วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระโพธิสัตว์กวนอิม...ศาลเจ้าเกียนอันเกง


พระโพธิสัตว์กวนอิม..ศาลเจ้าเกียนอันเกง

           ไปร่วมงานบุญและไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิม  และประเพณีทิ้งกระจาด งานบุญ วันที่ ๙ เดือน ๙  ของ ศาลเจ้าเกียนอันเกง...ชุมชนกุฏีจีน ติดกับวัดหลวงพ่อโต ซำปอกง  หรือวัดกัลยามิตรวรมหาวิหาร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี วันนี้ ร่วมสืบสานประเพณีโบราณ  ทำบุญ ทำทาน..ให้กับญาติที่ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย  ให้ได้รับส่วนกุศลนี้ ให้พ้นจากทุกข์เข็ญ ทุุกภพทุกชาติไป  

  เดินลัดเลาะทางเดินริมฝั่งแม่เจ้าพระยา..ไปด้านสะพานพุทธฯ ก็จะถึงศาลเจ้าเก่าแก่..ที่หลบซ่อนอยู่ในชุมชน บ้านไม้แถบนี้...ชื่อ ศาลเจ้าเกียนอันเกง..ไปไหว้ พระโพธิสัตว์กวนอิม กันครับ 

 

     ณ ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา ปากคลองบางหลวง ครั้งแผ่นดินกรุงธนบุรี ชาวจีนฮกเกี้ยนกลุ่มหนึ่งได้อพยพตามพระเจ้าตากสิน

มาสร้างบ้านฐานถิ่นอยู่บริเวณนี้และเมื่อมีชุมชนก็ย่อมต้องมีสถานที่ไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจและปกปักรักษาชุมชน ศาลเจ้าจึงได้ถูกสร้างขึ้น

สองศาลด้วยกัน คือ ศาลเจ้าโจวซือกง(พระหมอ) และศาลเจ้ากวนอู เทพแห่งความซื่อสัตย์ ต่อมาเมื่อผลัดแผ่นดินเข้าสู่ ยุครัตนโกสินทร์

มีการย้ายเมืองหลวงไปอยู่ฝั่งพระนคร ชาวจีนฮกเกี้ยนแถบนี้ก็ได้โยกย้ายอีกครั้งตามศูนย์กลางใหม่ของบ้านเมืองไปลงหลักปักฐาน

อยู่ที่ตลาดน้อยจรดสำเพ็ง (ที่ตลาดน้อยปัจจุบันมีศาลเจ้าโจวซือกง อยู่ส่วนที่สำเพ็งก็มีศาลเจ้ากวนอู) ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ศาลเจ้าเดิม

ทั้งสองศาลถูกปล่อยให้ทิ้งร้างไป

จนกระทั่งครั้งแผ่นดินพระนั่งเกล้าเมื่อเจ้าสัวโต เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (ต้นสกุล"กัลยาณมิตร")ได้บริจาคที่สร้าง วัดกัลยาณมิตรขึ้นมานั้น

มีชาวจีนฮกเกี้ยนจากเมืองเจียงจิวและจัวจิวสองคน คนหนึ่งแซ่ตั้ง (ต่อมาเป็นสกุล"ตันติเวชกุล")คนหนึ่งแซ่ซิ้ม(ต่อมาคือสกุล"สิมะเสถียร")

มาเห็นศาลเจ้าที่ชำรุดทรุดโทรมก็ให้สลดสังเวชใจจึงชักชวนชาวบ้านแถบนั้นช่วยกันรื้อศาลทั้งสองลงแล้วตั้งศาลเจ้าขึ้นมาใหม่เป็นศาลเดียว

อัญเชิญเจ้าแม่กวนอิมจากศาลเจ้าแซฮุ้นเต็ง มณฑลฮกเกี้ยนมาประดิษฐานเป็นประธาน และได้นำระฆังใบใหญ่จากศาลเจ้านั้นมาด้วย

บนองค์ระฆังยังมีข้อความจารึกไว้ว่า"ระฆังนี้ผู้มีจิตศรัทธาหล่อถวายเจ้าแม่กวนอิม ในรัชสมัยจักรพรรดิเต้ากวง ราชวงศ์ชิง"ศาลเจ้าสร้างเสร็จสมบูรณ์ตรงกับฤดูใบไม้ผลิปีที่ 25

ในรัชสมัยจักรพรรดิกวงสูประมาณปี 2445 ตั้งชื่อว่า"ศาลเจ้าเกียนอันเกง" หมายความว่า"อารามที่สร้างความสงบสุข"

โดยหมายเอาองค์เจ้าแม่กวนอิมซึ่งจะประทานพรและดูแลชาวจีนที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมา

         กุฎีจีน หรือ กะดีจีน เป็นชุมชนเก่าแก่ของพ่อค้าชาวจีนฮกเกี้ยนที่ตั้งอยู่ริมคลองวัดกัลยาณมิตร ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และกลุ่มคนหลายเชื้อชาติทั้งชาวไทย จีน ฝรั่ง ญวน มอญ ฯลฯ ที่อพยพจากกรุงเก่ามาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของคลองบางหลวง หรือคลองบางกอกใหญ่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 

