วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รู้จักป่าแม่เรวา....ก่อนจะสร้างเขื่อนแม่วงก์



พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ที่มีเนื้อที่ทั้งหมด  894 ตารางกิโลเมตร หรือ 558,750 ไร่ ในเขตจังหวัดนครสวรรค์   และกำแพงเพชร   ด้วยทำเลที่ตั้งที่ต่อเชื่อมกับผืนป่าตะวันตกอื่นๆ  ทำให้พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์กลายเป็นผืนป่าอันกว้างใหญ่ สามารถทำหน้าที่ของทรัพยากรป่าไม้ได้อย่างสมบูรณ์ คือเป็นทั้งแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า  เป็นพื้นที่ที่คอยควบคุมอูณหภูมิโลก  เป็นพื้นที่สร้างหมอกสร้างไอน้ำเพื่อให้การทำฝนเทียมเป็นไปอย่างได้ผล และที่สำคัญเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ

ป่าผืนใหญ่ให้กำเนิดสายน้ำ   การเดินทางของสายน้ำในป่าแม่วงก์เกิดเป็นน้ำตกมากมายทั้งน้ำตกแม่กะสา    น้ำตกแม่กี    น้ำตกแม่เรวา ลำห้วยลำธารหลายสายล้วนมีน้ำที่ไหลออกมาจากป่าแม่วงก์แทบทุกทิศทางแม้ในช่วงฤดูแล้งนั้น พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การมีผืนป่าที่กว้างใหญ่ โดยที่ไม่มีโครงการหรือสิ่งปลูกสร้างอะไรปล่อยให้ป่าได้ทำหน้าที่ของมันไปตามธรรมชาตินั้นจะเป็นหลักประกันถึงการเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญอยู่ชั่วนาตาปี

หน่วยพิทักษ์ป่าแม่เรวา ของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์นั้น  มีเขาเตี้ยๆ สองลูกคือมออีหืด    และเขาสบกก เป็นเหมือนเขตแดนธรรมชาติที่ให้รู้ว่าตีนมออีหืดด้านนอกเข้าไปในป่า นั่นคือเขตของอุทยานแห่งชาติ     ตรงกลางระหว่างมออีหืดและเขาสบกก   มีลำห้วยแม่เรวาไหลจากป่าออกไปสู่ชุมชนภายนอก  

หน่วยฯ นี้เป็นหน่วยพิทักษ์ป่าที่ตั้งขึ้นมาเพื่อการดูแลรักษาพื้นที่ของอุทยานฯ  ทางฝั่งด้าน บ.เขาชนกัน อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์   ซึ่งเป็นชุมชนที่เกิดขึ้นตามการทำสัมปทานไม้ในอดีต     เฉกเช่น อ.ปางศิลาทอง  จ.กำแพงเพชร  ที่ตั้งชื่อตามชุมชนที่เกิดมาจากปางไม้ตามชื่อนั้น   หรือ อ.แม่วงก์หรือ  อ.แม่เปิน ใน  จ.นครสวรรค์ ก็ล้วนเป็นชื่อของป่าแม่วงก์  ป่าแม่เปิน  ที่ยับเยินเพราะการทำสัมปทานไม้ และกลายเป็นชุมชนในเวลาต่อมา  เหมือนอำเภอวังน้ำเขียว นครราชสีมาก็มีที่มาของชุมชนเช่นเดียวกัน   

เหล่านี้พอเป็นเครื่องยืนยันคำพูดที่ว่ามีการทำสัมปทานไม้ที่ไหน ป่าที่นั่นพัง   ครั้นการทำไม้ถูกยกเลิกไปสมัยพลตรีสนั่น  เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ชุมชนที่มากับหมอนไม้ ปางไม้ต่างๆ ไม่ได้ยกเลิกตามไปด้วย   มีการหักร้างถางพง จับจองที่ดินทำเป็นที่ทำกิน

