วันที่ เสาร์ กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อรัฐ ไม่เข้ามา เราก็ทำกันเอง...


                           

                     

                        5 กันยายน 2555 ที่มา อบต.อัยเยอร์เวงร่วมกับ ราษฎร ม. 9 บ้านากอ ร่วมด้วยช่วยกันปรับภูมิทัศน์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านนากอ ม.9 ต.อัยเยอร์เวง จ.ยะลา โดยมีคณะกรรมการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านนากอ ผู้นำชุมชน และผู้ปกครอง ประชาชนหมู่ 9 เข้าร่วมกันพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทั้งหมด ประมาณ 60 คน ซึ่งมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ส่วนรวมคือ ร่วมกัน ทาสีอาคารทั้งภายนอกและภายในศูนย์, ขุดแปลงเกษตร, ตัดกิ่งไม้ ปลูกดอกเข็มหน้าศูนย์, ตัดหญ้าบริเวณศูนย์, เปลี่ยนกระเบื้องหลังคาที่ชำรุด และทาสีประตู หน้าต่าง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากชุมชนบ้านากอ อันเป็นพื้นที่ๆราชการมักจะปฏิเสธ หรือพื้นที่สีแดง


                       ทั้งนี้หมู่บ้านนากอ เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีแหล่งท่องเที่ยวในตำบลอัยเยอร์เวง ในอนาคตจะเป็นหมู่บ้านที่มีศักยภาพมาก เพราะเป็นที่ตั้งของ บ่อน้ำร้อนนากอ น้ำตกนากอ และที่พักอาศัยเป็นหลักของชนเผ่าอัสรี หรือซาไก ชนเผ่าพื้นเมืองที่เราเรียกกันนั่นเอง.. ศณีรา รายงาน

อันนี้ผู้ใหญ่บ้าน ไฟแรง


 

 

 

ประวัติ บ่อน้ำร้อนนากอ 

 

                                                   ตำบลอัยเยอร์เวงเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอันงดงามหลาย-แห่ง ที่มีชื่อเสียง  คือ บริเวณปากคลองป่าฮาลา  ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บาลา-ฮาลา มีน้ำตก  7  แห่ง  มีสายน้ำแม่น้ำปัตตานีพาดผ่าน และการค้นพบบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ และ น้ำตกนากอ จึงถือว่า เพิ่มศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้แน่นอน เพราะตำบลอัยเยอร์เวง ตั้งห่างอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เมืองท่องเที่ยวชายแดนใต้เพียง 30 กิโลเมตร 

                                                   บ่อน้ำร้อนนากอ เป็นแหล่งทรัพยากรการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ที่ค้นพบใหม่เป็นทางการใน  พ.ศ.  2541  โดยองค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง  ซึ่งขณะนั้นนายมณเทียร  แตปูซู  กำนันตำบลอัยเยอร์เวง  ดำรงตำแหน่ง  ประธานกรรมการบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง และผู้เขียนได้มาบรรจุรับราชการในตำแหน่งปลัด อบต.ได้ 1 ปี (ไฟยังแรง) จึงได้ร่วมกับราษฎรบ้านนากอ และใกล้เคียง เพื่อค้นหาสำรวจต้นกำเนิดธารน้ำอุ่น  ซึ่งยังไม่มีใครค้นพบต้นกำเนิด  ได้ทราบข้อมูลปากเปล่าจากผู้สูงอายุ และ ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ( จคม. )  จนในที่สุดก็ค้นพบต้นกำเนิดของธารน้ำอุ่นคือบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ 

                                                   ต่อมาในปี 2542 องค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง โดยการนำของผู้ใหญ่บ้านนากอ นายแวดาโอ็ะ  เจ็ะแว(ปัจจุบันเกษียรแล้ว) ได้สำรวจพบว่าในบริเวณใกล้เคียง  ยังมีน้ำตก 7 ชั้น อยู่ห่างจากบ่อน้ำร้อนเพียง 200 เมตร และมีต้นไม้ยักษ์ซึ่งซึ่งเป็นต้นสมพงษ์ไม้เนื้ออ่อน บริเวณโคนต้นมีความยาวโดยรอบวัดได้ 27 เมตร  

                                                    องค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง  จึงได้บรรจุโครงการพัฒนาบ่อน้ำร้อนนากอ  และ น้ำตกดังกล่าวอยู่ในแผนพัฒนาตำบลอัยเยอร์เวงแผนพัฒนาตำบลฯ 5 ปี 2540-2544  ในแผนงานการส่งเสริมการท่องเที่ยว และได้เสนอโครงการถึงส่วนราชการ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อช่วยเหลือในการเขียนแบบ  ออกแบบโครงการ แต่ไร้ผล ไม่มีอะไรในก่อไผ่  

