วันที่ เสาร์ กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทัวร์ตลาดที่อาร์กติกเซอร์เคิล


เส้นอาร์กติกเซอร์เคิลคือหนึ่งในเส้นสมมุติที่ลากรอบโลกในแนวนอน โดยบริเวณกึ่งกลางของโลกที่แบ่งโลกออกเป็นซีกโลกเหนือใต้ เราเรียกว่าเส้นศูนย์สูตร เพราะถือกันว่าที่นี่เป็นเส้นที่ 0 องศา เหนือเส้นนี้ขึ้นไป ก็นับเป็นองศาเหนือ ที่ต่ำกว่านี้ลงไป ก็เป็นเส้นองศาใต้ ฝรั่งเรียกเส้นพวกนี้ว่าละติจูด ส่วนไทยเรียกเส้นรุ้ง

เส้นอาร์กติกเซอร์เคิล ก็คือเส้นที่อยู่ที่  66 องศา 33 ลิปดา 44 ฟิลิปดาเหนือ ส่วนในซีกโลกใต้ เส้นที่ตำแหน่ง 66 องศา 33 ลิปดา 44 ฟิลิปดาใต้ เราก็เรียกมันว่า แอนตาร์กติกเซอร์เคิล บางทีเราก็เรียกเส้นทั้งสองว่า โพล่าร์เซอร์เคิล

การที่พวกมันมีชื่อเป็นพิเศษ ไม่เหมือนเส้นรุ้งที่องศาอื่นๆ เพราะที่เส้นอาร์กติกเซอร์เคิลและแอนตาร์กติกเซอร์เคิล เป็นตัวบ่งบอกจุดเหนือสุดและใต้สุดที่ในเวลา 1 ปี คนที่อยู่แถบนี้ มีโอกาสไม่พบกับพระอาทิตย์ขึ้นเลยอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือพระอาทิตย์ไม่ตกเลยเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

ในรัสเซีย มีเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และจริงๆแล้ว มันก็ถือว่าเป็นเมืองที่อยู่ใกล้เส้นโพล่าร์เซอร์เคิลมากที่สุดในโลก เมืองนี้ชื่อซาเลคาร์ด ( Salekhard ) แม้จะอยู่เสียเหนือสุดกู่ และหนาวเย็นจับจิต แต่เมืองนี้ก็ไม่ใช่เมืองกระจิบกระจอก เพราะมีสถานะเป็นถึงเมืองศูนย์กลางของเขตปกครองตนเอง ยามาลา – เนเน็ตสกี้ หรือ ยามาเลีย



ทั้งเขตปกครองมีประชากร 522,904 คน ( จากการสำรวจเมื่อปี 2010 ) คนพื้นเมืองของที่นี่ก็คือชาวเนเน็ตส์ ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่คนเชื้อสายรัสเซียที่นี่มีมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเมืองซาเลคาร์ดมีประชากร 42,494 คน และได้รับสถานะเป็นเมืองเมื่อปี 1938

เมืองซาเลคาร์ด อยู่ห่างจากทางใต้ของเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลแค่ราว 1 กิโลเมตรเท่านั้น และตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำออบ ( Ob )

ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นสุดทารุณ สภาพภูมิประเทศที่สุดแสนทุรกันดาร สมัยก่อน ที่นี่ถูกใช้เป็นที่กักกันนักโทษการเมืองและศาสนา

แม้ปัจจุบัน การคมนาคมติดต่อกับโลกภายนอก ถ้าเป็นหน้าหนาวก็จะสะดวกหน่อย เพราะขับรถข้ามแม่น้ำออบ ได้เนื่องจากแม่น้ำเป็นน้ำแข็ง ช่วงเวลาเช่นนี้จะยาวนานประมาณ 9-10 เดือนต่อปี ในช่วงฤดูร้อน จะมีบริการเรือข้ามฟาก แต่มี 2 ช่วงใน 1 ปี ที่เป็นช่วงที่น้ำแข็งเริ่มละลาย เรือก็วิ่งไม่ได้ ทำให้การติดต่อกับที่นี่ทำได้โดยทางเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น และก็แน่นอนว่าชาวบ้านชาวเมืองไม่ได้มีเฮลิคอปเตอร์ใช้กันเกร่อ จึงเท่ากับว่าในช่วงดังกล่าว ในด้านการคมนาคม ผู้คนที่นี่จะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

ในปี 2010 มีรายงานว่ากำลังมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำกันอยู่ ไม่รู้ว่าเสร็จหรือยังตอนนี้

การที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอยู่เป็นประจำ ทำให้คนที่นี่ รวมทั้งร้านค้าต่างๆ ต่างก็มีระบบสะสมอาหารและสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน

วันนี้ เราจะไปชมตลาดพื้นๆของคนที่นี่กันครับ และถ้าจะให้ดี ก็ต้องเป็นตลาดในหน้าหนาว จึงจะเข้ากับบรรยากาศแบบอาร์กติกเซอร์เคิล อุณหภูมิในภาพชุดนี้ ระบุว่าอยู่ที่ประมาณติดลบ 39-40 องศาเซลเซียส

เจ้าของภาพบอกว่า เดินทางมาที่นี่ทางเครื่องบิน ก็ไม่รู้ว่าเครื่องบินไปลงจอดที่ไหน หรือว่าที่นี่มีสนามบิน แต่ผมคิดว่าถ้ามาทางเครื่องบิน ก็คงจะลงจอดบนลานน้ำแข็ง เพราะข้อมูลบอกว่าที่นี่ไม่น่าจะมีสนามบิน หรือหากเดินทางจากมอสโกโดยเครื่องบิน ก็อาจจะลงจอดที่อื่น ก่อนจะต่อ มาที่นี่ด้วยวิธีอื่น เอ.....หรือว่าที่นี่จะมีสนามบิน ?



ดูเหมือนว่า แม้ที่นี่จะหนาวโหด แต่คงจะมีนักท่องเที่ยวมาไม่น้อย ที่นี่ก็เลยมีโรงแรมที่เพิ่งสร้างใหม่ และใกล้ๆกันก็มีเต็นท์แบบพื้นเมือง ที่คนที่นี่เรียกว่า “ ชุม “ ให้แขกผู้มาเยือนได้เลือกใช้บริการตามอัธยาศัย กำลังทรัพย์ ความใจถึง และระดับความต้องการซึมซับบรรยากาศ

ระหว่างตัดสินใจว่าจะนอนโรงแรม หรือ ชุม เจ้าของชุมก็ยังชงชามาเลี้ยงด้วย

การมาทัวร์ที่นี่ โดยหลักน่าจะเป็นการเดินทางไปที่เส้นอาร์กติกเซอร์เคิล แต่หลังจัดการเลือกที่พักได้แล้ว เราจะก็มาเดินตลาดกันครับ

ก็อย่างที่เห็นแหละครับ สินค้าส่วนมากก็เป็นปลา เนื้อกวาง หนังกวาง ผลิตภัณฑ์จากหนังกวาง พ่อค้าแม่ค้าส่วนมากก็เป็นชาวเนเน็ตส์ หรือไม่ก็ชาวข่านตึ คนพื้นเมืองอีกกลุ่มของที่นี่ ที่อยู่ในชุดพื้นเมืองที่ป้องกันความหนาวได้ดี

ด้วยความหนาวเย็นดับจิตขนาดนี้ สินค้าประเภทเนื้อสัตว์ที่นี่รับรองสดแน่นอน แบบไม่ต้องพึ่งฟอร์มาลีน

เรียบง่าย สบายๆ เย็นๆ แบบนี้แหละครับ

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net