บริเวณอ่างเก็บน้ำในโครงการเดิม หากหน้าเขื่อนอยู่ที่เขาชนกัน

สภาพป่า พื้นที่อ่างเก็บน้ำใหม่ หากหน้าเขื่อนมาอยู่ตรงมออีหืดและเขาสบกก

เขาชนกัน เป็นภูเขาขนาดเล็กสองลูกทอดตัวยาวไม่มาก ช่วงต่อของเขาทั้งสองนี้เป็นคอคอดกิ่ว ดูไกลๆ คล้ายภูเขาสองลูกจะชนกัน   ปัจจุบันเป็นเส้นทางถนนสายหนึ่งที่เชื่อมระหว่าง บ.เขาชน ออกไปยังโลกภายนอกไม่ว่าจะไปลาดยาว ไปปางศิลาทองหรือไปลานสักได้    

ระหว่างเขาชนกันไปจนจรดตีนมออีหืดเป็นลักษณะที่ราบระหว่างภูเขา เนื้อที่นับพันนับหมื่นไร่  ในอดีตเป็นย่านทำไม้และปางไม้   จึงมีชุมชนคนงานและที่ตามปางไม้มา  ปัจจุบันเป็นที่ทำกิน เป็นไร่ และชุมชนย่อยๆ   รวมทั้งพื้นที่ป่าที่หลงเหลืออยู่ และทางกรมอุทยานมีโครงการจะผนวกรวมให้เป็นพื้นที่อุทยานฯ 

แต่นอกจากจะเป็นไร่ ชุมชนของชาวบ้านแล้ว ยังปรากฏว่ามีนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นได้จับจองที่ดินตรงนี้ไว้แล้วนับพันๆไร่

การจับจองในลักษณะอย่างนี้เป็นการจับจองโดยพละการ ทางราชการผ่อนปรนให้โดยการมีเพียงใบภาษีบำรุงท้องที่ ( ภ.บ.ท.5)  ที่เป็นเพียงเครื่องบ่งชี้ว่า ใครทำกินตรงไหน กี่ไร่เท่านั้น ไม่ใช่เป็นเอกสารสำหรับแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน  แต่ก็เหมือนกับที่ดินที่มีเพียงใบ ภ.บ.ท.5 อีกหลายแห่งที่มีการซื้อขาย เปลี่ยนมือกันไปมากมายแล้ว   ชาวบ้านที่ยังเห็นทำกินและมีบ้านเรือนอยู่ แท้จริงบางรายเป็นเพียงผู้ที่อยู่อาศัยในที่ที่เคยเป็นที่ที่ตัวเองเคยหักร้างถางพงมาแล้วเท่านั้น

ถนนเล็กๆ เพียงเส้นเดียวที่เชื่อมต่อระหว่าง บ.เขาชนกัน มายังหน่วยพิทักษ์ป่าฯแม่เรวา    ด้วยว่าหน่วยพิทักษ์ป่าแห่งนี้ มีแก่งน้ำ หาดทรายที่เกิดจากการไหลผ่านแก่งหินของลำห้วยแม่เรวา เกิดเป็นแก่งน้ำและลานหาดทราย และในช่วงฤดูน้ำหลาก   ด้านหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ ก็จะมีกิจกรรมล่องแก่งแม่เรวา  มีการเอากิจกรรมนี้ไปประชาสัมพันธ์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวผจญภัยไปแล้ว    ริมถนนสายเล็กๆ  โดยเฉพาะด้านที่ติดกับลำห้วยแม่เรวา ทุกวันนี้จึงเห็นมีรีสอร์ทและที่พักปรากฏขึ้นแล้วหลายราย    การซื้อขายเปลี่ยนมือจากชาวไร่มาเป็นของนายทุนรีสอร์ท ก็อาจจะเริ่มขึ้นมาจากเหตุผลเหล่านี้ด้วย

