วันที่ เสาร์ กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Switzerland & Paris: Day 1 (Morning) @Zurich (ซูริค)


สวัสดีเช้าวันเสาร์ตอนใกล้เที่ยงมายังทุกท่านนะคะ

วันนี้พอมีเวลาจึงขอมาเล่าทริปเที่ยวต่อจากครั้งก่อนนะคะ หากท่านใดสนใจติดตามความเดิมของการวางแผนเดินทาง สามารถเข้าไปอ่านจาก link นี้นะ... http://www.oknation.net/blog/BlackTulip/2012/08/28/entry-2

 

Day 1: (6 กค. ) วันแรกของเดินทาง

21.00 น. เวลาที่พวกเราทั้ง 4 คนนัดเจอที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเข้าเช็คอินพร้อมๆ กัน และเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรายังมีเวลาพอสมควรกับการที่จะเข้าไปใช้บริการเลาจน์ของการบินไทย ซึ่งพวกเราใด้สิทธิ์นั้น "ฟรี”  เพียงแค่โชว์บัตรเครดิตที่ร่วมให้บริการใช้เลาจน์การบินไทย (กรณีเดินทางต่างประเทศปีละ 2 ครั้ง) + Boarding Pass ให้เจ้าหน้าที่ที่เคาเตอร์เลจน์ของการบินไทยแล้วเค้าจะดำเนินการเรื่องเอกสารเซ็นต์รับรองตามขั้นตอน หลังจากได้รับอนุญาตเรียบร้อยเราจึงเริ่มเข้าไปจับจองที่นั่งตามสะดวกและมองหาอาหารอร่อยๆ ทานจนอิ่มหน่ำสำราญจนใกล้เวลาขึ้นเครื่อง...

00.30 น เครื่องบิน TG970 นำพาพวกเราทยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ท่ามกลางความมืดมิดไร้ซึ่งแสงดวงดาว  ไม่นานนักก็มีสาวสวยของสายการบินไทยเริ่มออกมาให้บริการทั้งอาหารและเครื่องดื่มสลับกับการชมรายการภาพยนตร์บันเทิงตามหน้าจอทีวีส่วนตัวของแต่ละคนจนในที่สุดทุกคนก็เผลอหลับไป... ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ หลายชั่วโมงทีเดียว นักบินก็เริ่มประกาศว่าใกล้เวลาเครื่องจะลงที่สนามบินซูริคแล้ว... พวกเราทุกคนก็เริ่มตื่นนอนและตื่นเต้นที่จะได้เห็นสวิสขึ้นมาทันที เพราะนั่นคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะมีโอกาสมาเที่ยวที่นี่สักครั้ง...

 

 

 

 

 แสงแรกของเช้าวันใหม่บนท้องฟ้าที่ใกล้เขตแดนประเทศสวิสเซอร์แลนด์...

 

 

 

แก๊งค์ F 4 ขอรายงานตัวก่อนพาท่องเทียวไปด้วยกันนะคะ...

 

ก้าวแรก ณ เมืองซูริค (Zurich) นั่นคือจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวของเรา...

ทันที TG970 ก็นำพาพวกเรามาถึงยัง Zurich International Airport ของเมืองซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ความประทับใจของพวกเราเริ่มต้นตั้งแต่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่มีความเป็นกันเองและทักทายด้วยคำว่า “สวัสดีครับ” ซึ่งหน้าตาหนุ่มตรวจคนเข้าเมืองคนนั้นเป็นคนสวิสชัดๆ... แต่ไฉนเค้าสามารถทักทายเราด้วยคำว่า “สวัสดี” ได้... (สงสัยคนไทยคงเข้ามาเที่ยวกันเยอะ เค้าเลยต้องหัดพูดและไว้คอยทักทายนักท่องเที่ยวด้วยภาษาของชาตินั้นๆ)  ส่วนพวกเราก็ก้อทักทายตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มแบบเพิ่งตื่นนอน พร้อมคำว่าสวัสดีค่ะเช่นกัน... หลังจากผ่านด่านตรวจฯ มาแล้ว เป้าหมายถัดไปของเราคือหาสถานนีรถไฟจากสถานีที่จะนำพาพวกเราย้ายจากสนามบินไปยังสถานีรถไฟในตัวเมืองซูริค… และพอมาถึงสถานีรถไฟซูริค (Swiss Hub) จุดที่พวกเราจะต้องไปเป็นจุดแรกคือ Information Center เพื่อขอแผนที่ท่องเที่ยวและเส้นทางรถไฟและรถต่างๆ สำหรับการท่องเที่ยวของเรา...

