วันที่ พุธ กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวฮาวายกับหลาน ตอนที่สอง


 

เที่ยวฮาวายกับหลาน ตอนสอง

ไปชมน้ำตก Akaka อุทยานแห่งชาติที่ Big Island, Hawaii

   

 

 

    บันทึกการท่องเที่ยวกับหลานจากตอนแรกมาตอนนี้ออกจะใช้เวลาเขียนนานมาก ทั้งๆที่เก็บเรื่องราวไว้ในความทรงจำมากมายขณะที่ชีวิตส่วนตัวในการดูแลหลานก็วุ่นวายมากมายเช่นกัน เรื่องบันทึกนั้นเขียนเสร็จนานแล้วแต่เรื่่องการอัพโหลดรูปภาพนี่ซิคะ ต้องมาตัดต่อ ตัดรูป ย่อรูป ซึ่งดิฉันใช้เวลานานจริงๆ อย่างไรก็ดีได้พยายามเสาะแสวงหาเวลามาบันทึกจนสำเร็จตอนสองได้ในที่สุด

    July 28, 2012

วันที่สามในฮาวายแผนการเที่ยวมีจุดท่องเที่ยวที่กะไว้สองแห่งนั่นคือไปชมน้ำตกเลื่องชื่อของบิ๊กไอเลนด์ ชื่อ Akaka Falls และไปชมธารลาวาที่เย็นแล้วและที่ยังคุกรุ่นอยู่ ที่อุทยานแห่งชาติเมือง Hilo

 

 

 

เราใช้เวลาเดินทางออกจากรีสอร์ตที่พักมาประมาณสองชั่วโมงจึงมาถึงอุทยานแห่งชาติ Akaka Falls State Park ซึ่งตั้งอยู่ชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือของชายฝั่ง Hamakua  ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้ชมน้ำตกสวยงามอันลือชื่อถึงสองแหล่งที่อยู่ไม่ห่างจากกันนัก คือ Kahuna Falls และ Akaka Falls

 

 ชมวิวบ้านเรือนและบรรยากาศก่อนถึงอุทยาน

 

 

 

 

  เมื่อรถแล่นมาถึงทางเข้าอุทยานฝนก็เริ่มโปรยปราย จากเบาบางดั่งละอองปลิวต้องตัว จนกระทั่้งเป็นหยาดฝนหนาเม็ดอย่างไม่คาดคิดโชคดีที่ดิฉันนำเสื้อโค๊ตบางๆที่กันฝนได้ติดตัวมาด้วยรวมทั้งหลานๆที่นำเสว็ตเตอร์ที่ีมีที่คลุมศีรษะติดตัวไปก็เลยรอดจากตัวเปียก 

 

   

 

    กลิ่นหอมบริสุทธิจากป่าสีเขียวและฝนทำให้ดิฉันรู้สึกสดชื่นมากๆ หวลรำลึกถึงเวลาไปเที่ยวเขาใหญ่ที่ประเทศไทยไม่ผิดกันเลย ธรรมชาติที่เต็มไปด้ว ยป่าเขาลำเนาไพรที่แท้จริงมีเสน่ห์เช่นนี้เอง

เมื่อเดินมาถึงทางเข้าอุทยานเขาทำทางให้เดินลงเป็นบันไดลาดเป็นทางที่เจ้าหน้าที่ทำไว้เป็น hiking trail เป็นทางเดินบังคับไม่ให้เดินทางอื่น ใครจะวนซ้ายวนขวาไม่ว่ากันแต่แนะนำว่าวนขวาจะดีกว่า

 ผู้เขียนหมายตาต้นไม้ใหญ่ไว้ต้นหนึ่งแม้จะอยู่ไกลลิบแต่ก็ดูจะเป็นต้นที่ีโดดเด่นแปลกตา ต้นนี้ค่ะ

 

 

 

      ทางการเขาทำทางเดินฟุตปาร์ตให้เดินได้โดยสะดวกด้วยความกว้างที่นักท่องเที่ยวจะเดินสวนกันได้อย่างสบาย ผ่านมาประมาณร้อยฟุตเราก็จะเห็นน้ำตก Kahuna ก่อน และเมื่อเดินไปเรื่อยๆตามทางที่เราเลือกก็คือเราจะเลือกวนซ้ายหรือขวา เราก็จะเห็นน้ำตกที่ไหลตกลงมาดั่งกำแพงคือน้ำตก Akaka Falls ซึ่งมีน้ำไหลแรงลงมาจากที่สูงถึง 442 ฟุต ไหลลงสู่แอ่งน้ำสีเขียวแก่ แม้ว่าน้ำตกอาคาค่าจะไม่ได้เป็นน้ำตกที่สูงสุดในฮาวาย แต่ถือว่าเป็นน้ำตกที่ตกลงจากที่สูงลงมาแบบพรวดเดียวและลงไปที่แอ่งแอ่งเดียว

     ได้ยินเสียงน้ำตกสาดดัง ลองนึกถึงเพลงเขมรไทรโยคพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ซิคะ ตรงที่ว่า มันไหลจอกโครม มันดังจ้อกจ้อก จ้อกจ้อก โครมโครม  น่ะค่ะ เสียงน้ำตกที่นั่นก็ดังคล้ายเช่นนั้นจริงๆ 