สภาพหมู่บ้านหน้าหน่วยที่มีถนนขนานไปกับห้วยแม่เรวา

 สภาพป่าเต็งรังในพื้นที่ 

เดิมนั้นถนนสายนี้เป็นเพียงเส้นทางลำลองเข้าไปในป่าได้อีกไกล  ซึ่งถนนเส้นนี้ก็มีพัฒนาการมาจากเส้นทางเข้าไปยังพื้นที่ทำกินของชาวบ้านที่เข้าไปหักร้างถางพงในป่าลึก เมื่อประกาศเป็นอุทยานฯ จึงให้ชาวบ้านออกมาจากป่า เหมือนดั่งพื้นที่ใกล้เคียงคืออุทยานฯ น้ำตกคลองลาน   ที่มีการอพยพหมู่บ้านชาวม้งที่อยู่ต้นน้ำน้ำตกคลองลาน ให้ลงมาอยู่พื้นราบ (ทุกวันนี้เวลาเราเข้าไปเที่ยวน้ำตกคลองลานจะเห็นมีหมู่บ้านชาวม้งอยู่ริมทางทางเข้าอุทยานฯน้ำตกคลองลานนั่นเอง) 

ย้อนหลังไปราว 20 ปี ผู้เขียนเคยอาศัยเส้นทางนี้ใช้รถอีแต๋นแล่นเข้าไปในป่า 1 วันเต็ม แล้วจึงพักแรมริมน้ำ จากนั้นจึงเดินเท้าอีก 1 วันกว่าๆ   จึงเริ่มถึงกลุ่มน้ำตกแม่กี แม่เราวาหรือแม่กระสา ที่อยู่ห่างๆ กันแต่ละแห่งนับ 10 กม.   แต่ปัจจุบัน เส้นทางสายนี้ถูกปิด ไม่มีการสัญจรทางรถยนต์ใดๆทั้งสิ้น  โดยการดูแลของหน่วยฯแม่เรวา

ที่ตั้งหน่วยแม่เรวานั้นอยู่ริมลำห้วยแม่เรวา     มีบ้านพัก ลานกางเตนท์และเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้ให้ผู้ที่สนใจธรรมชาติได้ไปใช้บริการ   ที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างคือจะเห็นนกยูงอาศัยอยู่แถวนี้ประจำ   นกยูงนี้เป็นนกยูงไทยที่นำมาจากศูนย์เพาะเลี้ยง   เพราะที่นี่มีแกล่งลานนกยูง อันมีที่มาจากข้อเท็จจริงที่เมื่อครั้งในอดีตจะมีนกยูงอยู่อาศัยแถวนี้  เหมือนกับที่ห้วยขาแข้งที่ยังคงมีนกยูงธรรมชาติอยู่   ลานทรายริมน้ำแม่เรวาคือที่ที่นกยูงเคยมารำแพนเกี้ยวกันในฤดูผสมพันธ์  

แต่พอสัมปทานเข้ามา ผู้คนเข้ามาตามสัมปทาน นกยูงถูกล่าจนแทบหายไปจากพื้นที่   ครั้นเมื่อนำนกยูงจากศูนย์เพาะเลี้ยงมาปล่อยหลายปีเข้า   นกยูงเพาะเลี้ยง เข้าไปผสมพันธุ์กับนกยูงธรรมชาติที่เริ่มย้อนกลับมาเมื่อมีความปลอดภัย    กลายเป็นครอบครัวนกยูงปรากฏให้เห็นอยู่เสมอๆ   

ปัจจุบัน แก่งลานนกยูงจึงไม่ได้มีแค่ชื่อที่ระลึกถึงเจ้าของชื่อแก่งที่เคยมีตัวตนอยู่ที่นี่เท่านั้น แต่มีตัวตนอยู่จริงๆ ในปัจจุบัน   ใครไปก็เห็น  นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเมื่อป่าไม่ถูกรบกวน ธรรมชาติก็กลับมา  สัตว์ป่าก็กลับมา

