วันที่ ศุกร์ กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Welcome Home Superhumans…


 

เมื่อ Paralympics มีกำเนิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ

LONDON 2012 Paralympic Games

จึงเสมือนการนำ Superhumans กลับบ้าน

****

 

 

*

 

วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2482 Ludwig Guttmann แพทย์ชาวเยอรมันพร้อมครอบครัวเดินทางมาถึง Oxford ประเทศอังกฤษได้ด้วยความช่วยเหลือของ Council for Assisting Refugee Academics (CARA)

 

CARA เป็นองค์กรการกุศลบริทิช ให้ทุนอพยพนักวิชาการที่ไม่สามารถทำงานในประเทศของตนออกจากพื้นที่ เพื่อให้ยังใช้ความสามารถหรือพรสวรรค์ต่อไปได้ ในปัจจุบันความช่วยเหลือมุ่งสู่ประเทศที่มีปัญหาขัดแย้งทางการเมืองอย่าง อิรัก และซิมบัพเว่

 

ในยุคแรก CARA ใช้ชื่อว่า British Society for the Protection of Science and Learning (SPSL) ให้ความช่วยเหลือนักวิชาการยิวที่โดนผลกระทบจากยุครัฐบาลนาซีทั่วยุโรปนับพันคน ให้รอดชีวิต ให้สานต่อการศึกษา ค้นคว้าวิจัย จนประสบความสำเร็จหลายด้าน ขนาดที่ว่ามีถึง 16 คน ได้รับรางวัลโนเบิล

 

ตอนนั้นหมอ Guttmann  เป็น Neurosurgeon ผู้ชำนาญด้านประสาทวิทยาลำดับต้นของเยอรมนี แต่ด้วยเชื้อสายยิวทำให้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตวิชาชีพ จำกัดการรักษาเฉพาะโรงพยาบาลสำหรับชาวยิว

 

ช่วงเข้าสู่สงครามโลก ความกดดันที่มากขึ้นเรื่อย บวกแรงกระทบหนักเมื่อถูกแทรกแซงในการรักษาผู้เจ็บ ทำให้ Guttmann ซึ่งได้ทุนจาก SPSL แล้ว ตัดสินใจรับความช่วยเหลือ ย้ายมาทำงานและสานต่อการค้นคว้าเรื่อง Spinal Injury ที่ประเทศอังกฤษ

 

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองประทุเต็มที่ เกิดผลต่อเนื่องเป็นผู้บาดเจ็บและพิการจากกระดูกสันหลังจำนวนมาก อัตราเสียชีวิตมีสูงถึง 80% ที่รอดได้ก็มีอายุขัยแค่ประมาณ 2 ปี

 

 

*

 

เพียงสี่ปีในประเทศอังกฤษ รัฐบาลเห็นความสามารถจนวางใจให้ Guttmann ดูแล National Spinal Injury Centre ที่โรงพยาบาล Stoke Mandeville

Guttmann ตอบรับ บนเงื่อนไขว่าห้ามแทรกแซงเรื่องกระบวนการรักษา

วิธีการรักษาของ Guttmann ที่เอื้ออาทร ปราศจากความรังเกียจสภาพร่างกายเน่าเฟะของผู้ป่วย ต้องต่อสู้กับวิธีการและค่านิยมดั้งเดิมของหมอและพยาบาลอื่นๆ กว่าจะได้รับการยอมรับ และออกผลที่ไม่เพียงแค่เปลี่ยนอัตราการตาย 80% ให้เป็นอัตราการรอด 80%

แต่ยังหวังถึงขั้นที่ผู้รอดมาได้สามารถกลับเข้าสู่สังคมอย่างมี ambition and purpose’  คือมีเป้าหมายในชีวิตและมีความทะเยอทะยาน ถึงขั้นให้สามารถ ‘เสียภาษี’ ได้เยี่ยงคนทั่วไป อันหมายถึงความสามารถมีอาชีพเลี้ยงชีวิตได้อย่างคนปกติ

 

ต่อมาไม่นาน Guttmann  ก็เปลี่ยนสัญชาติเป็นบริทิช

 

 

*

 

เมื่อกรุงลอนดอนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกครั้งที่สอง Guttmann ก็ถือโอกาสจัด Stoke Mandeville Games เป็นครั้งแรกในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2491 ด้วยความเชื่อว่ากีฬาช่วยให้อาการบาดเจ็บดีขึ้นได้ แถมยังสามารถสร้าง“ตัวตน” ความมั่นใจ และให้ที่ยืนแก่ทหารผ่านศึกด้วย

 