 

ภายในสนามบินหลังลงจากเครื่อง

 

ภายในสนามบิน

 

เดินลากกระเป๋า เพื่อมารอขึ้นรถไฟที่ชานชลาใต้ดิน เพื่อมุ่งหน้าจากสนามบินไปยังสถานีในเมืองซูริค

 

 กระเป๋าแต่ละใบหนักไม่เบาเลยนะจะบอกให้ ส่วนมากนั้นหอบของกินไปจากเมืองไทยไปด้วย สงสัยกลัวอดกัน :-)  

 

 เย้ย!  พวกเรามาถึงยังสถานีซูริคแล้ว... ผู้คนมากมาย!

 

"นางฟ้า" (Guardian Angel) เป็นสัญลักษณ์ที่ใครมาแล้วจะต้องถ่ายรูปด้วย มิเช่นนั้นเหมือนมาไม่ถึงซูริค (ผลงานของ Niki de Saint Phalles)

 

 เดินหา Information Center ภายในสนานีรถไฟซูริคเพื่อขอแผนที่ท่องเที่ยวและเส้นทางเดินรถ

 

ขณะเดินผ่านร้านกาแฟภายในสถานีรถไฟซูริค...

 

ฝั่งตรงข้าม หน้าสถานีรถไฟซูริค สัญลักษณ์หลักของเมืองเช่นกัน

 

ด้านหน้าสถานีรถไฟซูริค

 

เส้นทางรถรางในตัวเมืองซูริค

 

จุดเริ่มต้นที่เราจะนั่งรถรางไปยังที่พัก คือถนนแห่งนี้ที่ชื่อว่าถนนบาห์นฮอฟ (Bahnhofstrasse)  

ถนนบาห์ฮอฟ (Bahnhofstrasse) เป็นถนนสายช้อปปิ้งหลักของเมืองซูริค ตัดจากอนุสาวรีย์หน้าสถานีรถไฟตรงไปยังทะเลสาบซูริค มีร้านค้าชั้นนำและห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่เรียงรายตลอดสองฝั่ง ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน "ถนนที่แพงที่สุดในโลก" ด้วยร้านแฟล็กชิพ สินค้าแบรนด์เนมต่างๆ  มีร้านค้าจำหน่ายนาฬิกาชั่อดังมากมาย เช่น Rolex เป็นต้น มีสำนักงานและธนาคารหลายแห่งที่เรียงรายอยู่สองฟากถนน และถนนบาห์ฮอฟนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ซูริครุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ในฐานะศูนย์กลางการค้าขายและเศรษฐกิจของสวิสจนถึงปัจจุบัน

 

โรงแรมดังที่อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟ

 

Swiss Pass (ตั๋วเดินทางในสวิส)

...เราเลือกที่พักในเมืองซูริคคือ Youth Hostel  ( http://www.youthhostel.ch/en/hostels/zurich ) ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟซูริคประมาณ 15 นาที สามารถเดินทางไปโดยรถรางโดยใช้ Swiss Pass ที่ซื้อมาจากเมืองไทย และ Swiss Pass นี้แหละที่ใช้เดินทางทั้งรถไฟ รถรางและการลงเรือเที่ยวระหว่างอยู่ในสวิส สำหรับการล่องเรือบางแห่งเราใช้ Swiss Pass ได้แค่เป็นส่วนลดในการซื้อตั๋วได้เท่านั้น ซึ่งก็คุ้มกว่าการมาซื้อตั๋วจากที่นี่โดยตรง...