ตอไม้สักเมื่อครั้งทำสัมปทาน มาวันนี้งอกเป็นต้นใหม่ขนาดใหญ่

สภาพป่าโดยทั่วไปของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ แทบจะถูกจำลองมาไว้ให้เห็นภายในบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าฯ   สภาพของป่าเต็งรัง   ป่าเบญจพรรณ   ที่ว่ายังคงอุดมสมบูรณ์นั้นมีปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วบริเวณ และจะยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อได้เดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติขึ้นสู่ยอดเขามออีหืด  ระยะทางราว 1.5 กม.   โดยเริ่มแรกจะเห็นสภาพของป่าเบญจพรรณที่มีต้นสักขึ้นปะปน    ป่าที่มีไม้ทางเศรษฐกิจคือป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง เพราะป่าแบบนี้จะมีไม้แดง  ไม้มะค่าโมง  ไม้ชิงชัน ไม้พะยุง   ไม้สัก ฯลฯ  ไม้เหล่านี้มักมาขึ้นในป่าสองประเภทนี้ 

ร่องรอยของการทำไม้ในอดีตยังคงปรากฏเป็นตอไม้มะค่า  ไม้สัก  ที่เมื่อเวลาล่วงมาเกือบ 30 ปี   ตอไม้เหล่านี้บางส่วนตายไป แต่บางส่วนก็มีต้นใหม่งอกออกมาจากตอเดิม   จนมีขนาดใหญ่ กลายเป็นต้นไม้ใหม่ขึ้นมา  ไม้ยืนต้นอื่นๆ ที่ปรากฏตอนนี้คือไม้เล็กๆ ที่ถูกมองข้ามมาแต่ครั้งสัมปทานที่มาโตใหญ่ในช่วงวันเวลาที่ผ่านมา ป่ามันฟื้นสภาพมาจนกลายเป็นป่าที่สมบูรณ์อีกครั้ง   เมื่อเดินขึ้นเขาสูงเรื่อย ป่าจะเปลี่ยนสภาพจากป่าเบญจพรรณเป็นป่าเต็งรังที่ลำต้นตั้งตรงขึ้นเบียดเสียดกัน

แม้ป่าเต็งรังจะไม่มีไม้ระดับล่างและกลางหรือเถาวัลย์ขึ้นรกเหมือนป่าดงดิบ แต่ไม่ได้หมายความว่าป่าโปร่งๆ เช่นป่าเต็งรัง จะเป็นป่าที่เสื่อมโทรม แต่นี่คือสภาพป่าชนิดหนึ่งที่ถูกสภาพแวดล้อมทั้งดิน ความสูง คัดสรรค์และจัดวางตำแหน่งไว้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะใช้งบประมาณเท่าใดก็ไม่อาจเปลี่ยนสภาพป่าเต็งรังให้เป็นป่าดงดิบได้เหมือนที่รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้พยายามจะใช้งบประมาณมาเพื่อการเปลี่ยนสภาพป่านี้

แก่งลานนกยูงวันนี้

ลานทรายที่นกยูงใช้ผสมพันธุ์

ครั้นขึ้นไปถึงบนยอดมออีหืด ก็จะเห็นสภาพที่แท้จริงของป่านี้ได้อย่างชัดเจน   เมื่อมองไปทางเขาชนกัน ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกกำหนดให้เป็นสันเขื่อน และพื้นที่ราบระหว่างเขาชนกันและมออีหืดเป็นอ่างเก็บน้ำ แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน พื้นที่ราบตรงนี้มีนักการเมืองและนายทุนมาจับจองไปอย่างมากแล้ว การที่จะยอมให้สร้างตรงเขาชนกันน้ำก็จะท่วมที่ดินที่จับจองนั้น   

โครงการเขื่อนแม่วงก์แห่งใหม่จึงถูกให้ขยับเข้ามาโดยใช้มออีหืดและเขาสบกก เป็นสันเขื่อนกั้นน้ำแม่เรวา แล้วน้ำในอ่างเก็บน้ำจะเอ่อเข้าไปตามร่องเขาที่ราบในป่า ที่จะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั้งหมด  ยิ่งเมื่อมองจากยอดมออีหืดเห็นป่าตามร่องเขาที่จะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำ ที่ไม่ปรากฏรอยเว้าแหว่งหรือรอยแผ้วถางแม้แต่นิด  