                                                    องค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวงจึงได้ขอความช่วยเหลือจากนายอุสมาน เจ๊ะซู อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมวิทยาลัยเทคนิคจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้เขียนเอง  เพื่อสำรวจ ศึกษาสภาพแวดล้อมทางกายภาพ  ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น  เพื่อเขียนแบบออกแบบเบื้องต้นของโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้   โดยมีแนวความคิดรักษาสภาพแวดล้อมธรรมชาติและวิถีชีวิตอันดีงามของชุมชน ตรงความต้องการของชุมชน  และป้องกันการพัฒนาที่ผิดพลาด ดังที่ปรากฏในแหล่งท่องเที่ยวหลายๆแห่งในปัจจุบัน  โดยยึดหลักการส่งเสริมพัฒนาการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบยั่งยืน ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางแผนและคงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ  จึงเป็นที่มาของ"โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนนากอ"

                                                    ในครั้งนั้นผู้เขียนหวังอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน จากการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยว เกิดการไหลเวียนของเงินตรา เกษตรกรก็สามารถระบายผลผลิตของท้องถิ่น เกษตรกรมีอาชีพเสริม จากการว่างงานตามฤดูกาลทำให้เกิดรายได้ ราษฎรก็จะกินดีอยู่ดีโดยไม่ต้องอพยพแรงไปต่างถิ่นหรือประเทศเพื่อนบ้าน อีกอย่าง เราหวังว่าเราคือตัวเลือกเสริมสำหรับการท่องเที่ยวชายแดนใต้ เพราะนักท่องเที่ยวอาจเกิดความจำเจจากสถานที่เก่าๆ ในอำภอเบตง ที่ไม่ไปอุโมงค์ปิยะมิตรก็บ่อน้ำร้อน ในขณะที่เรา อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่สมบูรณ์มากกมาย ไม่ว่าจะ น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ,น้ำตกละอองรุ้ง,น้ำตกโตะโมะ,น้ำตกหินขาว,น้ำตกสอยดาว,น้ำตกอัยเยอร์ ควีนล่าง,น้ำตกนากอ ,อ่างเก็บน้ำบางลาง,ทะเลหมอก,สายแม่น้ำปัตตานี,ป่าบาลา-ฮาลา,ต้นไม้ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ และบ่อน้ำร้อนนากอแห่งนี้

                                                     เรามีแผนเพื่อเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการนำสมุนไพรในท้องถิ่นมาจำหน่าย  การผลิตน้ำแร่ชุมชน  การจำหน่ายแปรรูปผลิตผลการเกษตร  การปรับปรุงเป็นที่ท่องเที่ยว ที่พกผ่อนสาธารณะของชุมชนโดยยึดแนวการธรรมชาติและชุมชนมีส่วนร่วม มีปากเสียง รับรู้ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในท้องถิ่น มีความหวงแหนในทรัพยากรของชุมชน   

                                                     เราหวังว่าเราจะเป็นแหล่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ส่งเสริมการ  การเข้าค่ายอบรมเยาวชน  เป็นแหล่งสัมมนาที่เป็นประโยชน์ โดยใช้ธรรมชาติเป็นมหาวิทยาลัย  ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นวิทยาการ มีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเป็นครูสอนประวัติศาสตร์ เหมาะสมและมีคุณประโยชน์ทุกเพศทุกวัยและสาขาอาชีพ 

                                                     หลังจากนั้น ในปี 2544 เราก็บุกเบิกเส้นทางเข้าไปประมาณ  2,000 เมตร ด้วยงบประมาณของ องค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง งานก่อสร้างท่อบล็อคสี่เหลี่ยม ขนาด กว้าง 8.00 เมตร ยาว 5.00 เมตรสูง 2.00 เมตร บนทางเข้า เราสร้างถนน คสล. กว้าง  5.00  เมตร ยาว 1,800 เมตร เราขยายเขตไฟฟ้าเข้าถึงตัวบ่อน้ำร้อน เราสร้างอาคารที่พัก เราสร้างจดพักน้ำ เราสร้างห้องน้ำ สร้างสะพานไม้ข้ามคลองจัดสวนย่อม และปรับภูมิทัศน์ เรามีความหวังในการพัฒนา แม้จะน้อยนิดแต่เราก็มีแบบแผนที่จะดำเนินการให้ถึงเป้าหมาย 

                                                      จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ ปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง จังหวัดนราธิวาส วันที่ 4 มกราคม 2553 และ การยิงถล่มโรงพัก สถานีตำรวจภูธรตำบลอัยเยอร์เวง ที่ หมู่ที่ 3 บ้าน กม.36 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา  ทุกอย่างจึงหยุด.. ศณีรา รายงาน

ภาพและเรื่องราวเพิ่มเติม เกี่ยวกับบ่อน้ำร้อนนากอ

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net