ และฐานเนินกองคา ซึ่งไม่กี่วันก่อนคือสนามรบอันดุเดือด
มีทหารว้าแดงขึ้นมาตายนับร้อยศพ และทางว้าแดงกับพม่าเพิ่งใช้ปืน ค. ขนาดต่างๆยิงถล่ม
บางวันมากมายหลายพันลูก ลูกปืนใหญ่ตกทั่วไปหมด  การรบยืดเยื้ออยู่เป็นเดือน
ร้อยเอกจายกอนยังยืนยันด้วยความมั่นใจ "เป็นไปไม่ได้ที่ดอยไตแลงจะแตก ไม่มีทางที่เขาจะยึดได้"
เขาเล่าว่าที่ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้ทหารไทใหญ่ สามารถต่อสู้อย่างอดทนเข้มแข็ง
มาได้ยาวนานหลายสิบปีอย่างนี้ ร้อยเอกจายกอนยิ้มสดใส หยิบเหรียญทองแดงรมดำให้ดูและบอกว่า
ขุนศึกต้องมีพระดี แต่ "ของดี" สำคัญที่สุดที่คุ้มครองทหารไทใหญ่ให้มั่นใจและปลอดภัยกัน
ทั่วทุกคนก็คือ "เหรียญสมเด็จพระนเรศวรฯ"



และอีกหนึ่งความประทับใจของเราและคณะครั้งนี้ ก็คือการได้นำอุปกรณ์การสอนการเรียน
และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ไปมอบให้กับเด็กกำพร้าเหล่านี้ ที่พ่อ-แม่ พี่น้อง ต้องล้มตายจากไป
ด้วยการต่อสู้ที่ผ่านมา บางคนยังเรียนหนังสืออยู่ บางคนโตแล้วก็ทำงานช่วยฐานเป็นครูสอน
เป็นทหารพยาบาล ผู้หญิงบางคนต้องทำอาหาร และ ต้องจับอาวุธช่วยเป็นกองกำลังหญิงด้วย
การช่วยเหลือจากภายนอกก็ไม่เพียงพอ และ เข้าไปถึงได้ไม่ง่ายนัก โดยสภาพที่ต้องผ่านถิ่นธุรกันดาร
และผ่านกองกำลังระหว่างทาง ที่ชีวิตต้องวางไว้บนเส้นด้าย ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้ครับ.



เราในนามของกลุ่ม LANNA LANDROVER CLUB ตั้งใจกันไว้ว่าจะเดินทางไปเยือน
และนำส่งของไปให้ความช่วยเหลือในปีนี้อีกสักครั้งหนึ่ง ก็เกริ่นฝากแรงศรัทธานี้ไว้
ณ บล๊อกเกอร์ OKNATION ทุกท่านที่จะร่วมสมทบ หรือ ร่วมเดินทางลุยๆไปกับเราด้วย
ก็ติดต่อแจ้งความประสงค์ไว้ล่วงหน้ากันได้โดยตรงที่เรา.. intanoncoffee@hotmail.com


ด้วยขอบพระคุณ ปรารภ ประภาลักษณ์
 http://www.facebook.com/profile.php?id=100001152050183

โดย cm_coffee

 

กลับไปที่ www.oknation.net