Youth Hostel ราคาห้องไม่ถูกและไม่แพงจนเกินไป ซึ่งราคาห้องพักจะรวมอาหารเช้าแล้ว สภาพห้องพักอยู่ในเกณฑ์ดีตามราคา มีลักษณะคล้ายหอพัก เราจองแบบ 4 คน 1 ห้อง เราก็เลยได้เตียง 2 ชั้น 2 หลัง การมาพักที่นี่เป็นการแนะนำของน้องที่ทำงานที่เค้าเคยมาพักเมื่อปีที่แล้ว เค้าบอกว่าสะอาดและสะดวกมาก  สำหรับพวกเราแล้วถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้มาพักโรงแรมแบบนี้ในต่างประเทศ^^  ผู้คนที่เข้ามาพักส่วนใหญ่นั้นเป็นกลุ่มเยาวชน ส่วนนักท่องเที่ยวทั่วไปก็มีเข้ามาพักอยู่สม่ำเสมอเช่นกัน... สิ่งสำคัญของที่นี่ก็คือการให้บริการตัวเองหรือที่เรียกกันว่า Self Service โดยเริ่มตั้งแต่การใส่ปลอกหมอน ปลอกที่นอน และปลอกผ้าห่มด้วยตัวเอง ครั้นและเมื่อถึงเวลาเช็คเอ้าท์ออกไป ทุกคนจะต้องถอดปลอกหมอน ผ้าห่มทั้งหมดออกแล้วหอบลงไว้ที่ชั้น 1 หน้าลิฟส์ให้เค้าด้วย  สำหรับอาหารเช้าเราสามารถเลือกทานได้ทุกอย่างตามที่จัดเตรียมไว้ให้ แต่เมื่อทานเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยมารยาทของที่นี่ที่ทุกคนมาพักจะต้องรู้กันก็คือ จะต้องเก็บจานของตัวเองไปไว้ยังที่วางจานให้เรียบร้อย ทำให้ได้บรรยากาศการเที่ยวอีกแบบการมาพักอยู่โรงเรียนประจำเลยทีเดียว @^_^@

สิ่งที่สำคัญของที่นี่คือเค้ามี Internet Free Wi-Fi ไว้คอยให้บริการด้านล่างด้วย  ซึ่งโรงแรมบางแห่งในสวิสนั้นจะต้องจ่ายตังค์เป็นรายชั่วโมง...

 

Swiss Youth Hostel.... ที่พักของเรา 2 คืนที่เมืองซูริค ...สะดวกสบายและปลอดภัย

 

บรรยากาศล็อบบี้ของ Youth Hostel, Zurich มี Free WiFi Internet และที่นั่งเล่นสะดวกสบาย

 

ถ่ายจากบนรถรางที่จะไปที่พัก

 

ก่อนอื่น ขอแนะนำเมืองซูริคเล็กน้อยก่อนนำเที่ยวต่อไป...

 

ซูริค (Zurich) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญอันดับหนึ่งในทางเศรษฐกิจของสวิสเซอร์แลนด์ ...ทำให้หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเมืองหลวง  แท้จริงแล้วเมืองหลวงนั้นชื่อ "เมืองเบริ์น (Bern)"  แต่เมืองซูริคนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางท่องเที่ยวสู่ภูมิภาคต่างๆ ของสวิสเซอร์แลนด์เพราะเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและมีสถานีรถไฟกลางหัวใจสำหรับเชื่อมต่อไปยังเมืองต่างๆ ด้วย...

เมืองซูริคมีทำเลที่ตั้งอันงดงามอยู่ริมทะเลสาบซูริค (Lake Zurich) ครอบคลุมตั้งแต่เมืองซูริคเรื่อยไปจนถึงแคนตอนซังต์กัลเลน โดยมีแม่น้ำลิมมัติ (Limmat) ไหลผ่าน และยังเคยเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มานานกว่า 7000 ปีทีเดียว  โดยยุคโรมันนั้นรุ่งเรืองมากเนื่องจากการการขนส่งสินค้าจะต้องผ่านด่านเก็บภาษีที่ผ่านแม่น้ำลิมมัติแห่งนี้  พอมายุคกลางเริ่มมีความสำคัญด้วยการเป็นศูนย์กลางการค้าของยุโรปตอนกลาง และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการเงินการธนาคารของโลกทีเดียว...

 

 

 

แม่น้ำลิมมัติ (Limmat)

หลายคนแนะนำให้เดินเล่นเลียบแม่น้ำลิมมัติ (Limmat) ช่วงยามเย็นเพราะจะได้บรรยากาศที่โรแมนติกมากๆ ของทิวทัศน์ริมแม่น้ำแห่งนี้จะเสมือนว่าจะสะกดทุกคนให้เคลิบเคลิ้มหลงใหลไปกับบรรยากาศ ด้วยเสียงน้ำไหลราวกับเสียงดนตรีขับกล่อมอันมีท่วงทำนองที่ธรรมชาติอย่างแผ่วเบาและสบายหูอย่างเหลือเกิน... แต่กลุ่มเราไม่มีเวลาจะได้เดินในช่วงเย็นจึงขอเดินแค่ช่วงสายๆ แทน

สองหอคอยคู่ด้านหน้า คือมหาวิหารโกรสมุนสเตอร์ (Grossmunster)

