วันที่ พุธ สิงหาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิญญาณต้องการศาสนา


วิญญาณต้องการศาสนา

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

เมื่อลัทธิคอมมิวนิสต์เกิดขึ้นในฐานะปฏิกิริยาตอบโต้ลัทธิทุนนิยมเสรีที่เอารัดเอาเปรียบคนยากไร้ ลัทธิคอมมิวนิสต์ถือว่า “ศาสนาเป็นยาเสพติด” อย่างหนึ่ง ซึ่งชนชั้นผู้ปกครองใช้มอมเมาประชาชนให้ยอมจำนนต่อชะตากรรมหรือยอมถูกเอารัดเอาเปรียบ

ด้วยเหตุนี้เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์โค่นอำนาจการปกครองระบอบทุนนิยมในประเทศใดได้ สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือ การปฏิวัติทางวัฒนธรรมที่มีรากฐานมาจากศาสนา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เมื่อยึดอำนาจได้แล้ว สัญลักษณ์ของศาสนาจึงถูกทำลายหรือไม่ก็ถูกนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมตามอุดมการณ์วัตถุนิยมของตน

วัด โบสถ์ และมัสยิดอันเป็นศูนย์รวมทางด้านจิตวิญญาณของประชาชนถูกเปลี่ยนเป็นสโมสร สำนักงานหรือศาลาประชาคมในท้องถิ่น

บุคลากรทางศาสนา ไม่ว่าพระสงฆ์ นักบวช บาทหลวง ถูกลัทธิคอมมิวนิสต์มองว่าเป็นบุคคลที่เอาเปรียบสังคม เพราะไม่ได้สร้างผลผลิตทางวัตถุให้แก่สังคม จึงถูกบังคับให้มาทำงานเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองและสังคมเหมือนคนอื่นทั่วไป

เมื่อขาดสถานที่และบุคลากรทางด้านศาสนา ชาวโลกจึงคิดว่าศาสนาจะสูญสิ้นไปจากสังคมหรือรัฐที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์

แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึงร้อยปีหลังจากที่ลัทธิคอมมิวนิสต์รุ่งเรือง ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้มนุษย์ได้เห็นแล้วว่าลัทธิคอมมิวนิสต์ต่างหากที่ล่มสลายไป หรือหากยังมีอยู่ก็ต้องปรับอุดมการณ์สุดโต่งของตนเองให้สอดคล้องกับธรรมชาติแห่งความเป็นจริงของมนุษย์ที่มิได้มีแค่เพียงร่างกายที่ต้องการอาหารเพียงอย่างเดียว แต่มนุษย์ยังมีชีวิตทางด้านวิญญาณที่ต้องการศาสนาด้วย

อิสลามเข้าไปในแผ่นดินจีนไม่นานหลังจากที่นบีมุฮัมมัดเริ่มเผยแผ่อิสลามในแผ่นดินอาหรับ ในตอนเป็นหนุ่ม ท่านนบีมุฮัมมัดเป็นพ่อค้าที่เคยเดินทางไปค้าขายยังชามหรือซีเรียซึ่งในตอนนั้นเป็นดินแดนภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันไบแซนตินและเป็นตลาดบนเส้นทางสายไหม เมื่อเห็นสินค้าจากจีน ท่านนบีรู้ทันทีว่าจีนเป็นแหล่งอารยธรรม ดังนั้น ท่านจึงแนะนำสาวกของท่านในเวลานั้นว่า “จงศึกษาหาความรู้ แม้ว่าจะต้องไปไกลถึงเมืองจีน”

หลังจากท่านนบีมุฮัมมัดเสียชีวิตไม่กี่สิบปี สาวกของท่านก็ไปถึงเมืองจีนตามคำแนะนำของท่านและนำเอาอิสลามไปฝังรากไว้ที่นั่นด้วย และตรงไหนที่ความศรัทธาของอิสลามฝังรากแล้ว มันจะยืนยงมั่นคงตลอดไป

