วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Switzerland & Paris: Day 1 (Afternoon) @Luzern (ลูเซิร์น)


....ขอเล่าต่อการเดินทางท่องเที่ยวช่วงบ่ายวันแรก เป้าหมายของพวกเราคือเมืองลูเซิร์น (Luzern) ...เราใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟจากเมืองซูริคไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงจุดหมายปลายทาง... นับว่าวันนี้เราทำเวลาการท่องเที่ยวได้ดีทีเดียว โดยภายในหนึ่งวันนั้นเราสามารถเที่ยวได้ถึง 2 เมืองเลย...

 

 

เส้นทางการเดินทาง โดยรถไฟใช้เวลา 50 นาที...

 

เก็บภาพสวยบนรถไฟระหว่างเดินทางไปยังลูเซิร์น

เก็บภาพสวยบนรถไฟระหว่างเดินทางไปยังลูเซิร์น

เขียวสดชื่นจริงๆ

 

มาถึงสถานีรถไฟเมืองลูเซิร์น...

 

ด้านหน้าสถานีรถไฟเมืองลูเซิร์น

ก่อนอื่นขอแนะนำเมืองลูเซิร์นเพิ่มเติมนะคะ...

ลูเซิร์น (Lucerne) เป็นเมืองอันสวยงามเมืองหนึ่งในสวิสเซอร์แลนด์ เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก การเดินทางท่องเที่ยวลูเซิร์นครั้งนี้ความประทับใจไว้ให้พวกเราเป็นอย่างมาก  ทั้งยังเป็นเมืองที่อยู่เกือบใจกลางประเทศ โดยตั้งอยู่ฝั่งค้านตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบลูเซิร์น ที่มีชื่อเรียกว่า ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้ (Lake of the four forest cantons) ตรงบริเวณปากแม่น้ำรอยซ์ (Reuss River) เมืองนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่อยู่ด้านตะวันออกเป็นเมืองเก่ามี อายุกว่า 500 ปีแล้ว (ผังเมืองของประเทศในยุโรปมักจะมีการอนุรักษ์ส่วนเมืองเก่าทั้งนั้นทุกประเทศ เขาจะไม่ยอมให้สร้างอาคารใหม่ๆหรืออาคารสูง สร้างขึ้นในเขตเมืองเก่าที่อนุรักษ์ไว้ เขาจะแยกส่วนเมืองใหม่ออกจากกันเลย ไม่ว่าจะเป็นส่วนธุรกิจ ส่วนพักอาศัย หรือแม้แต่เมืองตากอากาศก็ยังสร้างเป็นเมืองใหม่) ส่วนที่อยู่ทางด้านตะวันตกเป็นเมืองที่สร้างภายหลัง อาคารบ้านเรือนเป็นแบบสมัยใหม่ แต่ก็ยังมีร่องรอยของการเป็นหัวเมืองโบราณที่ปรากฏให้เห็นทุกมุมเมือง ในอดีตลูเซิร์นเป็นเมืองเก่าที่ปกครองตนเอง แต่ได้รวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาตั้งแต่ค.ศ.1332

เป้าหมายแรกในการเที่ยวลูเซิร์นครั้งนี้คือล่องเรือ Lake Luzern

 

 

 

 

 

 

ฮอฟเคียร์เคอ (Hofkirche) โบสถ์หอคอยคู่ปลายแหลม

สำหรับหอคอยคู่ปลายแหลมที่เห็นโดดเด่นมองเห็นได้แต่ไกลจากริมทะเลสาบนั้น เป็นหอระฆังของโบสถ์ฮอฟเคียร์เคอ ซึ่งเป็นโบสถ์แห่งแรกของลูเซิร์นสร้างตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 8 เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของเมืองแห่งนี้ และในปี 1633 เกิดไฟไหม้ทำลายโบสถ์ไปเกือบหมด เหลือเพียงหอคอยคู่ที่รอดมาได้ จึงมีการก่อสร้างอาคารขึ้นใหม่ออกสไตส์เรอเนสซองซ์ที่เน้นความโอ่อ่าสวยงามอลังการ ภายในมีแท่นบูชาพระแม่มาเรีย รูปปั้นนักบุญ Leodegar และ Mauritus ซึ่งเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์เมืองลูกเซิร์น

 

 

 

 

 

 

 

คลิกชมวีดีโอระหว่างล่องเรือ...

 

 คลิกชมวีดีโอระหว่างล่องเรือ...