มหาวิหารโกรสมุนสเตอร์ (Grossmunster) เป็นสัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์แห่งเมืองซูริค  โดดเด่นด้วยหอคอยที่สูงตระหง่าน ภายในวิหารมีพระคัมภีร์โบราณและภาพเขียนผนังเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปบนหอคอยเพื่อชมเมืองซูริคจากมุมสูงได้ แค่เสียค่าผ่านประตูเพียงคนละ 2 ฟรังก์เท่านั้น

 

 

 

บนสะพานทางเดินข้ามและเดินเล่นของแม่น้ำลิมมัติ (Limmat) ในตัวเมืองซูริค... อากาศช่วงนี้ดีมาก ท้องฟ้าแจ่มใสจริงๆ แต่กล้องมือสมัครเล่นของพวกเราก็เก็บภาพมาได้แค่นี้ เพราะเป็นการถ่ายจากกล้อง Iphone 4s, กล้องซัมซุงธรรมดาและกล้อง Cannon ของเพื่อนๆ ที่อุตสาห์ถอยออกมาใหม่เพื่อการเที่ยวครั้งนี้โดยเฉพาะ...

 

 ภาพมุมตรงข้ามแม่น้ำ ของมหาวิหารโกรสมุนสเตอร์ (Grossmunster)

 

โรงแรมและร้านอาหารที่มีผู้คนมาทานค่อนข้างเยอะในวันนี้ เพราะอากาศดีมาก 

 

 

กิจกรรมตามเทศกาล "แข่งเรือผลักดันกันตกน้ำ" จริงๆ ไม่ทราบว่าเค้าเรียกว่าอะไรนะ แต่ก็แปลกตาดี และเห็นทุกคนสนุกสนานกันมากเมื่อเรืออีกลำพยายามดันคู่แข่งตกน้ำให้ได้...

 

จุดเด่นของสวิสอีกอย่างคือ ธงชาติสวิส เค้าจะติดไว้ตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วๆ ไป ซึ่งเราก็อดที่จะถ่ายเก็บไว้ไม่ได้เหมือนกัน

 

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของเยาวชน ที่นำคณะดุริยางค์มาเป่าขับกล่อมให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ฟังกันอย่างไพเราะทีเดียว

 

 

 

จากมุมสูงของจุดชมวิวเมืองซูริค 

 

 

 มหาวิหารโกรสมุนสเตอร์ (Grossmunster)

 

St.Peterskirche (St.Peter's Charch)

หากเราเดินเลียบแม่น้ำฝั่งตะวันตกโดยมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบ ระหว่างทางจะผ่านสถานที่ที่น่าสนใจสองแห่งคือ โบสถ์ St. Peter's ที่โบสถ์นี้มีนาฬิกาที่มีหน้าปัดที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวถึง 8.7 เมตร  

โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ St.Peterskirche (St.Peter's Charch) นี้สันนิษฐานว่าตัวโบสถ์หลังเก่าสร้างมาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 8 ต่อมามีการบูรณะปรับปรุงสองครั้งคือ ในศตวรรษที่ 13 ปี 1705 ตลอดยุคกลาง ด้านหลังหน้าต่างบนหลังคายอดแหลมของโบสถ์คือที่พักของยามรักษาการณ์ประจำเมือง ซึ่งจะคอยระแวดระวังภัยต่างๆ โดยเฉพาะไฟไหม้ โดยจะคอยมองมาจากหน้าต่างทุกๆ 15 นาที เพื่อเตือนก่อนเกิดเหตุร้าย ซึ่งหากเกิดเหตุนอกจากจะส่งเสียงเตือนแล้วยังจะมีการแขวนธงเป็นสัญญาณด้วย ตัวโบสถ์นั้นตั้งลึกเข้าไปในจัตุรัส St.Peterhofstatt สร้างตามสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ ที่หอคอยมีหน้าปัดนาฬิกาที่ว่ากันว่าเป็นหน้าปัดนาฬิกาของโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย 

 

ใกล้ๆ กันนั้นเป็นที่ตั้งของโบสถ์ Fraumunster ที่มีศิลปะกระจกที่สวยงามมาก และหากเรามาที่นี่ช่วงเวลาครบโมงยามพอดีเสียงระฆังจากโบสถ์ทั้งสอง รวมทั้งจากโบสถ์ที่ตั้งอยู่อีกฝั่งในระนาบเดียวกัน จะก้องกังวานพร้อมกันเป็นเสียงที่ฟังแล้วไพเราะและศักดิ์สิทธิ์ผสมอยู่ด้วยกันอย่างลงตัว 

มหาวิหารเฟรามุนสเตอร์ (Fraumunster)

 