แม้มุสลิมในจีนจะได้รับผลกระทบจากการปฏิวัติทางวัฒนธรรมของลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่หลักการปฏิบัติศาสนกิจขั้นพื้นฐาน 5 ประการของอิสลามยังคงดำรงอยู่

การยืนยันด้วยวาจาว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺองค์เดียวและมุฮัมมัดคือศาสนทูตของอัลลอฮฺซึ่งเป็นหลักปฏิบัติข้อแรกเป็นสิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์ไม่สามารถทำลายออกไปจากหัวใจของมุสลิม

แม้ไม่มีมัสยิดใช้เป็นสถานที่ละหมาดแสดงความเคารพสักการะพระเจ้าร่วมกันวันละห้าเวลา แต่มุสลิมยังคงสามารถละหมาดที่บ้านของตัวเองได้โดยไม่กระทบเวลาทำงาน

การถือศีลอดก็ไม่มีพิธีรีตองใดๆในขณะที่ต้องทำงาน มิหนำซ้ำยังเป็นการประหยัดข้าวมื้อกลางวันได้อีกหนึ่งมื้อ

การจ่ายซะกาตก็ไม่จำเป็นต้องทำในเมื่อไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน

ส่วนเรื่องไปทำฮัจญ์ที่นครมักก๊ะฮฺก็เช่นกัน ใครไม่มีเงินพอที่จะไปก็ไม่จำเป็นต้องไป หากมีเจตนาว่าจะไป แต่มิได้ไปจนกระทั่งตาย พระเจ้าก็นับว่าคนผู้นั้นได้ไปทำพิธีฮัจญ์แล้ว

คาร์ล มาร์กซ ชาวยิวเจ้าลัทธิคอมมิวนิสต์ตีความประวัติศาสตร์มนุษยชาติอย่างผิดๆว่า มนุษย์ต่อสู้กันเพื่อผลประโยชน์ทางวัตถุเพียงอย่างเดียว เขามองศาสนาว่าเป็นเพียงเครื่องมือรับใช้ในการกดขี่ขูดรีดของผู้ปกครองโดยไม่ได้วิเคราะห์การต่อสู้ของบรรดาศาสดามากมายในอดีต เขาลืมไปว่าโลกแห่งกายภาพหรือโลกแห่งฟิสิกส์ต่างหากที่ถูกควบคุมโดยโลกที่เหนือวัตถุ (Metaphysic)

วันนี้โลกได้เห็นการล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์แล้ว แม้สหภาพโซเวียตจะแตกสลายออกเป็นประเทศต่างๆ แต่ปัจจุบัน ศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์กลับฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งและได้รับความเคารพจากผู้นำประเทศ ส่วนสหรัฐอเมริกาขณะนี้มีสภาพเหมือนในตอนที่พวกยิวในพรรคบอลเชวิคกำลังจะปฏิวัติรัสเซีย

ปัจจุบันมุสลิมในประเทศจีนมีเสรีภาพทางศาสนามากขึ้น มัสยิดหลายพันแห่งที่เงียบเหงาจากการทำกิจกรรมทางศาสนาได้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง มุสลิมชาวจีนมีฐานะดีขึ้นและมีโอกาสไปทำฮัจญ์มากขึ้น สินค้าจีนเต็มตลาดเมืองมักก๊ะฮฺในช่วงเทศกาลฮัจญ์และความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับโลกอาหรับโดยเฉพาะทางด้านการค้ามีมากขึ้น เพราะจีนต้องการน้ำมันสำหรับหล่อเลี้ยงโรงงานอุตสาหกรรมของตน

ตราบใดที่มนุษย์ยังมีวิญญาณ ตราบนั้นวิญญาณของมนุษย์ยังคงต้องการศาสนาและพร้อมพลีชีพของตนเพื่อให้ศาสนาคงอยู่

โดย โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม

 

กลับไปที่ www.oknation.net