ใครไปเห็นสภาพก็จะบอกได้โดยไม่ต้องมีพื้นฐานทางป่าไม้เลยว่านี่คือป่าที่สมบูรณ์    ซึ่งค้านกับเหตุผลที่ทางรัฐบาลที่ผลักดันโครงการนี้ว่าบริเวณที่จะสร้างเขื่อนแม่วงก์นี้เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม

  นกยูงแม่เรวา

จึงเป็นที่น่าแปลกใจอย่างมากว่าทำไมจึงมีการเร่งรีบสร้างเขื่อนทับพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์  โดยไม่นำข้อมูลที่แท้จริงออกมาบอกแก่สาธารณะชน   คนที่ไม่เคยไปเห็นพื้นที่ แต่หากได้รับฟังข้อมูลทางผู้ที่ผลักดันโครงการนี้นำเสนอเพียงด้านเดียว ก็อาจจะหลงเชื่อ    นี่เป็นเพียงสภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่สวนทางกับเหตุผลที่ถูกนำเสนอมาเพื่อสนับสนุนในการสร้างเขื่อน เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น    ยังมีเหตุผลอื่นๆ ทั้งเรื่องปริมาณน้ำที่ว่าเขื่อนนี้จะทั้งป้องกันน้ำท่วมภาคกลาง หรือแก้ปัญหาภัยแล้งแถบลาดยาว นครสวรรค์ลงมาจนถึงอุทัยธานี ชัยนาท อย่างที่พยายามจะยกเหตุผลมาสนับสนุน  

ในขณะที่ฝ่ายที่เขาคัดค้าน เขาทำรายละเอียด มีข้อดี ข้อเสียในแต่ละด้าน พยายามออกมานำเสนอต่อสาธารณะ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบทุกด้านมากที่สุด   ก่อนที่จะตัดสินใจหลงเชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อันเป็นการให้ใช้เหตุ ใช้ผล ตรองดูผลได้ผลเสีย แทนที่จะกรอกหูใส่ข้อมูลเพียงด้านเดียวตามความถนัด       ปรากฏว่าทางฝั่งรัฐบาลที่พยายามผลักดันโครงการสร้างเขื่อนนี้ ไม่ออกมานำเสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงเพื่อหักล้าง    แต่กลับนิ่งเฉย ไม่กระทำการใดๆ ให้สาธารณะชนได้รับรู้   ตัดสินและอนุมัติโครงการการใช้เงินเพื่อการต่างๆ เพียงคนไม่กี่คนที่เรียกว่า คณะรัฐมนตรี

โครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ ใช้งบประมาณมาก เมื่อตัดสินใจไปแล้วไม่ได้ผลตามที่คาดไว้เราจะเสียโอกาส เสียป่า เสียธรรมชาติ แต่จะได้เขื่อนร้างและหนี้สินที่รัฐบาลไปกู้มาเพื่อทำโครงการนี้ มีคนบอกว่าที่รัฐบาลพยายามจะผลักดันโครงการนี้ออกไปโดยไม่ฟังคำคัดค้าน เพราะมีการกินเปอร์เซ็นต์งบประมาณก่อสร้างของโครงการนี้ รวมทั้งนักการเมืองในท้องถิ่นซีกรัฐบาลมีผลประโยชน์ตามมาในพื้นที่

แต่ผมไม่เชื่อ....ว่าเรื่องที่มีการตั้งข้อสังเกตจะเป็นเช่นนั้นจริง   แต่สิ่งที่จะพิสูจน์ได้ก็คือ การบอกกล่าวจากรัฐบาลนั่นเอง ที่จะทำให้โครงการนี้มันโปร่งใสมีการตรวจสอบได้หรืองุบงิบทำจนเป็นที่ครหา

คนไทยน่าจะยังให้โอกาสรัฐบาลเอาข้อมูลมาบอกกล่าว   โอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆครับ.......


คมฉาน   ตะวันฉาย...รายงาน

โดย คมฉาน_ตะวันฉาย

 

กลับไปที่ www.oknation.net