มหาวิหารเฟรามุนสเตอร์ (Fraumunster) ตั้งอยู่เชิงสะพาน Munster ด้านตะวันตกของแม่น้ำลิมัต เป็นอาคารยุคโกธิกตกแต่งภายในด้วยกระจกสีขนาดใหญ่อย่างสวยงาม สร้างในศตวรรษที่ 9 และมาร์ก ชากาล ศิลปินเอกแห่งยุคศิลปะสมัยใหม่ได้ออกแบบทำกระจกสีประดับใหม่ในการบูรณะครั้งหลังสุดเมื่อศตวรรษที่ 20 นี่เอง 

 

 

 

 

 

 

 

 

เทศกาลการแสดงดนตรีของเยาวชนที่มีกลุ่มผู้ปกครองมาร่วมตบมือกันอย่างคึกคัก...

 

 นักดนตรีเดินผ่านมาพอดี

 

ขอพักถ่ายภาพกับผนังสวยๆ

 

  

 

ทางผ่านตึกที่สวยงาม ก่อนที่จะไปยังทะเลสาบซูริค (Lake Zurich) วันนี้เป็นวันเสาร์ประมาณเที่ยง... ถนนโล่งมากๆ เพราะคนส่วนใหญ่เค้าออกไปเที่ยวอาบแดดกันตามทะเลสาบ

 

ท่าเรือทะเลสาบซูริค...& เตรียมล่องเรือชมเมืองซูริค

 

 ท่าเรือทะเลสาบซูริค (Lake Zurich)

 

 

เก็บภาพระหว่างนั่งรอเรือเพื่อล่องชมวิว

 

เก็บภาพระหว่างล่องเรือ สามารถมองเห็นมหาวิหารโกรสมุนสเตอร์ได้อีกมุม

 

 ระหว่างล่องเรือชมเมืองซูริค

 

 เก็บภาพระหว่างล่องเรือ

 

เดินผ่านรถคู่แต่งงานก็เลยขอเก็บภาพซะหน่อย

 

พวกเรามีเวลาชมเมืองในซูริคจนถึงช่วงเที่ยง รวมทั้งการล่องเรือชมทิวทัศน์ของทางของแม่น้ำ Limmat แล้วและอยากจะชมพิพิธภัณฑ์เหลือเกิน แต่เผอิญว่าปิดให้บริการชั่วคราวซะงั้น

กลับมาที่จุดเริ่มต้นเดิมคือถนนบาห์นฮอฟ (Bahnhofstrasse)   

ถนนบาห์นฮอฟ (Bahnhofstrasse) แห่งนี้เป็นถนนชอปปิ้งที่มีร้านค้าขายสินค้ามียี่ห้อตั้งอยู่ตลอดสองข้างทาง ทุกร้านตกแต่งหน้าร้านกันอย่างสวยงาม ดึงดูดให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องหยุดแวะชมเลยทีเดียว และบางรายก็อดใจไม่ได้ที่จะต้องควักเงินในกระเป๋าออกมาซื้อของ ร้านขายของที่เห็นบ่อยที่สุดคือร้านนาฬิกา มีอยู่แทบทุกหัวมุมถนน สมกับที่สวิสฯ ขึ้นชื่อเป็นอันดับหนึ่งของโลกเรื่องนาฬิกา หากท่านมาเที่ยวที่นี่จะไม่ผิดหวังจริงๆ…

 

สำหรับกลุ่มเราใช้เวลาก็เดินดูของทั่วไปได้ไม่นานนัก เวลาก็เกือบบ่ายโมงแล้ว จึงตัดสินใจกันว่าเราย้ายเมืองไปเที่ยวที่ลูเซิร์น (Luzern) กันดีกว่าเพราะวันแรกของการเที่ยวยังไม่มีใครสนใจที่จะเดินซื้อของอะไร และวัตถุประสงค์หลักอีกอย่างก็คือ เพื่อวันรุ่งขึ้นจะได้ไปเที่ยวเมืองโลซานส์เต็มวัน จากนั้นพวกเราจึงตัดสินในเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองลูเซินส์กันต่อในช่วงบ่ายของวันแรกทันที โดยใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 45 นาที....

 

ชมบรรยากาศเพิ่มเติมจากคลิปวีดีโอที่เค้าถ่ายไว้...

 

ขอบคุณ youtube จาก

 

ติดตามทริปเมืองลูเซิร์น :

Switzerland & Paris: Day 1 (Afternoon) @Luzern (ลูเซิร์น) : 

http://www.oknation.net/blog/BlackTulip/2012/09/02/entry-2

 

 
 

โดย PhutaiKaowong

 

กลับไปที่ www.oknation.net