บางทีคำจำกัดความของการแข่งขันว่า parallel games’ ที่เกิดขึ้นเป็นคู่ขนานกับโอลิมปิก ที่ Guttmann ใช้กระตุ้นคนไข้ผู้ทุพลภาพ น่าจะเป็นที่มาของชื่อ  Paralympic Games ที่เหมาะสมกว่าคำอื่น

 

12 ปีต่อมา ในปีที่ 9 ของ Stoke Mandeville Games จึงเพิ่งถึงเวลาเข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติที่โรม มีนักกีฬาบนรถเข็นจำนวน 300 คน จาก 23 ประเทศร่วมแข่งขันกีฬาประเภทเดียวกันกับ Olympic Games  

 

Guttmann รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มาเป็นลำดับ จนเกษียนอายุราชการใน พ.ศ. 2509 Queen Elizabeth II ก็พระราชทานขั้นอัศวิน เป็น Sir Ludwig Guttmann  

 

 

*

 

กว่าจะถึง LONDON 2012 Paralympic Games ที่ผู้ร่วมแข่งขันกลายเป็น 4,230 กว่าคน จาก 147 ประเทศ เกิดความเปลี่ยนแปลงที่แปลกตาไปจากสมัยของ Sir Ludwig มากมาย

 

 

*

 

Mayor of Athletes’ Village ตำแหน่งใหม่ที่จำเป็น

เมื่อ Eva Loeffler ลูกสาวของ Sir Ludwig Guttmann ที่ปรากฏตัวช่วยการแข่งขันตั้งแต่ครั้งแรกที่เยาว์วัยยังมีชีวิตอยู่ และให้เกียรติทำหน้าที่เจ้าบ้านดูแลรอต้อนรับนักกีฬากลับสู่บ้านเกิดของ Paralympics

 

เกิดสนามกีฬาที่ออกแบบเฉพาะ

ที่ Olympic Village, London การออกแบบตั้งแต่แรกเริ่มคำนึงถึงการใช้สถานที่ร่วมกันกับผู้ที่กายภาพไม่สมบูรณ์ และ/หรือต้องอาศัยรถเข็น - ทั้งผู้เล่นและผู้ชม สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ป้ายบอกทาง ทางเดิน ห้องน้ำจึงครบถ้วน เมื่อจบ LONDON 2012 Olympics เพียง 5 วันก็แปลงสภาพให้เหมาะกับ Paralympics ได้ทันที มีการเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้ใช้รถเข็นด้วยการถอดเก้าอี้ปกติ มีหูฟังคำบรรยายให้ผู้สูญเสียการมองเห็น และจัดที่นั่งตรงหน้าจอยักษ์ให้ผู้สูญเสียการได้ยิน

 

 

*

 

*

 

เกิดสัญลักษณ์ของ Paralympics

Olympics rings 5 ห่วงนั้นหายไป เกิด Agitos ขึ้นมา 3 เสี้ยว เป็นสัญลักษณ์ของความเคลื่อนไหว ตามความหมายของ ‘agito’ในภาษาลาตินว่า ‘I move’สีแดง เขียว น้ำเงิน เป็นสีที่ปรากฏมากที่สุดในธงชาติจากทั่วโลก

 

 

*

 

กำหนดเกณฑ์วัดความพิการหรือความสามารถ ให้เหมาะสมทั้งผู้แข่งและผู้ตัดสิน

การพิจารณา Impairmentความบกพร่อง ทั้งทางสมอง ทางร่างกายในการยืน เคลื่อนไหว การเห็น ได้ยิน  มีเกณฑ์กำหนดแตกต่างตามประเภทกีฬา มักประกอบด้วยตัวอักษรแทนชื่อกีฬา ตามด้วยตัวเลข 2 ตัว ตัวแรกระบุความบกพร่องและตัวหลังบอกความสามารถ เช่น

 

 

*

 

T และ F แทน กรีฑาประเภท Track ลู่ และ Field สนาม T40-46 หมายถึงนักวิ่งที่แขนขาไม่ครบ ตัวเลขหลังต่ำเท่าไหร่ แสดงว่ามีความไม่สมบูรณ์มากเท่านั้น เช่น T46 ใช้แขนได้ข้างเดียว ถ้าพิการทางสายตาจะมีคนคล้องแขนด้วยห่วงยางวิ่งคู่กันไป ยิ่งยากขึ้นในการหาจังหวะฝีเท้าไหลลื่นสอดคล้องโดยไม่สะดุด  

 

 

*

 

 

B1 ของยูโด ผู้แข่งตาบอดต้องติดวงกลมแดงที่แขน และถ้าหูหนวกด้วยต้องมีวงน้ำเงินที่ด้านหลังเพื่อให้กรรมการตัดสินได้ถูกต้อง