   ตามบันทึกประวัติศาลเจ้าเกียนอันเกง บันทึกว่ากุฎีจีนสร้างในสมัยกรุงธนบุรีโดยชาวจีนที่ตามเสด็จพระเจ้าตากสิน เดิมมี 2 ศาล คือ ศาลเจ้าโจวซือกง และศาลเจ้ากวนอู ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 1 ย้ายพระนครไปกรุงเทพ คนจีนเหล่านี้จึงอพยพไปรวมกับพวกที่ย่านตลาดน้อยและสำเพ็ง ศาลเจ้าจึงถูกทิ้งร้าง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงได้บูรณะรวมกันเป็นศาลเดียวกันแล้วอัญเชิญเจ้าแม่กวนกิมมาประดิษฐานให้ชื่อว่า ศาลเจ้าเกียนอันเกง ศาลเจ้านี้จึงเป็นร่องรอยของชุมชนในย่านกุฎีจีน

 ของไหว้..เยอะมากๆครับ...วันนี้เป็นงานบุญสำคัญของที่นี่..ด้วย...งานทิ้งกระจาด...เลยได้มาร่วมทำบุญไปด้วยครับ 

ศาลเจ้าเกียนอันเกง แม้จะเป็นศาลเจ้าเล็กๆ ที่เงียบสงบ ซ่อนตัวอยู่ข้างๆ วัดกัลยาณมิตรอันใหญ่โต แต่แทบทุกตารางนิ้ว

ของศาลเจ้ากลับมีความงามฉายชัดออกมาให้เห็น ทั้งกระเบื้องโค้งแบบจีน และวิธีมุงหลังคาแบบจีนแท้ๆภาพเสี้ยวกาง(ทวารบาล) บนบานประตู หน้าต่างไม้แกะสลัก

ที่อ่อนช้อย และอีกมากมายที่บรรยายไม่หมด อยากให้ใครๆได้ไปเยี่ยมชมกัน ปัจจุบันศาลเจ้าเกียนอันเกงยังคงอยู่ในความดูแลและจัดการของคนในสกุล สิมะเสถียร

ศาลเจ้าเกียนอันเกง ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทปูชนียสถานและวัดวาอาราม ปี 2551ลองไปเยือนสักครั้ง ความงาม และความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้านี้

จะสร้างความสงบสุขให้กับคุณสมดังนามแห่งศาลเจ้าเกียนอันเกง

ศาลเจ้าเกียนอันเก๋ง ยังเป็นที่มาของชื่อชุมชนแห่งนี้ตามวินิจฉัยของกรมพระยาดำรงราชานุภาพที่ทรงอธิบายไว้ในสาส์นสมเด็จ ทรงมีไปถึงพระเจ้าบรมวงศ์เธอ

เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ว่า ..ที่เรียกว่ากุฎีจีนนั้นมีกุฎีจริงและเป็นของสำคัญในโบราณคดีด้วย หม่อมฉันก็เผอิญไปรู้เห็นมาโดยมิได้คิดคาด ครั้งหนึ่งหม่อมฉันรับเชิญ

ไปช่วยงานหล่อระฆังใหญ่ที่วัดกัลยาณมิตร กระบวนการงานออกจะยุ่งต้องคอยอยู่นานกว่าชั่วโมง หม่อมฉันจึงไปเที่ยวดูวัดกัลยาณมิตร ไปถึงเขตวัดทางด้านใต้ที่ริมคลองกุฎีจีน

แลดูข้ามฟากคลองไป เห็นศาลเจ้าจีนอยู่ทางฝั่งโน้นห่างลับแม่น้ำเข้าไปสักสองเส้น...ซึ่งงานหล่อระฆังที่สมเด็จกรมพระยาดำรงตรัสถึงนั้นคืองานหล่อระฆังใหญ่ที่สุดในเมืองไทยของวัดกัลยาณมิตร

ซึ่งเริ่มหล่อในปี 2474 โดยพระสุนทรสมาจาร(พรหม)และกรรมการวัด 7 นาย ว่าจ้างให้ช่างชาวญี่ปุ่นหล่อขึ้นหนึ่งในกรรมการวัดมีนายสิน สิมะเสถียร (ซิมโปม่วย)ผู้ดูแลศาลเจ้าเกียนอันเกงในครั้งนั้นรวมอยู่ด้วย

                                ขอบคุณข้อมูล จากเวป  คุณ " เล่าไปเรื่อยๆ เราไม่เมื่อย "

          ขอขอบคุณข้อมูลจาก เวปที่เล่าเรื่อง ศาลเจ้าเกียนอันเกงเอาไว้..รวบรวมมาให้ได้แบ่งปันข้อมูลกันครับ 

 

                         **

 

โดย คนดีมีวินัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net