 

 

 

 

 

สัญลักษณ์ประจำเมืองลูเซิร์นมี 2 อย่าง คือ อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument) และสะพานไม้ ชาเปล (Chapel bridge)

อนุสาวรีย์รูปสิงโตสะอื้น (Lion Monument) หรือ เลอเวนแดงก์มัล (Lowen denknal) 

 

อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument) เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ไม่ไกลจากสะพานไม้มากนัก อนุสาวรีย์รูปสิงโตหิน แกะสลักอยู่บนหน้าผา โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ จำนวน 786 ราย ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง และเมืองลูเซิร์น

"อนุสาวรีย์สร้างขึ้น 29 ปีให้หลังจากที่พวกทหารเหล่านั้นเสียชีวิต โดยทำการแกะสลักหินเป็นรูปสิงโตที่ถูกหอกแทงทะลุหลังในท่านอนหมอบอยู่ข้างโล่พร้อมร่ำให้ก่อนเสียชีวิตด้วยใบหน้าและท่วงท่าที่เศร้าสร้อยอย่างเต็มที่ เปรียบเหมือนพญาราชสีห์ผู้ยิ่งใหญ่กำลังสิ้นท่า"  การแกะสลักชิ้นนี้เป็นผลงานของ Bertel Thorvaldsen ศิลปินชาวสวีเดน เป็นผู้ออกแบบให้ Lukas Ahorn ประติมากรจากเมืองคอนสแตนซ์เป็นผู้แกะสลัก

 

ภายในบริเวณสวนกลาเซียร์ (Gletschergarten)

ทางเดินขึ้นไปสู่เกลทเชอร์การ์เทิน หรือสวนธารน้ำแข็ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ขุดค้นพบหลุมบนก้อนหินขนาดน้อยใหญ่ ที่เกิดขึ้นเมื่อยุคน้ำแข็งละลาย (ประมาณ 20,000 ปีที่แล้ว) แล้วไปกัดกร่อนก้อนหินให้เป็นหลุม เมื่อเกิดการเคลือนตัวของเปลือกโลกจึงถูกชั้นดินทับถมไว้ จนกระทั่ง Josef Wilhelm Amrien-Troller ไปพบเข้าเมื่อครั้งขุดดินเพื่อปรับปรุงพื้นที่ทำห้องเก็บไวน์ในปี ค.ศ.1872

 

 

 

ระหว่างเดินไป-กลับจะผ่านร้าน Old Swiss House ภัตตาคารหรูในบ้านสไตส์สวิสซาเล่ต์ที่มีสีสันสดใสสวยงาม

 

เดินผ่านร้านขายของที่ระลึกของคนไทยด้วย... แต่น่าเสียดายที่ร้านปิดแล้ว

 

หลังจากชมอนุสาวรีย์สิงโตสะอื้นแล้วเราก็ต้องเดินทางกลับซึ่งจะต้องผ่านจุดท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของที่นี่คือ สะพานไม้ ชาเปล (Chapel bridge)

 

สะพานไม้ ชาเปล (Chapel bridge)

สะพานไม้ ชาเปล (Chapel bridge) เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว

 

 

 

 

หอคอยกลางน้ำของสะพานคาเพลล์บรีคเคล และภูเขาที่เห็นด้านหลังคือ ยอดเขาริกิ

 

 

 

 

 

ใกล้สิ้นแสงตะวัน ณ เวลาในภาพนี้ประมาณเกือบ 2 ทุ่ม ซึ่งเราจะต้องรีบเดินทางกลับไปยังเมืองซูริคให้ทันเที่ยวรถไฟเกือบเที่ยวสุดท้าย... ซึ่งเราไปถึงที่พัก Youth Hostel ประมาณ 4 ทุ่มกว่าในคืนแรก  นับว่าคุ้มค่ากับการท่องเที่ยวในวันแรกของพวกเราเลยทีเดียว...!!!  และนี่ก็สิ้นสุดการเดินทางในวันแรกของเราแล้ว...

 

ยังมีหลายจุดของเมืองลูเซิร์นที่เราไม่สามารถไปชมบรรยากาศความสวยงามและธรรมชาติได้ทั่วถึง เนื่องจากเวลาอันจำกัดที่จะต้องเดินทางกลับ แต่ขอฝากคลิปวีดีโอที่มีคนเค้าถ่ายไว้มาให้ดูเพิ่มเติมนะคะ...

Thanks to the owner by:

**********************************

ติดตามทริปเมืองโลซานน์: 

Switzerland & Paris: Day 2 @Lausanne (โลซานน์) : 

http://www.oknation.net/blog/BlackTulip/2012/09/08/entry-1

 

 

 

 

 
 

โดย PhutaiKaowong

 

กลับไปที่ www.oknation.net