 

 

*

 

*

 

S1-S14 ของว่ายน้ำ ครอบคลุมตั้งแต่แขนขาไม่ครบ ความพิการจากกระดูกสันหลัง ความแคระแกร็น จนถึงสูญเสียการมองเห็น ที่มี Tapper คอยช่วยเหลือใช้ไม้ปลายนุ่มเคาะศีรษะให้รู้ตัวที่ระยะ 2-4 เมตรก่อนเข้าสู่ขอบสระ กันการกระแทก เป็นของใหม่ที่ต้องอาศัยทั้งการฝึกร่วมกันและความไว้วางใจระหว่าง Tapper และนักว่ายน้ำ

 

 

*

 

*

 

กีฬาที่ดูเหมือนแต่แตกต่าง

กีฬาหลายประเภทดูเหมือนกันกับใน Olympics กระนั้นก็ยังมีความต่าง

ฟุตบอลคนตาบอด ใช้ลูกบอลมีเสียงที่กระเด้งน้อยกว่าปกติ สนามขนาดเล็กลง พื้นต้องแข็ง มีแผงกั้นไม่เพียงกันลูกออก แต่ส่งเสียงสะท้อนให้คำนวนระยะห่าง การตะโกนเป็นภาษาสแปนิชว่า ‘Voy’ ที่แปลว่า I goเพื่อบอกผู้อื่นว่า ‘I’m here’ กันการกระทบกระแทก เมื่อผู้เล่นต้องใช้ทักษะการได้ยินอย่างสูงเช่นนี้ ผู้ชมจึงต้องเงียบกริบ

 

กีฬาที่มีเฉพาะ Paralympics คือ Boccia บ้อท-ช่า และ Goalball

Goalball กีฬาผู้พิการทางสายตา เล่นทีมละ 3 คน ขว้างลูกบอลสู่เป้าของคู่แข่ง โดยกะระยะจากเสียงกระดิ่งในลูกบอล

ส่วนบ้อท-ช่า เดิมทีเป็นกีฬาเฉพาะผู้พิการด้านการเคลื่อนไหวทางร่างกาย อันเป็นผลจากภาวะพิการทางสมอง (Cerebral palsy)    ปัจจุบันรวมความบกพร่องในการเคลื่อนไหว (Motor skills) ด้วย เกณฑ์ความผิดปกติของผู้แข่งแบ่งเป็น BC1-4 ตามขั้นความสามารถโยนหรือเตะลูก

 

 

*

 

 

อายุ...ความได้เปรียบจากร่างกายที่เสียเปรียบ

ข้อสงสัยจาก Wimbledon ครั้งที่ผ่าน ถึงอายุขัยที่ Roger Federer จะยังรักษาตำแหน่งไว้ได้ คงทำให้ทีม GB อย่าง Peter Norfolk แชมป์ Wheelchair Tennis นึกขำกับอายุ 51 ของตนเอง พอกับ Kate Murray นักยิงธนูอายุ 63  

หรือ Hiroshi Hoketsu นักขี่ม้าอายุ 71

ใน Paralympics นักกีฬามีช่วงอายุในการแข่งขันที่ยาวกว่า นักกีฬาที่อายุเกิน 40 จึงมีไม่น้อย และไม่แปลก

 

อายุที่มากขึ้นของผู้แข่งขัน จึงไม่สำคัญเท่าสภาพของผู้แข่ง ทั้งก่อนและหลังของการทุพลภาพ

Stoke Mandeville Games เกิดขึ้นได้ด้วยผลจากสงคราม แต่ Paralympics ในวันนี้มีผู้เข้าแข่งขันจากหลายภูมิหลัง ทั้งจากปัจจัยตามธรรมชาติเหนือวิสัยควบคุม หรือที่ควบคุมป้องกันได้แต่มากน้อยต่างกันไปตามโอกาส ไม่ว่าจากความผิดปกติในร่างกายโดยกำเนิด อุบัติเหตุ และกระทั่งสงคราม

ทุกอย่างล้วนให้บทเรียนและข้อคิดในการก้าวต่อไป

 

 

*

 

สำหรับทีม GB ที่มีผู้พิการจากสงครามทั้งชายหญิงสูงถึง 8 คน เป็นเรื่องกระทบใจหลายแง่ แง่ลบอันเป็นผลจากบทบาทของรัฐบาลในสังคมโลกยังคงต้องถกเถียงกันต่อไป แต่ประชาชนบริทิชเลือกมองแง่บวก ที่มีสิ่งให้เรียนรู้และช่องทางให้เดินต่อไปได้ มากกว่าจมปลักสำลักปัญหาจนไม่เห็นแสงสว่าง