น้ำตกอาคาค่านี้เป็นน้ำตกที่เลื่องชื่ออีกแห่งหนึ่งของฮาวาย และด้วยสถานที่ที่เข้าถึงง่ายจึงมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมวันละหลายพันคน 

   เดิน เดิน เถิดเรา ว่าแล้วหัวขบวนที่เป็นคุณพ่อก็นำทางตามด้วยกลางขบวนเด็กๆ เด็กเล็กสุดเดินกับพวกคุณแม่และปิดท้ายด้วยดิฉัน (เพราะว่าเดินช้ากับเขาเพื่อน) เดินไปหยุดบันทึกภาพไป

 

ภาพป่าเขาลำเนาไพร ชื่นใจจริงๆค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เดินไปหยุดไปเพราะว่าทางขึ้นลาดชัน ไม่เหมาะกับอายุอย่างยิ่ง แต่บรรยากาศสดชื่นเช่นนี้

ความเหนื่อยล้าหายไปง่ายดายจริงๆ

แต่กรุ๊ปลูกและหลานๆสนุกสนานมีความสุขมาก เสียงพ่อแม่เด็กๆที่ไปเที่ยวอุทยานวันนั้นพากันชี้ชวนและอธิบายให้เหล่าเด็กๆฟังถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ และเด็กๆไม่ว่ากลุ่มเราหรือกลุ่มอื่นต่างก็พากันให้ความสนใจในคำอธิบายของบรรดาพ่อแม่และเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีมากๆค่ะ

 

นี่ค่ะ น้ำตกอาคาค่า เห็นชัดเจน ทำให้นึกถึงเนื้อเพลงเพลงหนึ่งที่ว่า "so close, but yet so far" ใกล้แค่เอื้อมแต่ก็เอื้อมไม่ถึง ..ทางการเขาไม่อนุญาตให้เข้าใกล้ไปมากกว่านี้ค่ะ

 

ภาพนี้ถ่ายมาจากภาพที่เขาตั้งไว้ให้อ่านจากทางอุทยานค่ะ บอกให้ทราบว่าน้ำตกไหลมาจากที่สูง

442 ft. หรือ 135 เมตร ค่ะ

 เขามีภาพเปรียบเทียบให้ดูกับน้ำตกไนแอการ่าที่นิวยอร์กว่า ที่นั่นสูง 176 ft. หรือ 52 เมตร ค่ะ

  เดินกลับมาเจอต้นไม้ที่หมายตาไว้แต่แรก ก็ถือว่าจบกระบวนการ hiking ครั้งนี้ล่ะค่ะ

 

 

จบรายการภายในชั่วโมง ฝนเป็นใจเมื่อเริ่มออกเดินเดินเดินไปไม่ถึงสิบนาที จากนั้นแสงแดดก็เริ่มสาดส่อง แม้จะความร้อนจากแสงอาทิตย์จะแรงกล้าแต่ก็โชคดีที่เราได้รับไอเย็นจากฝนและต้นไม้ใบไม้อันร่มรื่นไปพร้อมๆกันด้วย แล้วเราก็กลับมาถึงต้นไม้ใหญ่ที่ดิฉันหมายตาไว้จริงๆ

 

   สุขตา สุขกาย สดชื่น ได้สัมผัสธรรมชาติที่ไขว่คว้าหาไม่ได้จากเมืองใหญ่ๆที่คุ้นเคย นับเป็นการเดินทางที่ประทับใจอีกรายการหนึ่งของซัมเมอร์เวเคชั่นปีนี้

 

   จบจากธรรมชาติสีเขียว เรามุ่งหน้าสู่อีกมิติหนึ่ง ต่างกันราวฟ้ากับดินทั้งๆที่อยู่บนเกาะเดียวกัน นั่นก็คือ มิติที่ครอบคลุมไปด้วยไอแห่งความร้อน ความน่าสะพึงกลัว ไม่ว่าจะจากตำนานเทพธิดาเปเล่ผู้ดุร้าย และจากภูเขาไฟที่ธรรมชาติจะบันดาลให้เกิดขึ้น ไม่มีใครคาดเดาได้ ไม่มีใครหยุดมันได้

    ภูเขาไฟที่ ฮีโล่ เลื่องชื่อ จุดหมายปลายทางที่ท่องเที่ยวอันดับต่อไป

    ระหว่างทางไป เมือง Hilo เราขับรถผ่านชายหาดสวยงามมากมายไปเรื่อยๆ ไม่มีโอกาสจอดลงบันทึกภาพ ฝนพรำๆตลอดและเด็กๆก็เริ่มหิวกันแล้ว 

 

 

 

 

 

 

 

   

สำหรับตอนนี้ คุณยายและหลานๆคุณยายขอยุติเรื่องเล่าเที่ยวฮาวายตอนที่สองไปก่อน

   

แต่อยากแถมภาพสวยๆที่ได้มาด้วยความยากเย็นฝากไว้ให้เป็นภาพเรืยกน้ำย่อยสำหรับรายงานเที่ยวครั้งต่อไปค่ะ

ภาพลาวาที่ยังปะทุอยู่ที่อุทยานภูเขาไฟที่ฮีโล่ค่ะ

  อีกไม่นานคงได้กลับมาเล่าให้ฟังต่อนะคะ

โดย ลิลิตดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net