 

ทัศนคติของทหารชายและหญิงทีม GB บอกให้สาธารณชนรู้ว่า บางส่วนของร่างกายที่หายไป ไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่จะไม่ทำอะไรเลย เพราะสิ่งที่หายไปไม่ทำให้ทุกอย่างในตัวตนสูญสิ้นตามไปด้วย

 

ความพิการ อาจจะเพิ่มส่วน disability ที่ ‘ไม่สามารถ’ เข้ามาอีกเพียงอย่างสองอย่าง แต่ไม่ได้ตัดสิ่ง ability ที่ ‘สามารถ’ อีกนับร้อยในตัวเองออกไป

 

 

*

 

*

 

การให้ความสำคัญกับผู้ทุพลภาพที่ต้องอยู่ร่วมกันในสังคมจึงเป็นเรื่องในสัญชาตญาณของประชาชนบริทิช ที่เรียกร้องและผลักดันให้รัฐบาลใส่ใจกับโอกาสทางการศึกษา อุปกรณ์ช่วยเหลือในที่สาธารณะ โอกาสในการเลี้ยงชีพให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างแตกต่างน้อยที่สุดในปัจจุบัน ทุกวัน

ไม่ใช่การสนับสนุนให้พร้อมแค่การแข่งเพื่อชาติในคราวนี้หรือแก้ตัวใหม่ในอีกสี่ปีข้างหน้า

 

เพราะคนเหล่านี้ต้องการความเข้าใจ ไม่ใช่เห็นใจ

ต้องการความใส่ใจ ไม่ใช่เอาใจ

ต้องการใช้ชีวิตได้ใกล้คนปกติ มากกว่าเป็นคนพิเศษที่ช่วยตัวเองไม่ได้

 

 

*

 

*

 

 

หาก LONDON 2012 นำเรื่อง The Tempest ของ William Shakespeare มาเชิญชวนผู้คนสู่ The Isles of Wonder ในพิธีเปิด และตบท้ายในพิธีปิดว่า

Be not afeard; the isle is full of noises.

- Caliban, The Tempest

 

พิธีเปิด Paralympic Games ที่ Prof Stephen Hawking ส่งเสียงสังเคราะห์อ่านหนึ่งประโยคจาก The Tempest จึงให้ภาพที่ลงตัวกับเหตุการณ์ยิ่ง

‘Look up at the stars, and not down at your feet … be curious.’

- Prospero, The Tempest

 

 

*

 

*

 

ที่ LONDON 2012 Paralympic Games ครั้งนี้ บัตรกรีฑาทุกประเภทที่ Olympics Stadium จึง Sold out ขายหมดเกลี้ยง ส่งยอดขายบัตรรวมขึ้นถึง 2.7 ล้านใบ – เกินเป้าหมายสองแสนใบ ทำให้ต้องเพิ่มบัตรขายเพื่อเข้ามาในบริเวณ ‘Park only’ รอบสนามที่มีแค่จอฉายให้ดูอีกเป็นแสนใบ

 

ช่วยดึง the wall of noise เสียงเชียร์กระหึ่ม กลับมาให้แรงใจนักกีฬาทั้งหลายอีกครั้ง

 

แรกเริ่ม Stoke Mandeville Games เมื่อ 64 ปีก่อน Sir Ludwig ถูกถามว่า

‘What are these people the best of?’

คนเหล่านี้มีความเป็นเลิศในด้านใด

Sir Ludwig Guttmann ตอบเรียบๆ ว่า

They are the best of men.

มีความเป็นเลิศ...ในการเป็นคน

****

 

 

 

Note:

มีนักร้องหลายคน และหลายเพลงในช่วงเปิด Paralympics

รวมทั้ง Denise Leigh นักร้องตาบอดเสียง soprano ที่ร้องเพลง Spirit in Motion ในพิธีเปิดได้อย่างน่าประทับใจ แต่ SW19 ขอเลือก Spasticus Autisticus ของ Ian Dury ผู้พิการด้วยโปลิโอ ที่แต่งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2524 เพื่อถาก International Year of Disabled Persons ในปีนั้น จนถูกแบนโดย BBC และเพิ่งมาได้รับเกียรติเป็นเพลงร่วมในพิธีเปิด Paralympics 2012 – ความหมายตรงไปตรงมา หากฟังรำคาญ คงต้องปิดเสียง

Ian Dury & the Blockheads ~ Spasticus Autisticus: Uploaded by markku51 on Apr 4, 2011

 

Reference:

Photos and news: Courtesy of BBC, Telegraph

http://www.mandevillelegacy.org.uk

 

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net